Menu

วิทยุชุมชน

“วิทยุชุมชน” ได้ก่อกำเนิดขึ้นนานกว่า 15 ปี เป็นผลจากการปฏิรูปสื่อตามมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญปี 40 แต่ปัญหาอุปสรรคในการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลด้านกระจายเสียงและโทรทัศน์ ส่งผลให้การดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยภาคประชาชนในการใช้คลื่นความถี่ในการจัดตั้งสถานีวิทยุไม่ผ่านกระบวนการ วิธีการ กฎ กติกา ดังเช่นที่มีการดำเนินการในประเทศอื่นๆ ดังนั้น “วิทยุชุมชน” ในความเข้าใจโดยทั่วไปจึงเป็นสถานีวิทยุที่ก่อตั้งขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต และมิใช่ “กิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน” ตามที่บัญญัติในกฎหมายประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปี 51

ห้วงตั้งแต่ปี 2540-2551 ประชาชนได้จัดตั้งสถานีวิทยุโดยไม่ได้รับอนุญาต ในระยะแรกก็มีจำนวนไม่มากนัก เป็นการดำเนินการในวงแคบโดยการสนับสนุนของนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และกลุ่มองค์กรภาคประชาชน (NGO) ต่อมารัฐบาลได้มีการสนับสนุนภายใต้โครงการจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชน และอนุญาตให้สามารถมีโฆษณาได้ 6 นาที/ชั่วโมง ทำให้ประชาชนเห็นโอกาสและช่องทางในการแสวงหารายได้จากการมีสถานีวิทยุ ทำให้มีการจัดตั้งสถานีวิทยุเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากจากจำนวนร้อยเป็นหลายพันสถานี มีการใช้ความถี่รบกวนกับทั้งสถานีวิทยุที่มีอยู่เดิม ระบบโทรคมนาคม วิทยุโทรทัศน์ วิทยุการบิน และรบกวนกันเอง นอกจากนี้ยังมีบางรายออกอากาศเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกระทบต่อความมั่นคงและศีลธรรมอันดีของชาติ

ต่อมาได้มีการบังคับใช้กฎหมายประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ปี 51 ซึ่งบทเฉพาะกาลของกฎหมายกำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ อยู่ภายใต้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนเบื้องต้นก่อนการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลด้านกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนก็คือ ปัญหาวิทยุชุมชนที่ยังไม่ได้รับอนุญาต มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ตามบทเฉพาะกาลของกฎหมายปลายปี 51 และเพื่อช่วยให้คณะอนุกรรมการฯ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะอนุกรรมการฯ จึงแต่งตั้งคณะทำงานด้านกิจการกระจายเสียงวิทยุชุมชนทำหน้าที่กลั่นกรอง รวบรวมข้อมูล และจัดทำข้อเสนอ ให้แก่คณะอนุกรรมการฯ

คณะทำงานฯ ได้เริ่มต้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมานานมากกว่าสิบปีโดยการสร้างกระบวนการทำความเข้าใจ พูดคุย รับทราบข้อเสนอแนะ กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และจัดทำ ประกาศ กทช. ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการออกใบอนุญาตกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาผู้ประกอบกิจการที่มีมาก่อนที่จะมี พรบ.การประกอบกิจการฯ ปี 51 โดยกำหนดให้ผู้ที่มีสถานีวิทยุชุมชนก่อนที่ประกาศ กทช. มีผลบังคับใช้มาแจ้งความประสงค์ประกอบกิจการวิทยุชุมชน แล้วจะได้รับการอนุญาตให้ดำเนินการต่อไป ในลักษณะพิเศษที่เรียกว่า “ผู้ทดลองออกอากาศเป็นการชั่วคราว” โดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเจตนารมณ์ที่สำคัญของการอนุญาต “ผู้ทดลองออกอากาศเป็นการชั่วคราว” คือ การสร้างช่องทางให้ผู้ที่มีสถานีวิทยุชุมชนอยู่ในขณะนั้นสามารถดำเนินการต่อไปได้ เพื่อรอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้มีอำนาจตาม พรบ.ประกอบกิจการฯ ปี 51 เข้ามารับช่วงการแก้ปัญหาในระยะต่อไป

