Menu

ข่าวสาร กสท.

04-10-2016
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติอนุมัติร่างประกาศ หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมรายปีเข้ากองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ...(กองทุนกทปส.) และจะเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ในการจัดเก็บเงินจากรายได้ในปี 2560 ซึ่งผู้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีในไตรมาส 3 ปี 2561 สำหรับการจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมรายปีเข้ากองทุน กทปส.จัดเก็บแบบขั้นบันไดของรายได้ แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ 1.รายได้ 0-5 ล้านบาท ค่าธรรมเนียม 0.50% ของรายได้ 2.รายได้ส่วนที่เกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ค่าธรรมเนียม 0.75% 3.รายได้ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ค่าธรรมเนียม 1% 4.รายได้ส่วนที่เกิน 500 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ค่าธรรมเนียม 1.75% 5.รายได้ส่วนที่เกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ค่าธรรมเนียม 2% ซึ่งผู้รับใบอนุญาตรายใดที่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับประกาศ หลักเกณฑ์การเผยแพร่ กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการทั่วไป (มัสต์แครี่) สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนกับค่าธรรมเนียมใบอนุญาต นำส่งเข้ากองทุน กทปส.ได้  
25-07-2016
“กสทช.” เสนอครม.เยียวยาทีวีดิจิตอล สั่งหน่วยงานรัฐซื้อโฆษณา “กสทช.” ชง ครม.เคาะแนวทางช่วยเหลือเยียวยา ทีวีดิจิตอล 22 ช่อง หลังบอร์ด สกท. มีมติให้ยืดระยะเวลาชำระค่าประมูลงวด 4 ออกไปก่อน หรือให้หน่วยงานรัฐ–รัฐวิสาหกิจ ช่วยซื้อเวลาโฆษณาตามสัดส่วนการจ่ายเงินค่าประมูล ก่อนให้คลังเป็นผู้กำหนดระยะเวลาชำระค่าประมูลใหม่ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท.ได้มีมติให้สำนักงาน กสทช.ทำหนังสือถึงสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาและเยียวยาความเสียหายของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอล 22 ช่อง ทั้งนี้บอร์ด กสท.ได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหา 2 วิธี โดยวิธีที่ 1 คือการเสนอการขยายระยะเวลาชำระเงินค่าประมูลตั้งแต่งวดที่ 4 ออกไปก่อนระยะหนึ่ง โดยเรื่องนี้กระทรวงการคลังจะต้องเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด เนื่องจากเงินประมูลทีวีดิจิตอล ถือเป็นรายได้ที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินทั้งหมด ซึ่งกระทรวงการคลังต้องเสนอให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปได้ และกำหนดระยะเวลาการชำระเงินค่าประมูลใหม่  ซึ่งเรื่องนี้จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาอนุมัติ เมื่อ ครม.อนุมัติ กสทช.ก็ต้องนำแนวทางดังกล่าวมาปรับแก้ไขเงื่อนไขการชำระเงินค่าประมูล ด้วยการออกประกาศ กสทช.ฉบับแก้ไข เพื่อบังคับใช้ต่อไป ส่วนวิธีที่ 2 ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาล ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารภาครัฐ หรือสนับสนุนการผลิตรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการและคนด้อยโอกาส ผ่านช่องรายการโทรทัศน์ดิจิตอลทั้ง 22 ช่อง เพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมหรือภาพลักษณ์ขององค์กร โดยมีค่าตอบแทนตามความเหมาะสม หรือตามสัดส่วนเงินประมูลที่ต้องนำส่งรัฐ ของแต่ละรายแต่ละงวด เพื่อให้มีการกระจายการใช้งบประมาณอย่างทั่วถึง ไม่จำกัดเฉพาะทีวีดิจิตอลช่องใดช่องหนึ่งเท่านั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บอร์ด กสท.ได้ใช้เวลาในการพิจารณากรณีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลยาวนานพอสมควร โดยที่ประชุมเสียงข้างมาก ประกอบ ด้วย พ.อ.นที ศุกลรัตน์  พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า ที่เห็นด้วยกับแนวทางช่วยเหลือดังกล่าว ส่วนเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วย คือ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ โดยขอสงวนความเห็นและตั้งข้อสังเกตไว้   สำหรับแนวทางการขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าประมูลนั้น ถือเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาวะเศรษฐกิจซบเซา รวมถึงตลอด 2 ปีที่ผ่านมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้เวลาในช่วงยอดนิยม (ไพร์มไทม์) ไปจำนวนมาก ถือว่าได้รับผลกระทบมากเช่นกัน ประกอบกับผู้ประกอบการได้ชำระเงินค่าประมูล 3 งวดที่ผ่านมา แบ่งเป็นงวดแรก 11,162 ล้านบาท งวด 2 ราว 8,124 ล้านบาท งวด 3 ราว 8,294 ล้านบาท รวม 27,580 ล้านบาท หรือคิดเป็นราว 60% ของวงเงินประมูลทั้งหมด 50,862 ล้านบาท ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้สูงมากที่ภาครัฐน่าจะให้ความช่วยเหลือ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระบบทีวีอนาล็อกไปสู่ทีวีดิจิตอล และให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลอยู่รอดได้ทุกราย.   ข่าวที่: http://www.thairath.co.th/content/671739  
22-07-2015
เจ๊ติ๋มใจอ่อนเลื่อนปิดช่อง (ไทยโพสต์) เจ๊ติ๋มใจอ่อนไม่จอดำ ยอมรับข้อเสนอ กสทช.ขยายเวลาออกอากาศไปอีก 3 เดือน หาพันธมิตรร่วมธุรกิจ หาก 31 ส.ค.58 ไม่มีใครร่วมทุนก็จะยุติออกอากาศตามเดิม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.58 ที่ผ่านมา เวลา 13.30 น. นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยทีวี จำกัด พร้อมด้วยทนายความ เดินทางมาชี้แจงเพิ่มเติมต่อศาลปกครองกลาง ในฐานะผู้ฟ้องต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในคดีหมายเลขดำที่ 1164/2558 พิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการกระทำละเมิดของหน่วยงาน อันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ซึ่งขอให้เพิกถอนหนังสือ เรื่อง การชำระใบอนุญาตทีวีดิจิตอล และขอให้คุ้มครองชั่วคราวการยุติออกอากาศ 2 ช่องรายการ คือ ไทยทีวีและโลก้า นางพันธุ์ทิพาเปิดเผยหลังการชี้แจงว่า เมื่อได้เจรจาพูดคุยกันแล้ว ตนได้ตัดสินใจตามข้อเสนอของ กสทช. คือจะขยายระยะเวลาการออกอากาศของช่องไทยทีวีและช่องโลก้าออกไปอีก 3 เดือน จนถึงวันที่ 31 ต.ค.58 ซึ่งจากเดิมเคยยืนยันว่า จะยุติการออกอากาศในวันที่ 25 ก.ค.58 เวลา 24.00 น. โดยการขยายเวลาออกไปเพื่อเปิดโอกาสให้หาพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาร่วมทุน ซึ่งอาจจะเป็นการให้เช่าเวลาหรือเป็นหุ้นส่วนต้องพิจารณาในอนาคตกันต่อไป เพราะต้องดูด้วยว่าพันธมิตรที่เข้ามาพร้อมจะเดินไปด้วยกันไหวหรือไม่ สำหรับเรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาตไม่ได้มีการพูดคุยกันในครั้งนี้ คงจะหารือกันอีกครั้งหลังจากที่ได้พันธมิตรแล้ว ส่วนเรื่องแบงก์การันตีนั้น ทาง กสทช.ยืนยันว่าไม่มีการยึดแบงก์การันตีแล้ว ซึ่งระยะเวลาต่อจากนี้ 3 เดือน จะไม่มีการเจรจานอกรอบกันอีก อย่างไรก็ตาม ก็ยังยืนยันตามเดิมคือ จะยุติการออกอากาศ หากไม่ได้พันธมิตร ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. กล่าวว่า การให้เวลา 3 เดือนนั้น ทุกฝ่ายมีความเห็นพ้องตรงกันว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการให้ไทยทีวีได้หาพันธมิตรทางธุรกิจ และจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิตอลเป็นไปได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องของค่าปรับที่เกิดขึ้นก็ยังคงเป็นไปตามข้อกำหนดเดิม ขณะที่ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ในส่วนของ กสทช.คงช่วยเหลือในกรณีการเปิดเวทีเชิญชวนให้ความรู้กับผู้ที่สนใจจะร่วมทุนกับไทยทีวี ในส่วนของขั้นตอนการปฏิบัติและข้อกำหนดตามใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ตนมองว่า การเข้ามาเช่าช่วงเวลา 40% เป็นแนวทางที่มีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าการเข้ามาถือหุ้น.
22-07-2015
‘เจ๊ติ๋ม’ชื่นมื่นคุยกสทช.ได้ออกอากาศอีก3เดือน (คม ชัด ลึก) ที่ห้องไต่สวน 1 ชั้น 2 ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 21 ก.ค.2558 เวลา 13.30 น. นายสุชาติ ศรีวรกร ตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองกลางเจ้าของสำนวนคดีไทยทีวี ได้ไต่สวนคู่ความเพื่อพิจารณาคำร้องขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว คดีที่ บริษัท ไทยทีวี จำกัด โดยนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ ติ๋ม ทีวีพูล ยื่นฟ้อง กสทช. โดยการไต่สวนใช้เวลานานร่วม 3 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ ต่อมาเวลา 16.20น. นางพันธุ์ทิพา กก.บริษัท ไทยทีวี ฯ กล่าวว่า การไต่สวนวันนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆ แต่จากผลการพูดคุยกับ กสทช. สรุปว่า ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ ช่องการออกอากาศของไทยทีวีทั้งหมด จะยังไม่จอดำ แต่นับจากวันนี้ไปอีก 3 เดือน จนถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ จะต้องหาผู้ร่วมลงทุนใหม่ ซึ่งจะเป็นความร่วมมือที่ กสทช.จะเปิดเวทีช่วยเพื่อหาผู้ร่วมลงทุน ขณะที่บริษัท ทีวีไทยฯ จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจว่าใครจะเข้ามาเป็นผู้ร่วมลงทุน ซึ่งทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามสัดส่วนของ กติกา กสทช.ที่เคยกำหนดไว้ ขณะที่คุณสมบัติผู้ร่วมลงทุนที่เราต้องหา คือผู้ที่มีศักยภาพในการผลิตและเงินลงทุน โดยคาดว่าผู้ที่เคยไม่ผ่านการประมูลทีวีดิจิตอลที่ผ่านมา อาจจะสนใจเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรลงทุน ขณะที่ระหว่างนี้ช่องไทยทีวี จะรักษาสภาพในการออกอากาอยู่โดยไม่จอดำ แต่จะพิจารณาตัดเรื่องของตัววิ่ง ระหว่างการออกอากาศ ส่วนค่าใช้จ่ายระหว่างการออกอากาศช่วง 3 เดือนนี้ จะอยู่ประมาณ 20 ล้านต่อเดือนต่อช่อง นางพันธุ์ทิพา กล่าวอีกว่า การพูดคุยกับ กสทช. ที่ศาล ในวันนี้เรายังไม่ได้พูดคุยถึงรายละเอียดยอดเงินที่ค้างชำระค่างวด และการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต เพราะหากพูดถึงเรื่องเงินในขณะนี้ปัญหาต่างๆ อาจจะยังไม่จบ และเรื่องของหนังสือค้ำประกันของธนาคารก็ยังไม่มีการยึดไปหรือดำเนินการใดๆ ขณะที่เรื่องของการยกเลิกออกอากาศนั้น ที่ผ่านมาเราได้ทำหนังสือถึง กสทช. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ขอแจ้งยกเลิกการออกอากาศ แต่ กสทช. ได้ยืนยันกลับมาว่ากรณีของบริษัท ทีวีไทยฯ ยังไม่ถูกยกเลิก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องสู้กันต่อไปในศาล ขณะที่ขยายระยะเวลาออกอากาศไปอีก 3 เดือนข้างหนี้นี้ ก็เพื่อเปิดทางหาผู้ร่วมลงทุนใหม่ และในส่วน กสทช.เอง ตนคิดว่าคงจะปรับวิธีการบริหารของ กสทช.เอง ด้าน พ.อ.นที รองประธาน กสทช. กล่าวว่า กสทช.ให้เวลาบริษัท ไทยทีวี ฯ อีก 3 เดือน ในการออกอากาศและหาผู้ร่วมลงทุนสำหรับเงินค่างวดที่ 2 ขณะนี้ยังไม่ได้ทวงถาม ซึ่งเท่ากับบริษัทยังค้างชำระอยู่ตามกฎและกติกาไม่ได้มีการแก้ไขใดๆ “คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดี ที่ 2 ฝ่ายจะให้ความร่วมมือกันโดยไม่มีใครขอร้องใคร ถ้ามีตรงไหนที่ กสทช. ให้การสนับสนุนได้ภายใต้กรอบกติกาและไม่เกินความสามารถ กสทช.ก็อยากสนับสนุน เพราะจะทำให้ทีวีดิจิตอลได้เคลื่อนไปข้างหน้า ” พ.อ.นที รองประธาน กสทช.กล่าว ขณะที่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. กล่าวเสริมว่า การหาผู้ร่วมทถุนขแงบริษัทไทยทีวี ฯ นั้น ในส่วนของ กสทช. ไม่ใช่การจัดหาผู้ร่วมลงทุนให้โดยตรงเพราะจะกลายเป็นการสร้างวิธีพิเศษ แต่ กสทช. คงให้การสนับสนุนในการเปิดเวทีเพื่อ บริษัท ไทยทีวี ฯ จะจัดหาผู้ร่วมทุนเอง ขณะที่สัดส่วนของผู้ร่วมลงทุนใหม่นั้นต้องเป็นไปตามกติกา แต่หากพ้นจาก 3 เดือนแล้ว ถ้าบริษัท ไทยทีวี ไม่อาจปรับแผนธุรกิจหาผู้ร่วมลงทุนใหม่ได้ และไม่อาจปฏิบัติตามกติกาของ กสทช. ก็ต้องนำไปสู่กระบวนการพิจารณาเพิกถอน และพักใช้ใบอนุญาต แต่ขณะเดียวกันหากภายในวันที่ 26 ก.ค.นี้ บริษัทไทยทีวี ฯ จะยุติการออกอากาศเอง กสทช.ก็ต้องพิจารณาดำเนินการเพิกถอนและพักใช้ใบอนุญาต สำหรับกรณีที่ บริษัทไทยทีวี ฯ มีหนังสือแจ้งขอหยุดออกอากาศตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.นั้น ตามขั้นตอน กสทช. ต้องเป็นผู้ให้อนุญาตเท่านั้นและถ้ามีการยุติออกอากาศจาก กสทช.แล้ว บริษัท ก็ต้องทำทุกอย่างให้ครบตามขั้นตอน คือการขึ้นตัววิ่งและจ่ายเงินค่างวดค้างชำระ แต่ระหว่างนี้ยังไม่ได้มีการพักใช้ใบอนุญาต บริษัท ไทยทีวี ฯ จึงยังออกอากาศได้  
02-06-2015
“นที”โว1ปี “ทีวีดิจิตอล”คนดูเพียบ ดราม่า!มีคนรุ่งก็ต้องมีร่วง (ไทยรัฐ) “นที” เผย 1 ปี ทีวีดิจิตอล 24 ช่อง แย่งคนดูได้ 27% ของครัวเรือน ถือว่าเร็วมาก เมื่อเทียบกับฝรั่งเศส ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายไทยใช้เวลา 7 ปี ย้ำการแข่งขันในธุรกิจย่อมต้องมีทั้งคนที่สำเร็จและไม่สำเร็จ เพราะ 1 ปีมีหลายช่องประสบความสำเร็จ โดยช่อง 3 และช่อง 7 ใช้เวลามากกว่า 5 ปี กว่าจะขึ้นเป็นวันนี้ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากทีวีระบบอนาล็อกไปสู่ดิจิตอลผ่านไปแล้ว 1 ปีนั้น ถือได้ว่าการดำเนินการส่วนใหญ่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด และทำให้ยอดการรับชมของทีวีดิจิตอลของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถแย่งส่วนแบ่งการรับชมจากทีวีระบบอนาล็อกได้แล้ว 27% ในเดือน พ.ค.58 ที่ผ่านมา ถือว่าเร็วมาก เมื่อเทียบกับหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศส ที่มีโครงสร้างกิจการโทรทัศน์เช่นเดียวกับไทย แต่ใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านหลายปี และใช้เวลากว่า 7 ปี ที่ช่องทีวีดิจิตอลช่องใหม่จะแย่งส่วนแบ่งของผู้ชมได้ 22% ส่วนการขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอล ซึ่งผู้ประกอบการได้ติดตั้งโครงข่ายทีวีดิจิตอลครอบคลุมประชากรแล้วประมาณ 80% ของครัวเรือนหรือติดตั้งไปแล้ว 35 สถานีและคาดว่าภายในเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ จะติดตั้งครบ 39-40 สถานีตามกำหนด ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่การรับชมทีวีดิจิตอลมากขึ้น ซึ่งในช่วงแรกบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งว่าจะติดตั้งล่าช้า แต่ที่สุดแล้ว อสมท ก็ได้เร่งการติดตั้งโครงข่าย คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.-ก.ค.58 สำหรับการแจกคูปองเงินสด 690 บาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน ได้เริ่มตั้งแต่ ต.ค.2557 หลังจากทีวีดิจิตอลได้เริ่มออกอากาศไปแล้วประมาณ 6 เดือน ปัจจุบันได้มีการแจกคูปองไปแล้ว 14.1 ล้านใบ และมีการใช้สิทธิ์การแลกคูปองไปแล้ว 5 ล้านใบ คาดว่าในเร็วๆ นี้ จะมีประชาชนมาใช้สิทธิ์แลกคูปองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคูปองดิจิตอลลอตแรก จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ค.58 นี้แล้ว พ.อ.นทีกล่าวต่อว่า ธุรกิจโทรทัศน์ของประเทศไทย จากเดิมการแข่งขันไม่รุนแรง เพราะช่องธุรกิจมีเพียง 2 ช่องหลักคือ ช่อง 3 กับช่อง 7 แต่เมื่อ กสทช.ได้เปิดประมูลช่องธุรกิจ 24 ช่อง ทำให้มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น ซึ่งการประกอบกิจการที่มีการแข่งขัน ก็ย่อมมีผู้ประกอบกิจการประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนกลับไป การประกอบกิจการของช่อง 3 และช่อง 7 ต่างก็ใช้เวลามากกว่า 5 ปี กว่าจะคืนทุนและสร้างกำไรได้ และตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ก็ได้มีช่องทีวีดิจิตอลหลายช่อง ที่ได้พิสูจน์ฝีมือในการสรรหาเนื้อหาของรายการที่มีคุณภาพและโดนใจผู้บริโภค เช่น โมโน, เวิร์คพอยท์, ไทยรัฐทีวี, ช่องวัน ก็สามารถสร้างกลุ่มผู้ชมของตัวเองและติดอันดับ 1 ใน 10 ช่องของการวัดระดับความนิยม (เรตติ้ง) ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง “กสทช.ได้คาดคิดไว้แล้วว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลจะมีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่ง กสทช.ก็ได้กำหนดกรอบกติกาในการดำเนินการอย่างครบถ้วน และให้ได้รับอนุญาตใช้คลื่นความถี่เป็นระยะเวลา 15 ปี มิใช่ปีต่อปี ดังนั้นจึงเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมในการประกอบกิจการได้ ขณะที่การชำระเงินค่าประมูลช่องทีวีดิจิตอลนั้น กสทช.ก็ได้กำหนดให้จ่ายเป็นงวดๆ โดยให้วางหนังสือค้ำประกันของธนาคารไว้นั้น ก็เพื่อมิให้เป็นภาระต่อผู้ประกอบการจนเกินไป และให้ผู้ประกอบการนำเงินนั้นไปสร้างสรรค์เนื้อหาที่ดีต่อผู้บริโภค”.
02-06-2015
คุยกับ"พ.อ.นที ศุกลรัตน์" มองจุดเปลี่ยน อ่านอนาคต "กสทช." (ประชาชาติ) ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้งสำหรับ "กสทช." ที่กำลังจะมี พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่ดูเหมือนจะลดทอนอำนาจไปให้บอร์ด DE (ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) "ประชาชาติธุรกิจ" ฉบับนี้มีโอกาสพูดคุยกับโต้โผใหญ่ฟากบรอดแคสต์ "พ.อ.นที ศุกลรัตน์" รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เกี่ยวกับการทำงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับการขอคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลของ "ติ๋ม ทีวีพูล" ดังนี้ - "ไทยทีวี" ทำให้ กสทช.กลายเป็นจำเลย ผมคิดว่า กสทช. ไม่ใช่จำเลย ถ้าทุกรายประสบความล้มเหลว กสทช.อาจจะผิดพลาด แต่กรณีนี้ กสทช. เป็นกรรมการ ผู้กำกับดูแล ต้องดำเนินการตามกฎกติกาที่มีการเปลี่ยนผ่านต้องใช้เวลาพอสมควร ไม่ได้ทำชั่วข้ามคืน แต่ไทยไปได้เร็วมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมักจะมีปัญหาและข้อขัดข้องเกิดขึ้นเสมอ สิ่งใดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ กสทช. สามารถทำได้ ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องทำอย่างเต็มที่เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม - คิดไว้ก่อนไหมว่าจะมีช่องไปไม่รอด เป็นปกติของกิจการที่มีการแข่งขัน ย่อมต้องมีผู้สำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ ทีวีดิจิทัลก็เหมือนกัน คาดคิดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไว้แล้ว ทุกอย่างกำหนดไว้ในกติกาครบถ้วน การประมูลเป็นการประมูลสิทธิในการใช้คลื่น 15 ปี ไม่ใช่ปีต่อปี ดังนั้นเมื่อเป็นผู้ชนะการประมูลจึงต้องจ่ายเงินค่าชนะการประมูล การให้แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ โดยให้วางหนังสือค้ำประกันของธนาคารก็เพื่อไม่ให้เกิดภาระเกินไปเท่านั้น - อะไรทำให้ช่องไปไม่รอด ระบบใบอนุญาตการแข่งขันเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ที่มีประสิทธิภาพก็จะประสบความสำเร็จ กรณีทีวีดิจิทัลทุกรายก็ต้องแข่งขันเสนอเนื้อหาที่ดีกว่า น่าสนใจกว่าต่อประชาชน ผู้ที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่สามารถวางแผนธุรกิจได้ดี เข้าใจตลาด หรือวางกลยุทธ์ดึงดูดความสนใจของประชาชนได้ดี กสท.ให้โอกาสกับทุกรายได้เข้ามาแข่งขันได้ แต่ไม่สามารถทำให้ทุกรายประสบความสำเร็จ - จะมีมาตรการช่วย ต้องดูภาพรวมทั้งหมดก่อน - การออกไลเซนส์อื่น ช่องทีวีรัฐสภาอนุมัติแล้ว ช่องสาธารณะอื่นจะเร่งโครงข่ายของกรมประชาสัมพันธ์ให้เรียบร้อยก่อน ส่วนช่องชุมชนต้องรอให้ไทยพีบีเอสยุติแอนะล็อกในปี 2559 ก่อน - วิทยุดิจิทัล กำลังศึกษาแนวทางอยู่ ไม่ได้ช้ากว่าแผน การตัดสินใจเรื่องนี้ต้องระมัดระวังมาก เพราะแทบไม่มีที่ไหนทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่เราต้องทำเพื่อแก้ปัญหาวิทยุที่มีอยู่เยอะมาก ต้องดีลกับกลุ่มผู้ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุเดิม ล่าสุดบอร์ดได้ผ่านอนุมัติให้นำแผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคไปประชาพิจารณ์แล้วโดยจะเป็นกรอบทางเทคนิคสำหรับระบบFMAMและดิจิทัล ก่อนจะมีหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตตามมา แต่จะไม่มีการพูดถึงการสวิตช์ออฟวิทยุแอนะล็อกเพราะถึงจะมีวิทยุดิจิทัล วิทยุ AM-FM ก็ยังอยู่ - ไลเซนส์โฮมช็อปปิ้งกับเรตติ้ง ติดประเด็นด้านกฎหมาย ตอนนี้กำลังหาแนวทางกำกับดูแลผ่านผู้รับใบอนุญาตช่องทีวีเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค - งานไม่ค่อยคืบหน้า ทำได้ภายใต้ภาวะที่เป็นอยู่ อย่างทีวีดาวเทียมกับวิทยุ หลังเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็มีกฎกติกาเพิ่ม เหมือนต้องทำงานใหม่อีกรอบหนึ่ง แต่ก็ถือว่าเริ่มเข้ารูปเข้ารอย การนำทีวีดาวเทียม วิทยุท้องถิ่นไปใช้ทางการเมืองลดลง แต่การละเมิดผู้บริโภคกำลังเน้นแก้ปัญหานี้การขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัลช้าเฉพาะของกรมประชาสัมพันธ์ มีคำสั่งปรับไปแล้ว ไม่ได้มีผลกระทบต่อการขยายฐานคนดูทีวีดิจิทัล ไปได้เร็วกว่าที่คาดเยอะ ส่วนเรื่องคูปองดิจิทัล ทางสำนักงาน กสทช.เป็นผู้ดูแล - ทีวีดาวเทียมบ่นเป็นลูกเมียน้อย ทีวีดิจิทัลคือฟรีทีวีเป็นบริการพื้นฐานที่่รัฐต้องดูแลให้ทุกคนได้รับข้อมูลข่าวสารต่างกับทีวีดาวเทียมและเพย์ทีวีที่เป็นบริการประเภทอยากดูต้องจ่ายเงินการกำกับดูแลจึงต่างกัน แต่ที่ดูเหมือนเหลื่อมล้ำเพราะมันเกิดกรณีที่ สิ่งที่ตัวเองควรเสียไม่ยอมเสีย ต้องการจะได้อย่างเดียว - บอร์ดมีแต่วาระหนัก ๆ การกำกับเรื่องของสื่อยุ่งเสมอ เพราะกำลังดีลอยู่กับคนที่นำข้อมูลข่าวสารไปสู่สังคม อะไรที่มีผลกระทบกับเขา ก็พยายามจะนำข้อมูลข่าวสารในส่วนนั้นออกไปสู่ประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาส่วนตัวของเขาด้วย แต่หลักของผม คือ จะใช้อารมณ์ ความรู้สึกตัดสินไม่ได้ ต้องยึดตามหลักกฎหมาย กรณี SLC ที่งดออกเสียงเพราะไม่เห็นด้วยที่จะเอากติกานี้มาพิจารณาตั้งแต่ต้น แต่ไม่ได้หมายถึงว่าจะเห็นด้วยว่าการกระทำแบบนี้ถูกหรือผิด แต่ที่ผมไม่เห็นด้วยที่จะมีกติกานี้มาใช้กับกรณีนี้ เพราะในกติกาไม่มีส่วนไหนเลยที่ใช้คำว่า "ผู้รับใบอนุญาต" กสทช.จัดลำดับกติกาชัดเจน ระหว่างผู้ขอรับใบอนุญาต-ผู้เข้าร่วมประมูล-ผู้ได้รับใบอนุญาต - การขายช่องดิจิทัล การเปลี่ยนผู้ถือหุ้นของช่องเป็นไปได้ แต่หลักคือผู้บริหารต้องเป็นคนไทยและผู้ได้รับจัดสรรคลื่นต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง แต่ยังมีรายละเอียดอื่นจะตอบแบบเร็ว ๆ ไม่ได้ แต่กรณีอย่างบริษัท A ขายกิจการให้บริษัท B เลยแบบนี้ไม่ได้ - เกณฑ์การครองสิทธิ์ข้ามสื่อยังไม่ออก เป็นเรื่องที่ยากในเชิงคอนเซ็ปต์ วันนี้บริบทของโลกเปลี่ยนไป ไม่มีสื่อไหนที่จะครอบงำความคิดของคนได้อีกเพราะคนได้รับข้อมูลจากช่องทางที่หลากหลาย ซึ่งกติกาในส่วนนี้ยังไม่เสร็จเพราะกรรมการยังเห็นไม่ตรงกันในเชิงนิยามสื่อ แต่หลักใหญ่ที่สำคัญคือต้องโฟกัสเฉพาะผู้ถือใบอนุญาตวิทยุกับโทรทัศน์จะไปยุ่งกับกิจการหนังสือพิมพ์สิ่งพิมพ์อื่นไม่ได้ -จะมีการเรียกคืนคลื่น? ปีนี้และปีหน้าจะเริ่มเห็นกระบวนการเตรียมพร้อมเพื่อเรียกคืนคลื่น - กม.ใหม่ บทบาท กสทช.เปลี่ยน ในเชิงนโยบายต้องทำงานสอดคล้องกับบอร์ด DE บทบาทจะลดลงนิดหนึ่ง แต่ในเชิงการกำกับดูแลอุตสาหกรรม ยังเป็นหน้าที่ของ กสทช.ไม่ได้เปลี่ยนไป    
04-05-2015
Success of transition to digital TV not a guarantee of quick profits, NBTC member says (The Nation) THAILAND has made a successful transition to the era of terrestrial-based digital television from analog, according to Natee Sukonrat, a member of the broadcasting regulator. However, he admitted, this successful transition does not always mean individual holders of digital-TV licences are also successful, at least not right away. Natee, chairman of the broadcasting committee of the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC), said Thailand had ushered in the digital-TV era more quickly than many other countries, thanks to good preparation. His committee last year gave away vouchers to households towards their purchase of digital-TV receiving equipment after switching to the new system in 2013. Some countries such as Japan waited for six or seven years after the transition to digital before initiating a similar voucher programme Natee said the transition to digital sparked full competition in the TV broadcasting industry, and now no single broadcaster can enjoy the lion's share of advertising and viewers, unlike in the analog era The broadcasting committee held an auction in December 2013 for digital TV licences that resulted in the granting of 24 licences to 17 successful bidders in April last year. The total value of the licence payments was Bt50.86 billion. According to a survey by Nielsen (Thailand), as of last month, 21 of the 24 commercial digital TV channels accounted for 28 per cent of total viewers, while the remaining six (three commercial and three public), accounted for 72 per cent. Natee said that although the digital transition in general could be seen as a success, some broadcasters might not see any profits for as much as five years, depending on many factors, including the national economy. Recently a group of digital-TV licence holders asked the NBTC to extend the due date for the second instalment of their up-front licence fees by one year from the currently scheduled May 24. Some of them said the licensing body had to take responsibility for failing to create a favourable landscape for the business. Recently, the NBTC board approved their request in principle. However, the final approval is subject to the results of a public hearing on key issues on Wednesday. The issues to be put to the hearing include whether the postponement should mean the digital-TV operators must pay the second and third instalments at the same time, in May next year, or whether they will pay the second instalment next May, and the third in May 2017. The other issues are whether the operators should be required to pay the delayed instalment fee plus interest, and whether the NBTC should introduce a measure to protect consumers from the potential effects of delayed fee payments. Regarding the economic factor, Natee said that before the December 2013 licence auction, the Fiscal Policy Office had predicted that gross domestic product would grow by 5 per cent that year and 4.5 per cent in 2014. However, what actually happened was that GDP expanded only 2.9 per cent in 2013 before plunging to 0.9-per-cent growth in 2014. MCOT and the Public Relations Department, two of the four licensed operators of digital TV transmission networks, have also failed to meet their schedules to set up their networks. While MCOT is only a few months behind, the PRD has yet to start procuring the necessary equipment for transmission network. As it happens, though, this has not affected any commercial broadcasters as none of them planned to use the PRD network anyway. An industry observer has said that one factor hindering the smooth progress of the digital TV industry is the lack of consensus among the five broadcasting commissioners in some cases. Natee said all of the members of his committee were free to express their opinions.    
04-05-2015
กสทช.ปลื้ม 1 ปี “ทีวีดิจิตอล” เดินมาถูกทาง โชว์ 7 ช่องน้องใหม่ผงาด (ไทยรัฐ) “นที” คุยฟุ้ง 1 ปีของการแจ้งเกิด “ทีวีดิจิตอล” ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะมีถึง 7 ช่องที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ช่องยอดนิยมของคนดูทั้งประเทศ การันตีการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม ย้ำผู้ประกอบการต้องทุ่มเทฝีมือ ผลิตรายการคุณภาพ แบ้งเค้กเม็ดเงินโฆษณา 8 หมื่นล้านบาท พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ทีวีดิจิตอลได้ออกอากาศครบ 1 ปี เมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านระบบทีวีของประเทศไทย จากอนาล็อกสู่ทีวีดิจิตอล ซึ่งประชาชนได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่าน เพราะสามารถรับชมทีวีดิจิตอล ได้หลากหลายจากอดีตรับชมทีวีเพียงไม่กี่ช่อง แต่ปัจจุบันรับชมทีวีได้ 24 ช่อง และมีหลากหลายรายการ ที่เลือกรับชมตามใจชอบ โดยการจัดอันดับ 10 ช่องยอดนิยมของคนไทยได้แก่ ช่อง 7, 3, เวิร์คพอยท์, อาร์เอส, โมโน, ไทยรัฐทีวี, วัน, ทรูฟอร์ยู, อสมท, ช่อง 5 ตามลำดับ ซึ่งการจัดอันดับดังกล่าว มีช่องทีวีดิจิตอลที่เกิดใหม่มากกว่า 7 ช่อง ส่วนช่องทีเอ็นเอ็น เนชั่น พีพีทีวี บางเดือนก็เบียดขึ้นติด 1 ใน 10 บางเดือนก็ไม่ติด แต่ก็ถือว่ามีกลุ่มรับชมโดยเฉพาะ “ผมมองว่าธุรกิจทีวีดิจิตอล เริ่มเข้าสู่กระบวนการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ไม่มีใครมีรายได้และกำไรมหาศาลอีกแล้ว เพราะความเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อทีวีดิจิตอลช่องใหม่ๆ หลายช่องเริ่มพัฒนาเนื้อหารายการ ดึงดูดผู้ชมมากขึ้น เช่นไทยรัฐทีวี ได้ถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ทำให้ที่ผ่านมา การจัดอันดับหรือเรตติ้งก็พุ่งสูงขึ้น เพราะประชาชนรับชมได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบเอชดี หากผู้ประกอบการคัดสรรรายการเนื้อหาดีๆ ประชาชนก็จะหันมารับชมทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันยอดการรับชมทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนเป็น 27-28% ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จากเดือน ม.ค.ที่มียอดรับชม 10-15% ของจำนวนประชากร 65 ล้านคน” ทั้งนี้ กสทช. เชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทุกราย ยังจะสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่มีผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งที่จะสามารถทำรายได้ และกำไรมหาศาลได้อีก หรืออาจขาดทุนกำไร เพราะเมื่อมูลค่าตลาดมีมากกว่า 80,000 ล้านบาท หากผู้ประกอบการมีการพัฒนาเนื้อหารายการที่ดึงดูดผู้ชมตามเป้าหมายได้ เชื่อว่าผู้ประกอบการทุกราย อยู่รอดได้ ส่วนการเลื่อนจ่ายค่าประมูลทีวีดิจิตอลออกไป 1 ปี ล่าสุด บอร์ด กสท.ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เนื่องจากในช่วงการออกอากาศเมื่อเดือน เม.ย.2557 ได้เกิดเหตุสุดวิสัยในหลายๆกรณี เช่น การชุมนุมทางการเมือง การปิดสถานีโทรทัศน์ในเดือน พ.ค.2557 การขยายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จะเห็นได้จากการปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหลายๆครั้ง จากปี 2556 ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 6.5% แต่ปรากฏว่ามีการขยายตัวเพียง 2.6% ส่วนปีที่ผ่านมา เดิมคาดว่าจะขยายตัว 5.1% แต่ปรากฏว่าขยายตัว 0.9% พ.อ.นที กล่าวว่า การเลื่อนจ่ายค่าประมูลทีวีดิตอล งวดที่ 2 วงเงินรวม 8,000 ล้านบาท ถือว่าสมเหตุสมผล ซึ่ง กสทช.จะได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ในวันที่ 6 พ.ค. นี้ ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องมาแสดงความคิดเห็น และแสดงเหตุผลการขอเลื่อน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการและการเลื่อนจ่าย ทำให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนนำไปพัฒนาเนื้อหารายการที่ดี มีประโยชน์ต่อประชาชนอีกด้วย “ผมเห็นด้วยและสนับสนุนการเลื่อนจ่าย 1 ปี จากเดิม 6 ปี เป็น 7 ปี โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย เพราะหากเลื่อนจ่ายโดยคิดดอกเบี้ย ก็เท่ากับว่าไม่ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพราะ 1 ปีที่ผ่านมาได้เกิดเหตุสุดวิสัยหลายอย่างทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจที่ชะลอตัว เมื่อ กสท.เป็นองค์กรกำกับดูแล หากช่วยเหลือแบ่งเบาภาระได้ ก็ควรทำ”.
21-04-2015
ทีวีดิจิตอล 24 ช่องเฝ้ารอไม่กะพริบตา! ลุ้นบอร์ด กสทช.เคาะเลื่อนจ่ายค่าประมูล  (ไทยรัฐ) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้มีมติให้คณะอนุกรรมการร่างหลักเกณฑ์การผ่อนผันการเลื่อนชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 ซึ่งจะชำระในเดือน พ.ค.58 นี้ออกไป 1 ปี เพื่อนำเสนอที่ประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ หากบอร์ด กสทช.อนุมัติก็จะนำร่างดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) คาดว่าจะใช้เวลาสั้นที่สุดประมาณ 15 วัน “การผ่อนผันให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 24 ช่อง เลื่อนจ่ายเงินค่าประมูลงวดที่ 2 ออกไป 1 ปีนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระในภาวะเศรษฐกิจซบเซา” ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุมบอร์ด กสทช. วันที่ 22 เม.ย.นี้ เพราะเป็นวาระเร่งด่วน เนื่องจากจะครบรอบการชำระเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 ในวันที่ 24 พ.ค.58 รวมวงเงินรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8,962.89 ล้านบาท “ผมเชื่อมั่นว่า บอร์ด กสทช.จะอนุมัติ เพราะเป็นการช่วยแบ่งบรรเทาภาระของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลในช่วงเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท.ยังไม่อนุมัติให้บริษัท ไทยทีวี จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลช่องเด็กและเยาวชน เปลี่ยนชื่อและโลโก้ช่องจากช่องโลก้า เป็นช่อง เอ็มวีทีวี โดยให้ไปตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงกรรมการและการถือหุ้นก่อน.
20-04-2015
NBTC may allow delay in the payment of licence fee instalment THE National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) might grant a request by terrestrial digital TV operators to postpone their payments of the second instalment of the upfront licence fee - worth almost Bt8.2 billion in total - by a year to help them cope with the unfavourable economic climate. An NBTC source said that the Finance Ministry recently told the regulator that it was within the NBTC's authority to consider postponing the payment until next May. NBTC broadcasting committee chairman Natee Sukonrat said that he had yet to see the ministry's reply, but if it did say that his board would consider the matter and forward the reply to the NBTC board for consideration. Natee personally thinks that the watchdog should grant the operators' request, as it should understand that they have felt the pinch from the economic situation. The watchdog's broadcasting committee had consulted with the ministry to determine if it was within the licensing body's purview to make the postponement The committee needed to do that as the junta last year ordered the NBTC to pass all proceeds from the digital TV licence auction to the state coffers. It transferred the first instalment of the upfront licence fee to its fund to supporting telecom and broadcasting research and development. The broadcasting committee held the licence auction in December 2013 that resulted in it granting 24 licences to 17 bid winners in April 2014. The total value of the licence payment was Bt50.86 billion. The bid winners paid the first instalment of the upfront licence fee - worth Bt11.16 billion - in May 2014. The committee divides the upfront fee into two parts: The minimum upfront amount it should gain from the auction, and the amount exceeding the minimum amount. The bid winners are required to pay the minimum amount within four years - 50 per cent in the first year, 30 per cent in the second year, 10 per cent in the third year and 10 per cent in the fourth year. They have to finish paying the exceeded amount within six years - 10 per cent in each of the first two years and 20 per cent in each of the following four years. The operators of all 24 digital TV channels will pay a combined Bt8.12 billion in upfront fees in the second instalment payment, of which Bt4.55 billion is the minimum fee. They are scheduled to pay the total third instalment (the combined minimum and exceeded fee) of Bt8.65 billion next year, Bt8.65 billion in the fourth year, Bt7.13 billion in the fifth year and Bt7.13 billion in the sixth year. Digital TV operators also asked the NBTC to waive the annual licence fee for five years.
08-02-2015
'ทีวีดิจิตอล'ไทยโตไวกว่าที่คิด  (ฐานเศรษฐกิจ) http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=264356&catid=246&Itemid=456
14-11-2014
MCOT may face fine for network rollout delay NBTC panel mulls issue of warning to state media enterprise MCOT may be fined under an administrative action by the broadcasting regulator because of the delayed roll-out of its digital TV transmission network. Natee Sukonrat, chairman of the broadcasting committee of the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC), said yesterday that his panel was considering issuing a warning notice to the state media entreprise after receiving the report about the delay of its network expansion plan. Natee revealed this to the press after meeting with executives from the 24 commercial digital terrestrial TV broadcasters and the four digital TV network providers. According to NBTC licensing regulations, the holders of licences to operate a network to transmit terrestrial-based digital television must be able to cover at least 60 per cent of all households in the Kingdom in the second year of the network expansion, which started in August. Natee said MCOT was seeking flexibility in its case, as it wanted at least two more months to complete its network-coverage commitment. MCOT currently provides use of its network to Thairath TV, Springnews TV and Voice TV. But recently, its network failed to transmit digital TV signals to homes for eight hours. Acting NBTC deputy secretary-general Sombat Leelapata said the commission expected to issue a warning notice to MCOT this month after the broadcasting panel's approval. Bt20,000 a day If MCOT cannot speed up the installation of transmitters to meet the commitment, it could be fined about Bt20,000 a day multiplied by the number of incomplete broadcast sites. MCOT executive vice president Thanachai Wongthonsri acknowledged that it was an unavoidable delay but said the company would announce a public procurement for new digital TV transmitters as soon as possible and put it to tender. The winner of the bid will provide the transmitters and after-sales service for MCOT. Apart from MCOT, the Public Relations Department has faced similar delays as the investment on its transmission network was pending after the seizure of power by the military. The PRD is under the jurisdiction of the Prime Minister's Office. Natee explained that the PRD's case was different from MCOT's as currently no one was using the PRD's network, but the delay would have a direct impact on the birth of at least six new public digital terrestrial TV channels in the near future. In a meeting yesterday to solve the network delays, the NBTC's subcommittee governing the digital transition floated an idea that it might negotiate with the PRD on temporarily using some of its unused bandwidth to telecast three TV channels that are using MCOT's network. Unfortunately, after brainstorming with relevant parties, there was no agreement on this.
31-01-2015
"ทีวีดิจิทัล-สื่อออนไลน์"ดันโฆษณาปีนี้1.4แสนล้าน (กรุงเทพธุรกิจ) ช่อง"ทีวีดิจิทัล"เข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศสิ้นปีนี้ กระแสสื่อดิจิทัลบูม หนุนอุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้1.4แสนล้าน จากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงครึ่งแรกปี2557 ส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัวและปัญหาหนี้ครัวเรือน ถือเป็นปัจจัยกระทบภาพรวมการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อในปีที่ผ่านมา หากพิจารณาการสำรวจตัวเลข จาก นีลเส็น และสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT รวมมูลค่างบโฆษณาอยู่ที่ 132,350 ล้านบาท ติดลบ 2% เทียบปี 2556 นางวรรณี รัตนพล นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย หรือ MAAT เปิดเผยว่าในปี 2558 คาดว่าอุตสาหกรรมโฆษณาจะเติบโต 4-5% มีมูลค่า 1.41 แสนล้านบาท จากปัจจัยภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น เห็นได้จากตัวเลขคาดการณ์จีดีพีปีนี้เติบโตที่ 3-4.5% อีกทั้งการออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ช่องใหม่ในปีที่ผ่านมา พบว่าหลายช่องมีการลงทุนคอนเทนท์เพิ่มเติมหวังขยายฐานผู้ชม เพิ่มเรทติ้งและปรับราคาโฆษณา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้มีสินค้าและเอเยนซี่สนใจใช้งบผ่านสื่อดิจิทัล ออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยตัวเลขจากสมาคมโฆษณาดิจิทัลปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5,863 ล้านบาท เติบโต 38% "ปีที่ผ่านมาทีวีดิจิทัลมีตัวเลขโฆษณาอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าทีวีอนาล็อกเดิมที่มีโฆษณา 6.3 หมื่นล้านบาท แต่ทีวีดิจิทัลช่วยสร้างสีสันให้กับอุตสาหกรรมได้อย่างดี เพราะช่วยกระตุ้นให้คนหันกลับมาดูทีวีเพิ่มขึ้น เพราะมีรายการให้เลือกหลากหลาย เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย และบริการความเร็วสูงทำให้การเสพสื่อประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว"นางวรรณี กล่าว สำหรับการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ภาพรวมยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน แต่เชื่อว่าจากแผนการลงทุนฟื้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จะช่วยกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อฟื้นตัว ผลักดันให้สินค้าและบริการกลับมาใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้น คาดว่าสัญญาณดังกล่าวจะชัดเจนในเดือน ก.พ.นี้   "ทีวีดิจิทัล"ปรับราคา40% นายรัฐกร สืบสุข กรรมการ สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากการออกอากาศทีวีดิจิทัล ช่องใหม่ในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้นอีก 21 ช่อง และช่องทีวีอนาล็อกออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัล ทำให้ผู้ชมกระจายตัวจากทีวีอนาล็อกไปยังทีวีดิจิทัลช่องใหม่ ปีที่ผ่านมาช่องทีวีอนาล็อกมีผู้ชมลดลงประมาณ 10% ส่วนปีนี้คาดลดลง 4-5% สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ทีวีอนาล็อกยังไม่มีแผนปรับราคาโฆษณาเพิ่มขึ้นในปีนี้ ขณะที่ช่องทีวีดิจิทัลปีก่อนมีผู้ชมเพิ่มขึ้น 30% โดยช่องผู้นำเรทติ้งทีวีดิจิทัล มีผู้ชมใกล้เคียงกับทีวีอนาล็อกช่อง 5 และช่อง9 ทำให้ช่องทีวีดิจิทัล ปรับราคาโฆษณาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 40% โดยช่องผู้นำเรทติ้งปรับขึ้นในอัตราเท่าตัว ขณะที่ช่องเคเบิลและทีวีดาวเทียมมีผู้ชมลดลง 20% จึงไม่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นในกลุ่มนี้ นางสาวพเยาว์ ธรรมธีรสุนทร หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์สื่อทีวี บริษัทมายด์แชร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าปีนี้ทีวีดิจิทัลกลุ่มผู้นำเรทติ้ง ประกาศปรับราคาขึ้น 100-300% นอกจากนี้มีโอกาสที่งบโฆษณาจากทีวีอนาล็อกรายเดิม จะย้ายมายังทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น ประเมินว่า ปีนี้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาน่าจะกลับมาเติบโตในอัตรา 5% จากปัจจัยดังกล่าวมองว่างบโฆษณาสื่อทีวีทุกช่องทางปีนี้จะอยู่ที่ราว 8 หมื่นล้านบาท โดยทีวีดิจิทัลจะมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้น 200-300% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าที 1.2 หมื่นล้านบาท ฐานผู้ชมทีวีดิจิทัลพุ่ง นางสาวกนกกาญจน์ ประจงแสงศรี กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การลงทุนและการเรียนรู้ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส เปิดเผยว่าสมาคมมีเดียเอเยนซี่ฯ ได้จัดทำผลสำรวจการรับชมทีวีดิจิทัลครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 16-24 ม.ค.2558 ที่ผ่านมาพบว่า จำนวนผู้รับชมทีวีอนาล็อกผ่านเสาอากาศ (ก้างปลา/หนวดกุ้ง) มีจำนวนลดลงจากการสำรวจครั้งแรกเดือน พ.ค.2557 จากเดิมมีอยู่ 21% สำรวจครั้งที่2 อยู่ที่ 14% และล่าสุดครั้งที่ 3 อยู่ที่ 12% ขณะที่การรับชมทีวีดิจิทัลผ่านกล่องรับสัญญาณดิจิทัล มีจำนวนที่เพิ่มขึ้นจาก 6% จากการสำรวจครั้งแรกขึ้นไปถึง 22% ในการสำรวจล่าสุด และกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามยังได้ทำการเปลี่ยนและติดตั้งอุปกรณ์เพื่อดูทีวีดิจิทัลจากการสำรวจครั้งแรกที่มี 37% เพิ่มขึ้นมาเป็น 67% จากการสำรวจในเดือนม.ค.นี้ พฤติกรรมการรับชมทีวีของผู้บริโภคหลังจากที่ได้ติดตั้งกล่องรับสัญญาณแล้วพบว่าดูฟรีทีวีเดิมเป็นหลักลดลงจาก 52% ลดลงเหลือ 38% โดยผู้บริโภคดูช่องทีวีดิจิทัลเป็นหลักมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 16% ส่วนผู้บริโภคที่ยังดูทั้งระบบอนาล็อก และระบบดิจิทัลเท่าๆกันเพิ่มขึ้นจาก 39% เพิ่มเป็น 46% ส่วนการแจกคูปองเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องรับสัญญาณดิจิทัล DVB-T2 พบว่า 57% ของผู้ถูกสำรวจได้รับคูปองแล้ว แต่กลุ่มนี้มีถึง 60% ไม่ได้ให้ความสนใจในการแลกกล่องรับสัญญาณ โดย 50% ยังไม่ได้แลกกล่องเนื่องจากมีกล่องและจานดาวเทียม หรือติดตั้งเคเบิลทีวีอยู่แล้ว ในขณะที่ 13% บอกว่าการแลกมีขั้นตอนยุ่งยาก ขณะที่ 8% บอกคุณภาพกล่องรับสัญญาณไม่ดี และ 8% อยู่ในระหว่างการตัดสินใจ ทั้งนี้ ความคืบหน้าของการสร้างสถานีส่งสัญญาณในปีที่ผ่านมาสามารถออกอากาศสัญญาณทีวีดิจิทัลได้ครอบคลุม 24 จังหวัด ครัวเรือนไทยสามารถรับชมได้ 17.6 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็น 80% ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 22.9 ล้านครัวเรือน ในปี 2558 จะมีสถานีส่งเพิ่มอีก 15 จังหวัด ทำให้การรับชมทีวีดิจิทัลครอบคลุม 90-95% ของครัวเรือน ดังนั้นภายในปีนี้ สำนักงาน กสทช.จะดำเนินการแจกคูปองครบตามจำนวนครัวเรือนไทย ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงการรับชมทีวีดิจิทัลได้ทั่วประเทศในสิ้นปีนี้
06-11-2014
ถกเรียงช่องทีวีดิจิทัล กสท.ย้ำประโยชน์ผู้ชม   กสท.เปิดเวทีสาธารณะรับฟังความเห็น ร่าง ประกาศฯเรียงลำดับช่องทีวีดิจิทัล หมายเลข 1-36 ทุกแพลตฟอร์ม แจงอิงประโยชน์ผู้ชม-ป้องกันสับสน หมายเลขช่อง ด้านผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลหนุนร่างฯ ฝั่งโครงข่ายดาวเทียม-เคเบิลค้าน ชี้แข่งขันไม่เป็นธรรม วานนี้ (5 พ.ย.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ พ.ศ....โดยมีผู้ประกอบการแพลตฟอร์มระบบดาวเทียม เคเบิลทีวี ช่องทีวีดิจิทัล ศิลปิน นักแสดง และประชาชนทั่วไปร่วมแสดงความคิดเห็น   สาระสำคัญของร่างประกาศฯ กำหนดให้ทุกแพลตฟอร์มเรียงลำดับหมายเลขช่อง "ทีวีดิจิทัล" เหมือนกัน โดยอยู่ที่ลำดับ 1-36 ต่างจากประกาศฯ เดิม ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มระบบดาวเทียมและเคเบิลทีวี เรียงลำดับช่องหมายเลข 1-10 เอง และ ให้เรียงลำดับช่องทีวีดิจิทัลที่หมายเลข 11-46   พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ร่างประกาศฯ เรียง ลำดับช่องใหม่ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปปรับปรุงร่างฯ ให้เหมาะสม จากนั้นจะเข้าสู่ การพิจารณาของ บอร์ด กสท. และ กสทช. หากกรรมการ เห็นชอบ คาดจะประกาศใช้ภายในปีนี้   สำหรับเนื้อหาของร่างประกาศฯ ได้มองประโยชน์ ของประชาชนและสังคมเป็นหลัก เพื่อแก้ไขประกาศฯ เดิมที่จัดเรียงลำดับช่องทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นฟรีทีวีระดับชาติ ที่ประชาชนรับชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเดิม จัดเรียงช่องแตกต่างกันในแพลตฟอร์มระบบดาวเทียมและเคเบิลทีวี โดยกำหนดไว้ที่หมายเลข 11-46 ขณะที่โครงข่ายระบบดิจิทัลภาคพื้นที่ดินอยู่ที่หมายเลข 1-36   นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการ ผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นบีซี กล่าวว่า การเรียงช่องทีวีดิจิทัล หมายเลขเดียวกันทุกโครงข่าย เชื่อว่าช่องทีวีดิจิทัล ประเภทสาธารณะ ซึ่งไม่แสวงหากำไร จะได้ ประโยชน์จากการจัดเรียงไว้ในลำดับแรกและเหมือนกันทุกโครงข่าย อีกทั้งไม่สร้างความสับสนให้กับ ประชาชนในการจดจำหมายเลขช่อง จึงสนับสนุนร่างประกาศฯ เรียงช่องใหม่ ทั้งเห็นว่าประกาศฯเดิมที่ให้โครงข่ายระบบดาวเทียมและเคเบิลจัดเรียงหมายเลขช่อง 1-10 เอง เจ้าของโครงข่ายส่วนใหญ่ นำช่องทีวีดิจิทัล ไปจัดเรียง ไว้ที่หมายเลข 1-10 และช่องทีวีดาวเทียมและเคเบิลอื่น ไม่ได้ประโยชน์จากประกาศฯฉบับเดิมเช่นกัน   นางจิตรลดา เฮงยศมาก ผู้ช่วยกรรมการ ผู้อานวยการฝ่ายกฎหมาย บริษัท จีเอ็ม เอ็ม แกรมมี่ จำกัด กล่าวว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เข้าร่วมประมูล ช่องทีวีดิจิทัลมาด้วยมูลค่าสูง เนื่องจากหลักเกณฑ์การ ประมูลกำหนดผู้ชนะประมูลสูงสุด สามารถเลือกหมายเลขช่องได้เป็นลำดับแรก ดังนั้นหมายเลขช่องจึงมีความสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้เข้าประมูล และสนับสนุนร่างประกาศฯเรียงช่องใหม่ เพื่อให้ช่องทีวีดิจิทัล เป็นหมายเลขเดียวกันทุกโครงข่าย   นายมานพ โตการค้า ประธานชมรมผู้ประกอบ การโครงข่ายโทรทัศน์ดาวเทียม กล่าวว่าประกาศเรียง ช่องฉบับเดิมได้ผ่านความเห็นชอบจากทุกฝ่ายให้มีผล บังคับใช้ ซึ่งในช่วงที่ทีวีดิจิทัลออกอากาศได้ทำประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้หมายเลขช่องในแพลตฟอร์มดาวเทียมและเคเบิลไปแล้ว การจัดทำ ประกาศเรียงช่องใหม่ เชื่อว่าจะยิ่งสร้างความสับสน ให้ประชาชน และไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดาวเทียมและเคเบิล ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่คลื่นความถี่ แต่มีภาระในการนำช่องทีวีดิจิทัลมาออกอากาศ จึงไม่เห็นด้วยกับร่างประกาศฯใหม่   นางศุภสรณ์ โหรชัยยะ ผู้แทนบริษัททรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า "หมายเลข"ช่องทีวี ในลำดับต้นๆ ถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่าของผู้ประกอบการโครงข่าย ดังนั้นจัดทำร่างประกาศฯเรียงช่องใหม่ โดยกำหนดให้ลำดับที่ 1-36 เป็นช่องทีวีดิจิทัล ทำให้โครงข่ายไม่สามารถใช้ประโยชน์และบริหารจัดการลำดับช่อง ต้นๆ ของบริษัทได้ ถือเป็นการออกประกาศฯ ที่เลือก ปฏิบัติระหว่างผู้ประกอบการทีวีดจิทัล และกลุ่มเคเบิล-ดาวเทียม ทำให้เกิดการแข่งขันไม่เป็นธรรม และเป็นการผลักภาระการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลมาให้ฝั่งเคเบิลและดาวเทียม
22-07-2015
Thai TV agrees to keep its digital channels on air (The Nation)   After mediation by the Central Administrative Court, Thai TV Co yesterday accepted the broadcast regulator's suggestion that it continue running its two digital television channels for three months as it seeks either a content partner or a co-investor. "We are satisfied with the results from a friendly talk with the regulator. My company would like to make it known that we are ready to welcome a new content partner or co-investor who could afford a huge investment and with expertise in creating and producing content for our media outlets," Pantipa Sakulchai, president of Thai TV, said yesterday. Before attending the hearing at the court, Pantipa had insisted that the company's two digital TV stations - the Thai TV news channel and Loca family channel - would be off the air at midnight July 25. But after the negotiation, she said both TV stations would continue to be aired until the end of October. She said that during those three months, each channel would cost about Bt20 million per month on the operations and content production. Colonel Natee Sukonrat, chairman of the broadcasting committee of the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC), said his panel would also extend the deadline for payment of the second instalment of the company's up-front licence fees for three months. Supinya Klangnarong, a member of the broadcasting committee who also attended the hearing, said: "During the extended period, we won't seize the bank guarantee posted by Bangkok Bank." She said a previous order to do so by the NBTC's administration was issued without the approval of the broadcasting committee. Pantipa and her legal team have claimed that the NBTC failed to deliver on its promise to transition the country smoothly to the digital-TV era as written in the commission's terms of reference when the it invited bidders to join the auction of 24 commercial digital-TV licenses. In a statement, Thai TV charged that the NBTC had promised to give away coupons towards the purchase of digital receivers to 22.5 million households, but only 14 million coupons were actually provided. The company said the broadcasting industry had suffered from delays in a public relations campaign to raise awareness about terrestrial-based digital television. Pantipa insisted that her company had conducted a proper feasibility study before entering the country's first digital-TV licence auction in late 2013 and prepared a good strategy to run its digital-TV business. "With my 38 years' experience in the entertainment and broadcasting industry, I do believe that what we have done and what we are doing are the right thing," she stressed. Some time ago, Thai TV announced that it had decided to give up its digital-TV business and that it wanted to relinquish its licences for the Thai TV news channel and Loca family channel. The company cited difficulties in operations, intense competition and lack of support from the NBTC for the transition from analog to the digital era.According to local newspapers, Pantipa insisted that both Thai TV and Loca would end their services on the digital terrestrial platform by Sunday. The company also refused to pay the second and remaining four instalments of the up-front licence fees and the annual licence fees to the commission. Last month, Thai TV Co filed a petition to the Central Administrative Court for a temporary injunction to protect its bank guarantee issued by Bangkok Bank from seizure by the NBTC.
26-10-2014
'เซ็ตท็อปบ็อกซ์' เลือกแบบไหนดีไม่เสียความรู้สึก http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=251529:2014-10-23-10-23-02&catid=107:2009-02-08-11-34-25&Itemid=456
18-10-2014
 เซเว่นรับคูปองดิจิตอล(ข่าวสด) นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า เซเว่นฯ ร่วมให้บริการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้วยการเป็นจุดรับแลกคูปองดิจิตอลทีวี โดยร่วมกับบริษัท ไฮไฟ โอเรียนท์ ไทย จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี "อะโคเนติค", บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี "เอเจ", บริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี "แฟมิลี่" และบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี "ฟอร์ท" ตั้งเป้าจำหน่ายกล่องดิจิตอลทีวีกว่า 2 ล้านเครื่อง ด้วยจำนวนร้านสาขารองรับถึงกว่า 6,500 สาขา นับว่าเป็นช่องทางให้บริการที่ครอบคลุมมากที่สุดและสะดวกต่อประชาชนที่มารับบริการ โดยที่ร้านเซเว่นฯ มีกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวีมาตรฐาน ราคา 690 บาท เท่ากับมูลค่าของคูปองที่ได้รับจาก กสทช. ซึ่งเป็นกล่องรับสัญญาณรุ่นที่ไม่มีเสาอากาศ ลูกค้าสามารถแลกคูปองโดยไม่ต้องชำระเงินเพิ่ม
18-10-2014
เซเว่นพร้อมขายกล่องทีวีดิจิตอล มั่นใจยอดซื้อทะลุ2ล้านใน3เดือน/บิ๊กซีขนมาให้เลือก20รุ่น ซีพีออลล์สนอง กสทช. จับมือผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล 4 ราย แลกรับคูปองทีวีดิจิตอลที่ร้านเซเว่นฯ คาดมียอดขาย 2 ล้านกล่องใน 3 เดือน ด้านบิ๊กซีพร้อมมีให้เลือกกว่า 20 รุ่น นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ทาง กสทช.ได้เริ่มมีการแจกคูปองดิจิตอลให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 42 จังหวัด บริษัทมีสาขาของเซเว่นฯ ครอบคลุมอยู่ 6,500 สาขา ในการนี้เองจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลหลายราย ได้แก่ อะโคเนติค, เอเจ, แฟมิลี่ และฟอร์ท เพื่อรับแลกคูปองทีวีดิจิตอลที่ร้านเซเว่นฯ ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป และจะร่วมมือกันไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับเป้าหมายภายในสิ้นปีเฉพาะช่องทางของร้านเซเว่น คาดการณ์ว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 2 ล้านกล่อง ซึ่งก็มั่นใจว่าบุคลากรหรือพนักงานของทางร้านก็มีความพร้อมในการให้บริการแก่ลูกค้าในเรื่องเกี่ยวกับเอกสารอย่างแน่นอน โดยในแต่ละสาขาได้มีการสต็อกสินค้าในแต่ละแบรนด์ของพันธมิตรไว้ประมาณ 5-10 กล่องต่อแบรนด์ ซึ่งลูกค้าสามารถที่จะมีการสั่งจองล่วงหน้าได้ หากในขณะนั้นสินค้าที่ต้องการไม่มีที่สาขาอีกด้วย ขณะที่นายภานุศักดิ์ ซื่อสัตย์บุญ ที่ปรึกษาอาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เอเจได้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับภาพและเสียงมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้ว ซึ่งบริษัทก็มีความต้องการที่จะนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในเซเว่นฯ อยู่แล้ว โดยบริษัทก็มีกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ด้วยกันหลายรุ่น แต่เลือกที่จะนำมาจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ จำนวน 1 รุ่น บริษัทได้ใช้งบประมาณเพื่อทำการตลาดและจัดโปรโมชั่นกว่า 100 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายจะขึ้นเป็นเจ้าตลาดตั้งแต่เริ่มมีการนำสินค้าออกวางจำหน่ายสู่ตลาด ส่วนยอดขายรวมในปีนี้ก็คาดว่าจะอยู่ที่ 4,100 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจเดิมราว 1,700 ล้านบาท และจากการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณอีก 2,400 ล้านบาท ด้านนายไพศาล เปรื่องวิริระ ประธานบริหาร บริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมกล่องรับสัญญาณจำนวน 2 แบบ เพื่อเข้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางร้านเซเว่นฯ ได้แก่ 1.พรีเมียม เซต ที่มาพร้อมกับเสาอากาศดิจิตอล และแบบไม่มีเสาอากาศดิจิตอล ที่จะตอบโจทย์บ้านที่มีหนวดกุ้งอยู่แล้ว สำหรับเป้าหมายของยอดขายผ่านช่องทางร้านเซเว่นฯ บริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ 1-2 ล้านกล่อง ภายใน 3 เดือน นายกุฎาธาร นาควิโรจน์ ที่ปรึกษาบริหาร ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) “บิ๊กซีได้เตรียมความพร้อมของบุคลากรและอุปกรณ์ในบิ๊กซีทุกสาขา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคที่ประสงค์จะนำคูปองมูลค่า 690 บาทมาใช้ ซึ่งสามารถนำมาแลกซื้อได้ทันทีในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ โดยบิ๊กซีมีกล่องรับสัญญาณทีวีระบบดิจิตอลที่หลากหลายมากกว่า 20 รุ่น ที่ตอบสนองทุกความต้องการ “บิ๊กซีคาดว่าผู้บริโภคที่จะนำคูปองมาใช้ จะแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่จะใช้คูปองแลกกล่องรับสัญญาณทีวีระบบดิจิตอลมูลค่า 690 บาท กลุ่มที่จะใช้คูปองแลกซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีระบบดิจิตอลที่มูลค่าเกิน 690 บาท โดยชำระเงินส่วนต่างเพิ่มเติม และกลุ่มที่จะใช้คูปองแลกซื้อทีวีดิจิตอล โดยสัดส่วนของผู้บริโภคทั้ง 3 กลุ่ม คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 60-20-20”.
10-10-2014
คูปองทีวีดิจิตอลใช้อย่างไร : จุฬาวรรณ สุทธิมาศ พร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนผ่านจากระบบทีวีเดิมอนาล็อก ไปสู่ระบบดิจิตอล ซึ่งเรื่องราวว้าวุ่นได้เกิดขึ้นมากมายในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจาย เสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าคูปองเงินสดแลกรับอุปกรณ์ระบบดิจิตอลทีวี ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ เพราะมูลค่าที่พอดี เหมาะสมนั้น ต้องคำนวณจากหลายกระบวนการจนสุดท้ายก็เคาะราคากันที่ 690 บาทต่อใบ ซึ่ง 1 ครัวเรือนมีสิทธิ์ได้รับ 1 ใบเท่านั้น ทั้งนี้ ครัวเรือนที่จะมีสิทธิ์ได้รับก่อนนั้น จะต้องเป็นครัวเรือนมาจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่มีการระบุชื่อเจ้าบ้านเท่านั้น ซึ่งมีจำนวน 14.1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ จากทั้งหมด 26.6 ล้านครัวเรือน เพื่อสะดวกในการตรวจสอบ และเป็นครัวเรือนที่สามารถนำคูปองไปใช้จริง ส่วนที่เหลืออีก 12.5 ล้านครัวเรือนนั้น แบ่งเป็นกรณีมีบ้าน ไม่มีเจ้าบ้าน ไม่มีผู้อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 7.3 ล้านครัวเรือน ส่วนกรณีมีบ้าน ไม่มีเจ้าบ้าน แต่มีผู้อยู่อาศัย มีจำนวน 2.4 ล้านครัวเรือน และมีจำนวน 2.8 ล้านครัวเรือนที่ตกสำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชุมชนแออัด โดย 12.5 ล้านครัวเรือนนี้จะเป็นกลุ่มหลังที่มีการพิจารณาต่อไปว่าจะแจกคูปองอย่างไร สำหรับ 14.1 ล้านครัวเรือนที่จะแจกก่อนในช่วงเดือน ต.ค.57 - พ.ค.58 นั้น จะแบ่งการแจกออกตามพื้นที่ของสัญญาณที่ครอบคลุมแล้ว 80% ซึ่งล็อตแรกที่จะแจกในวันที่ 10 ต.ค.57 นี้ มี 21 จังหวัด จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน ซึ่งประชาชนเมื่อได้รับคูปองแล้วสามารถนำไปใช้แลกอุปกรณ์รับชมได้ในวันที่ 20 ต.ค.57 เป็นต้นไป โดยในคูปองจะระบุวันหมดอายุไว้ที่ 31 พ.ค.58 ส่วนในล็อตที่ 2 จะนำแจกในช่วงกลางเดือน พ.ย.57 จำนวน 21 จังหวัดเช่นกัน ทั้งนี้ 21 จังหวัดแรกที่จะได้รับ คือ 1.กรุงเทพฯ 2.นนทบุรี 3.นครปฐม 4.ปทุมธานี 5.สมุทรปราการ 6.สมุทรสาคร 7.พระนครศรีอยุธยา 8.สิงห์บุรี 9.อ่างทอง 10.ระยอง 11.สุพรรณบุรี 12.หนองคาย 13.สุโขทัย 14.อุดรธานี 15.ฉะเชิงเทรา 16.สมุทรสงคราม 17.พัทลุง 18.สงขลา 19.นครนายก 20.ราชบุรี และ 21.ชัยนาท ส่วนวิธีการนำแจกคูปองของ กสทช.ไปถึงมือประชาชนจะใช้วิธีเดียวเท่านั้น คือ นำจ่ายผ่านไปรษณีย์แบบจดหมายตอบกลับ ผู้รับจะต้องลงชื่อรับจดหมาย ซึ่งหลังจากได้รับคูปองแล้ว การนำคูปองไปแลกนั้น สามารถแลกได้ยังร้านหรือจุดบริการที่เข้าร่วมโครงการของ กสทช.ซึ่งมีอยู่ประมาณ 168 จุดต่อจังหวัด โดยคูปอง 1 ใบ เลือกใช้เป็นส่วนลดแลกซื้อได้ ดังนี้ 1.ใช้แลกซื้อกล่องรับสัญญาณมูลค่า 690 บาท 2.ใช้เป็นส่วนลดแลกซื้อโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่มีภาครับในตัว (iDTV) 3.ใช้แลกซื้ออุปกรณ์ประกอบอื่น อาทิ เสาอากาศ สำหรับขั้นตอนที่สำคัญในการแลกคูปองคือเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐาน หากเจ้าบ้านมาดำเนินการเอง ต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา และทะเบียนบ้านพร้อมสำเนาถ่ายหน้าที่แสดงเจ้าบ้าน นำมายื่นพร้อมคูปอง ส่วนกรณีเจ้าบ้านไม่สามารถดำเนินการเองได้โดยมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาดำเนินการ แทน นอกจากเอกสารข้างต้นแล้ว ให้นำบัตรประชาชนผู้รับมอบฉันทะพร้อมสำเนามาด้วย เมื่อไปยังร้านที่ร่วมโครงการเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและทำการสแกนบาร์ โค้ดรหัสคูปอง เมื่อระบบทำการตรวจสอบสิทธิและข้อมูลจากกรมการปกครองเรียบร้อยถูกต้องแล้ว ว่ามีสิทธิในการใช้คูปองจริง หน้าจอจะปรากฏสัญลักษณ์น้องดูดีขึ้นมาบนหน้าจอ และเมื่อเลือกอุปกรณ์ที่จะแลกคูปองได้แล้ว เจ้าหน้าที่จะแกะสติกเกอร์เข้าร่วมโครงการ ส่วนบนแปะลงบนตัวอุปกรณ์ที่ได้เลือกไว้ แล้วแกะสติกเตอร์ส่วนล่างแปะลงบนคูปอง พร้อมกันนั้นจะฉีกต้นขั้วคูปองคืนกลับไปให้ประชาชนเป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะรับประกันสินค้า 2 ปีนับจากวันที่มีการใช้สิทธิ โดยอ้างอิงจาก Serial Number สติกเกอร์ที่ติดอยู่บนกล่อง กรณีนำสินค้าไปใช้ไม่ถึง 1 เดือนแล้วสินค้าชำรุด สามารถนำมาเปลี่ยนใหม่ได้ทันที และสินค้าที่เปลี่ยนให้ใหม่ต้องเป็นสินค้าที่ร่วมโครงการด้วย คือมีสติกเกอร์ที่เข้าร่วมโครงการติดอยู่เช่นกัน นอกจากนี้ หากมีปัญหาขัดข้องใดๆ กสทช.ได้จัดตั้งวอร์รูม รับเรื่องร้องเรียนผ่าน Call Center 1200 ให้ประชาชนได้ติดต่อสอบถามรายละเอียด.
11-10-2014
ออกอากาศแล้ว วิก3เริ่มคู่ขนาน กสทช.แจก21จว. คูปองทีวีดิจิตอล   เริ่มออกอากาศแล้ว ช่อง 3 ระบบคู่ขนาน หลังกสท. มีมติอนุมัติผังรายการใหม่ กรรมการกสท.เผยผังรายการช่อง 3 ที่ยื่นมาเหมือนระบบอนาล็อกทั้งหมด เตรียมทำเรื่องแจ้งไปยังศาลปกครองให้รับทราบ ฮึ่มดาวเทียม-เคเบิลหากออกอากาศระบบอนาล็อกโดนปรับวันละ 2 หมื่น-ถอนใบอนุญาต ด้านบิ๊กวิก 3 ระบุพร้อมออกคู่ขนานทันที ชี้ทุกฝ่ายวินวิน เล็งเคลียร์เจ้าของรายการดิจิตอล แถมพิจารณาถอนฟ้องกสท.ด้วย ขณะที่กสทช.แจกแล้วคูปองทีวีดิจิตอล 21 จว.นำร่อง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ต.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตัวแทนช่อง 3 นำโดยน.ส.ประภัสสร มหาวนิช ตัวแทนผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในนามบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด เข้ายื่นเอกสารรายละเอียด เกี่ยวกับผังรายการออกอากาศคู่ขนานของช่อง 3 อนาล็อก ที่จะออกอากาศคู่ขนานในช่องทีวีดิจิตอล 33 เอชดี ให้สำนักงาน กสทช. โดยมี น.ส.มณีรัตน์ กำจรกิจการ ผอ.สำนักการอนุญาตประกอบการวิทยุกระจายเสียง และวิทยุทัศน์ สำนักงาน กสทช. เป็นผู้รับหนังสือ โดยจะนำเสนอต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ที่จะประชุมวาระพิเศษในเวลา 17.00 น. และจะแถลงผลในเวลาถัดม ต่อมาเวลา 17.00 น. บอร์ดกสท.ประชุมวาระพิเศษ ซึ่งบอร์ดกสท. นำโดย พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท. พร้อม 3 กรรมการ ประกอบด้วย พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ เข้าประชุมร่วมกับผู้บริหารช่อง 3 ประกอบด้วย นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์ รองกรรมการผู้จัดการช่อง 3 และนายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายช่อง 3 ภายหลังการประชุมที่ใช้เวลา 1 ช.ม. น.ส.สุภิญญากล่าวว่า ได้อนุมัติผังรายการหลักของบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจ ช่อง 33 เอชดี ให้ออกอากาศคู่ขนานกับช่อง 3 ระบบอนาล็อก ตามที่บีอีซียื่นเข้ามา ซึ่งผังรายการที่นำเสนอมาเหมือนกับช่อง 3 อนาล็อก 100 เปอร์เซ็นต์ และเป็นผังรายการหลักประจำปี 2557 โดยเป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาต ทั้งนี้สำนักงานกสทช. จะแจ้งบีอีซี อย่างเป็นทางการ จากนั้นให้ปฏิบัติตามได้ทันทีหากพร้อมจะออกอากาศคู่ขนาน น.ส.สุภิญญากล่าวอีกว่า กสท.จะทำเรื่องแจ้งรายละเอียดส่งไปยังศาลปกครองอีกครั้ง ตามที่ศาลได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ให้ บีอีซี ช่องทีวีดิจิตอล 33 เอชดี สามารถนำรายการของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ หรือช่อง 3 อนาล็อก ไปออกอากาศแบบคู่ขนาน ได้เช่นเดียวกับช่อง 7 และช่อง 9 ดังนั้นในวันที่ 11 ต.ค. เวลา 16.30 น. โครงข่ายทีวีดาวเทียมและเคเบิล ห้ามนำทีวีระบบอนาล็อกไปออกอากาศ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการปรับวันละ 20,000 บาท ไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาต โดยประชาชนสามารถรับชมฟรีทีวีระบบอนาล็อกได้ทางช่องดิจิตอลที่ออกอากาศคู่ขนาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอนุมัติเป็นการเห็นชอบของกรรมการ 3 คน โดยประธานกสท.งดออกเสียง และพ.ต.ท.ทวีศักดิ์ งามสง่า ไม่ได้เข้าประชุม เพราะไปราชการต่างประเทศ ด้านพ.อ.นทีกล่าวว่า เหตุที่งดออกเสียง เพราะต้องให้เกียรติกรรมการ 3 คนที่ไปไกล่เกลี่ยที่ศาลปกครอง ซึ่งเจตนารมณ์เดียวกันคือ ให้การเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว จากนี้การยุติทีวีอนาล็อกจะเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะ นับว่าเป็นข้อยุติที่น่าจะมีประโยชน์ต่อสาธารณะ ขณะที่นายสุรินทร์กล่าวว่า จะดำเนินการออกอากาศคู่ขนานช่อง 3 อนาล็อก และช่องดิจิตอล 33 เอชดี ก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 10 ต.ค.แน่นอน โดยจะประเดิมออกอากาศคู่ขนานในรายการคืนความสุขของประชาชน เวลา 20.15 น. ส่วนแผนงานทางธุรกิจจากนี้ไปก็ต้องปรับเปลี่ยนต่อไป โดยจะไปพูดคุยกับเจ้าของรายการของช่อง 33 เอชดีที่มีอยู่เดิม ซึ่งคิดว่าอาจมีปัญหาบ้าง แต่คิดว่าน่าจะจัดการได้ เพราะยังมีช่องทางในช่องดิจิตอล 28 และ 13 รองรับ โดยเป็นความตั้งใจที่ช่วยการเปลี่ยนภาพอนาล็อกไปดิจิตอลสำเร็จ นับว่าวินวินกันทุกฝ่าย นายสุรินทร์กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ช่อง 3 จะพิจารณาถอนฟ้องกสทช. และกสท. ในมติกสท.เมื่อวันที่ 3 ก.พ. เรื่องผู้ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิตอลที่เป็นผู้ประกอบการฟรีทีวีรายเดิม ได้แก่ ช่อง 3 ช่อง 7 และช่อง 9 พ้นจากการเป็นผู้ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎมัสต์แครี่หลัง 30 วันเมื่อได้ออกอากาศเป็นระบบทีวีดิจิตอลแล้ว เพราะขณะนี้ทุกอย่างจบแล้ว ต่อไปจะโฟกัสทางธุรกิจไม่ใช่โฟกัสที่ศาลอีกแล้ว วันเดียวกัน พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกสทช. กล่าวว่า วันนี้กสทช. พร้อมส่งมอบคูปองดิจิตอลทีวี ล็อตแรก 4,645,000 ฉบับ ผ่านไปรษณีย์ตอบรับส่งตรงถึงบ้านใน 21 จังหวัดนำร่อง ที่มีสัญญาณดิจิตอลทีวีครอบคลุมเกินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ โดยจะมีพิธีส่งมอบคูปองให้กับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นำไปแจกจ่ายตามโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล โดยใช้กรอบวงเงินเริ่มต้นของการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลวงเงิน 15,801 ล้านบาท และแจกจ่ายคูปองดิจิตอลทีวีมูลค่า 690 บาท ให้กับครัวเรือนทั่วประเทศ ประธานกสทช. กล่าวอีกว่า คูปองนี้เมื่อประชาชนได้รับแล้วสามารถนำไปแลกซื้อเซ็ตท็อปบ็อกซ์ หรือใช้เป็นส่วนลดแลกซื้อโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่มีภาครับสัญญาณในตัวเครื่อง หรืออุปกรณ์อื่น อาทิ เสาอากาศ ณ จุดให้บริการที่สำนักงานกสทช. และ 42 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะประกาศให้ทราบในวันที่ 17 ต.ค. โดยประชาชนสามารถนำคูปองดิจิตอลทีวีไปใช้แลกบริเวณจุดให้บริการที่ประกาศไว้ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.เป็นต้นไป โดยคูปองที่ได้รับในครั้งแรกนี้จะมีอายุการใช้งาน 6 เดือน และจะสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค.2558 ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่า คูปองล็อตแรกที่จะแจกไปยังครัวเรือนที่มีบ้านและมีเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านทั้งสิ้น 4,645,175 ครัวเรือน แยกเป็น 1.กรุงเทพฯ 1,345,821 ครัวเรือน 2.นนทบุรี 326,535 ครัวเรือน 3.นครปฐม 192,886 ครัวเรือน 4.ปทุมธานี 291,930 ครัวเรือน 5.สมุทรปราการ 300,405 ครัวเรือน 6.สมุทรสาคร 108,247 ครัวเรือน 7.พระนครศรีอยุธยา 193,629 ครัวเรือน 8.สิงห์บุรี 48,111 ครัวเรือน 9.อ่างทอง 66,670 ครัวเรือน 10.ระยอง 149,204 ครัวเรือน 11.สุพรรณบุรี 191,890 ครัวเรือน 12.หนองคาย 101,204 ครัวเรือน 13.สุโขทัย 138,453 ครัวเรือน 14.อุดรธานี 292,696 ครัวเรือน 15.ฉะเชิงเทรา 143,883 ครัวเรือน 16.สมุทรสงคราม 42,174 ครัวเรือน 17.พัทลุง 121,792 ครัวเรือน 18. สงขลา 276,937 ครัวเรือน 19.นครนายก 59,171 ครัวเรือน 20.ราชบุรี 171,291 ครัวเรือน และ 21.ชัยนาท 82,246 ครัวเรือน นายฐากรกล่าวอีกว่า สำหรับล็อตที่ 2 จะแจกคูปองอีก 4,100,000 ครัวเรือน ในอีก 21 จังหวัดภายในเดือนพ.ย.นี้ โดยกสทช.ได้ประสานผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิตอล เร่งขยายสถานีฐาน เพื่อให้สัญญาณครอบคลุมในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และในส่วนที่เหลือกสทช.จะแจกให้ครบทั้ง 14,100,000 ครัวเรือน ภายในเดือนมี.ค.2558 โดยจะแจ้งข่าวให้ทราบเป็นระยะๆ เพื่อให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากกสทช.ต่อไป นายฐากรกล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนครัวเรือนที่เหลืออีกประมาณ 12,800,000 ครัวเรือน ประกอบด้วย ครัวเรือนที่มีบ้าน แต่ไม่มีเจ้าบ้าน 7,300,000 ครัวเรือน ครัวเรือนที่มีบ้าน ไม่มีเจ้าบ้าน แต่มีผู้อยู่อาศัยอีก 2,400,000 ครัวเรือน และครัวเรือนที่ตกสำรวจ ซึ่งไม่อยู่ในฐานข้อมูลของกรมการปกครองอีก 2,800,000 ครัวเรือนนั้น จะเร่งทำหลักเกณฑ์เสนอต่อกสทช. และคสช. ในการขอให้มีการแจกคูปองเพิ่มเติม ส่วนกลุ่มเป้าหมายสุดท้าย ซึ่งเป็นพื้นที่สัญญาณเข้าไปไม่ถึง กสทช.จะเสนอแจกกล่องรับสัญญาณดาวเทียมทดแทน เพื่อให้ประชาชนในกลุ่มนี้สามารถรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลได้เช่นกัน  
10-10-2014
"ช่อง3"ยื่นผังคู่ขนานคอนเทนท์อนาล็อก100%วันนี้ หลังบอร์ด กสท. อนุมัติผังรายการ พร้อมออกอากาศวันที่11ต.ค.ทันที หลังจากศาลปกครองไกล่เกลี่ยคคีพิพาทบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ช่อง 3 ฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้ง "ช่อง 3และ กสท." ตกลงกันได้ว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐ และ กสท.ในการเปลี่ยนผ่านการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติต่อผู้ประกอบการโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกทุกราย กสท.จึงเห็นด้วยที่จะพิจารณาอนุมัติให้บริษัทบีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ร่วมกับบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด นำรายการของช่อง 3 ระบบอนาล็อกไปออกอากาศคู่ขนาน (Simulcast) ในช่อง 33 เอชดี แบบช่อง 7 และช่อง 9 ภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยจะนำข้อตกลงนี้ไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายในวันที่ 10 ต.ค.2557 นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่าวันนี้ (10 ต.ค.) เวลา 11.00 น. ช่อง3 จะยื่นผังรายการช่อง 3 อนาล็อกของบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และผังรายการทีวีดิจิทัล ช่อง 33 เอชดี ของบริษัทบีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ให้ กสท. พิจารณา เพื่อให้ บอร์ด กสท. มีมติ"อนุมัติ"ให้ช่อง 33 เอชดี ออกอากาศคู่ขนานช่อง 3 อนาล็อก ตามคำสั่งศาล ที่ให้ทั้งบางกอกเอ็นเตอร์เทนท์เม้นต์ , บีอีซี- มัลติมีเดีย และ กสท. ดำเนินการตามข้อตกลงที่ทำร่วมกันต่อหน้าศาล "หลังช่อง 3 อนาล็อกและช่อง 33 เอชดี ยื่นผังรายการในวันนี้ หากบอร์ด กสท. อนุมัติ ช่อง 33 ดิจิทัล จะออกอากาศคู่ขนานเนื้อหาทั้ง 100% ของช่องอนาล็อกหลังเที่ยงคืนวันนี้ หรือก้าวเข้าสู่วันที่ 11 ต.ค. ทันที โดยโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมรับชมได้ทางช่อง 43" นายสุรินทร์ กล่าว การหารือแนวทางการออกอากาศคู่ขนานช่องดิจิทัลที่ผ่านมา ตามมติ กสท. เพื่อให้ส่งผังรายการก่อนหน้านี้ บริษัทเห็นว่ายังไม่มีความชัดเจนด้านกฎหมายเรื่องนิติบุคคล และการประกอบกิจการด้วยตนเอง แต่หลังจากศาลไกล่เกลี่ยและมีคำสั่งให้ ไปดำเนินการออกอากาศคู่ขนานตามข้อตกลงที่ทำร่วมกัน ทำให้ บีอีซี-มัลติมีเดีย มีหลักประกันในการออกอากาศคู่ขนาน โดยยึดคำสั่งศาลให้ดำเนินการดังกล่าว สำหรับผังรายการที่ออกอากาศในช่อง 33 เอชดี จะมีการปรับผังไปออกอากาศในช่อง 28 เอสดี และช่อง 13 แฟมิลี่ รวมทั้งจะต้องเจรจากับผู้ผลิตรายการใหม่ที่เตรียมผังรายการออกอากาศทางช่อง 33 เอชดี ไปที่ช่องดิจิทัลอีก 2 ช่อง แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่าที่ผ่านมาการออกมติ กสท.เรื่องแนวทางการออกอากาศคู่ขนานช่อง 3 อนาล็อกและดิจิทัล ซึ่งไม่ใช่ "คำสั่ง"ทางปกครอง ทำให้เอกชนกังวลเรื่องข้อกฎหมายโดยเฉพาะประเด็นการประกอบกิจการด้วยตนเอง ทั้งนี้ เห็นว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว หลังจากช่อง 3 และ กสท. ดำเนินการออกอากาศคู่ขนานตามข้อตกลง ตามที่ศาลไกล่เกลี่ยแล้ว ควรจะพิจารณาจัดทำ "ประกาศ" เรื่องหลักเกณฑ์การประกอบกิจการด้วยตนเอง ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบกิจการรายอื่นที่เข้าหลักเกณฑ์ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวในอนาคต และเป็นการแก้ไขปัญหากรณีช่อง 3 ไปพร้อมกัน
01-10-2014
ยันข้อพิพาท “ช่อง3-กสทช.”จบก่อน11ตค. ปัดปมบอร์ด “กสท”ขัดแย้งกัน “นที” ชี้แค่ความเห็นไม่ลงตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2557 บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ในฐานะผู้ได้รับใบอนุญาตช่องดิจิตอล 33 ช่องความคมชัดสูง ( HD)   ยืนหนังสือขอ ให้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) เชิญเข้าร่วมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาการออกอากาศของ ช่อง 3 อนาล็อก อีกครั้ง  โดยมี นายพสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (กสท.) เป็นผู้รับหนังสือ                ก่อนหน้านี้ ช่อง 3ยื่นฟ้อง ศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครอง กรณี กสท เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2557 มีมติให้โครงข่ายโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (ทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี) นำช่อง 3 ระบบอนาล็อก ออกจากระบบการแพร่ภาพออกอากาศของโครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ออกไป หรือ ห้ามโครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี เผยแพร่สัญญาณช่อง 3 อนาล็อก ขณะที่  ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้ทุเลาคำสั่งมติ กสท จนถึง วันที่ 11 ต.ค.2557               พันเอกนที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธาน กสท.กล่าวว่า  กระบวนการขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบอนาล็อกสู่ระบบดิจิตอล กำลังเป็นอยู่ระหว่างการเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านไปอย่างสมบูรณ์ รวมทั้งกรณีของช่อง3 อนาล็อก  เชื่อว่าจะมีทางออกข้อสรุป ก่อนวันสิ้นสุดศาลฯทุเลา โดย กสท จะนัด ช่อง 3 เพื่อมาหารือให้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้               พร้อมกันนี้ พันเอกนที ยืนยันว่า บอร์ด กสท ไม่ได้ขัดแย้งกันกรณีการหาทางออกของ ช่อง 3 อนาล็อก โดยมองว่า เป็นเพียงความเห็นขอบอร์ด กสท. ที่มีความเห็นไม่ลงตัวเท่านั้น                “บอร์ดแต่ละคนวัตถุประสงค์ตรงกัน แต่แนวทางปฏิบัติแตกตางกัน ผมไม่ต้องการให้มีความเสี่ยงเรื่องกฏหมายสิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือทำให้อยู่ในกรอบแนวทางที่อำนาจหน้าที่ กสทช.พึงปฏิบัติ เราทำงานมา 3 ปี ผมในฐานะประธานกสท. ต้องเชื่อมั่น ของการเป็นโปรเฟสซินอลของกรรมการทุกคน”พันเอกนที กล่าว                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ผู้บริหาร จากบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)   นำโดย 1.นายประสาร มาลีนนท์ รองประธานกรรมการบริหาร 2.นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน 3. นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย 4.นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์   รองกรรมการผู้จัดการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3  ได้เดินทางเข้าพบ บอร์ด กสท. ทั้ง 5 คน ยกเว้น พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ ติดภาระกิจเดินทางไปประเทศเยอรมนี
01-09-2014
กสท.ไม่ต่ออายุช่อง3ระบบอนาล็อค ต้องยุติออกอากาศ (มติชน) วันที่ 1 กันยายน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาหนังสือหนังสือสอบถามของ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือช่อง 3 ที่ทำหนังสือสอบถาม กสท. ถึงสิทธิในการทำหน้าที่ของช่อง3 ยังคงมีสิทธิในการออกอากาศโดยใช้คลื่นความถี่ระบบภาคพื้นดิน ระบบดาวเทียม และเคเบิ้ลทีวี ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ฉบับที่ 27 เรื่อง การถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบดิจิตอล และสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาต สัญญา หรือสัมปทานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ว่าด้วยการให้ช่องโทรทัศน์สามารถออกอากาศได้แบบเดิม ทั้งในระบบภาคพื้น ทีวีดาวเทียม และเคเบิ้ล หรือไม่ ภายหลังครบกำหนดสิ้นสุดการเป็นช่องโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปที่ได้รับการคุ้มครอง จาก ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือ มัสต์ แครี่ ตามมติของ กสท. หลังครบกำหนดต่อระยะเวลาการทำหน้าที่ให้บริการเป็นการทั่วไป ครบ 100 วัน ในวันที่ 1 กันยายนผ่านมา   อย่างไรก็ตาม ภายหลังบอร์ด กสท. พิจารณาแล้ว ได้มีมติให้ช่อง3 สิ้นสุดการเป็นช่องที่ให้บริการเป็นการทั่วไป โดยจะไม่ขยายเวลาการทำหน้าที่ให้เพิ่มเติมเหมือนเมื่อครั้งที่ผ่านมา ส่วนผู้ให้บริการโครงข่ายที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ อาทิ ทีวีดาวเทียม หรือเคเบิ้ลทีวี ทาง กสทช. จะมีการส่งหนังสือชี้แจงให้ผู้ให้บริการโครงข่ายดังกล่าวปฏิบัติตามกฎ และสิทธิในการไม่มีความจำเป็นในการนำช่อง3 อนาล็อกไปออกอากาศ ตามประกาศ มัสต์ แคร์รี่ ทั้งนี้ในการส่งของการตอบกลับหนังสือสอบถามของทางช่อง3 ได้มีการแจ้งให้ช่อง3 ต้องทำตามประกาศ คสช. ประกาศ กสทช. มติ กสท. และมติที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนประเด็นที่ช่อง3 ถามความชัดเจนเรื่องการจ่ายค่าธรรมเนียม ที่ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ระบุให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตของคู่สัญญาสัมปทาน แต่ใน พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ระบุให้คู่สัญญาสัมปทานต้อจ่ายค่าธรรมเนียม โดยในเรื่องดังกล่าว ทาง กสท. ได้ให้อนุกรรมการนำไปตีความและนำมาเสนอบอร์ด กสท. พิจารณาในภายหลัง   พ.อ.นที กล่าวว่า นอกจากนี้จากการที่ ช่อง3 จะสิ้นสุดการเป็นฟรีทีวี แต่ยังสามารถอ้างสิทธิในการดำเนินการตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 27 ทาง กสท. จะดำเนินการประชุมอีกครั้ง เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นการเฉพาะในวันที่ 2 กันยายน เวลา 10.00 น. รวมถึงในการประชุมดังกล่าว จะมีการพิจารณาว่า ผู้ให้บริการโครงข่ายที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ เช่น เทีวีดาวเทียม หรือเคเบิ้ล ทีวี ที่มีการนำช่อง3 ในระบบอนาล็อกไปออกอากาศหลังจากนี้จะมีความผิดหรือไม่ และหากมีความผิดโทษจะเป็นอย่างไร
01-09-2014
มติ กสท.ไม่ต่ออายุช่อง3ออกดาวเทียม-เคเบิล (The Nation)   ที่ประชุม กสท. มีมติให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยุติการทำหน้าที่เป็นโทรทัศน์ทั่วไประดับชาติ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (2 ก.ย.) หากฝ่าฝืน ถือว่าผิดกฎมัสแครี่   พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ได้ชี้แจงหลังการประชุมบอร์ด กสท.ในบ่ายวันนี้ (1 ก.ย) ว่า มีวาระการประชุมใน 3 เรื่อง โดยประเด็นแรกในการพิจารณาหนังสือที่ช่อง 3 ได้มีการสอบถามมายังกสท. โดยระบุว่ามติกสทช.เรื่องขยายระยะเวลาให้ช่องอนาล็อคโดยเฉพาะกรณีช่อง 3 ไปอีก 100 วัน และสิ้นสุดในวันนี้ 1 กันยายนนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายในการประกอบกิจการโทรทัศน์ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา กสทช.เห็นว่าการมีช่องทางให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ   และจากประกาศของคสช.ฉบับที่ 27 วันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ช่อง 3 ต้องปฏิบัติตามประกาศจากทั้ง กสท. กสทช.และคสช . โดยวันนี้ 1 กันยายน เป็นวันสุดท้ายในการทำหน้าที่ให้บริการโทรทัศน์ทั่วไป และกสท.ไม่มีมติขยายเวลาให้ช่องอนาล็อคเพิ่มเติม โดยผู้ให้บริการโครงข่ายทุกรายจึงต้องปฏิบัติตามประกาศการสิ้นสุดของกสทช.   กรณีหากยังมีการดำเนินการ ถือว่ามีการผิดกฎมัสแครี่ โดยวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.ย.) กสท.จะมีการพิจารณาในเรื่องนี้อีกครั้ง ในทางปฏิบัติหากช่องทีวีอนาล็อค ยังไม่ปฏิบัติตามโดย จะมีการหารือในช่วงเวลา10.00 น.   นอกจากนั้น ในที่ประชุมกสท.ได้มีมติ ในเรื่องที่คกก.