มีผู้มาแจ้งความประสงค์ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชนมากกว่า 6,500 สถานี อยู่ในสถานะผู้ทดลองออกอากาศเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้สามารถบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง เป็นการเริ่มต้นกระบวนการแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชนจากพื้นฐานของหลักกฎหมาย การคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและส่วนรวม และหลักการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย แม้การเริ่มต้นกระบวนการจัดระเบียบวิทยุชุมชนตามกรอบของกฎหมายเป็นครั้งแรกของประเทศเป็นสิ่งที่ท้าทาย และดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในเบื้องต้น ด้วยการทำงานด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทของคณะทำงานด้านวิทยุกระจายเสียงชุมชน ทำให้เกิดกระบวนการการเริ่มต้นแก้ไขปัญหาเพื่อรอการสานต่อจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

เมื่อมีการจัดตั้ง กสท. (ภายใต้ กสทช.) คณะกรรมการได้เล็งเห็นความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชนกว่า 6,500 สถานี ที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย โดยจะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพื่อมิให้เป็นการเลือกปฏิบัติ จำกัดสิทธิของประชาชน กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ และแนวทางในการแก้ปัญหาต้องมีความง่าย ชัดเจน โปร่งใส รวมถึงกระบวนการมีส่วนร่วมและความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การนำเอาทรัพยากรคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงที่มีอยู่อย่างจำกัดมาใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ กสท. ได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาใน 3 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนที่ 1: การทดลองออกอากาศ

เพื่อให้ผู้ที่จัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนโดยไม่มีกฎหมายรองรับจำนวนมากเข้าสู่กระบวนการขั้นต้นของการกำกับดูแล ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 เป็นกระบวนการตามบทเฉพาะกาลของ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มีผู้มาแจ้งความประสงค์ทดลองออกอากาศวิทยุชุมชนกว่า 6,500 ราย เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลขั้นต้น

ขั้นตอนที่ 2: การทดลองประกอบกิจการ

เป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องจากขั้นตอนที่ 1 เป็นการสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค ทดลองการประกอบกิจการในลักษณะเดียวกับการได้รับอนุญาต พัฒนาการประกอบกิจการ และการบังคับใช้กฎหมาย โดย กสทช. ได้ประกาศบังคับใช้ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กำหนดให้ผู้ทดลองออกอากาศวิทยุชุมชน และผู้ที่เคยขออนุญาตประกอบกิจการวิทยุชุมชน กว่า 6,500 สถานี ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ทดลองประกอบกิจการกระจายเสียง บริการชุมชน บริการสาธารณะ หรือ บริการธุรกิจ เมื่อได้รับการรับรองให้เป็นผู้ทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบมาตรฐานเครื่องส่งวิทยุให้เป็นไปตามมาตรฐาน ภายใน 1 ปี เพื่อลดปัญหาทางเทคนิค การรบกวนกันเอง และการรบกวนกิจการอื่นๆ เช่น วิทยุการบิน โทรทัศน์ โทรคมนาคม ฯลฯ

ขั้นตอนที่ 3: การออกใบอนุญาต

เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการที่มีความพร้อมสามารถเข้าสู่กระบวนการรับใบอนุญาต ได้รับสิทธิในการใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการกระจายเสียงอย่างถูกต้อง เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

กระบวนการแก้ปัญหาวิทยุชุมชน เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบกิจการทั่วประเทศจำนวนมาก จะต้องดำเนินการโดยต่อเนื่องด้วยแนวทางที่ชัดเจน ใช้มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการ ควบคู่กับการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินการทั้ง 3 ขั้นตอน อาจใช้เวลาต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งในท้ายที่สุด กิจการวิทยุกระจายเสียงจะเป็นกิจการที่มีประโยชน์ต่อชุมชน ต่อสาธารณะ และเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ แก่ประชาชนในวงกว้างอย่างแท้จริง

ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน)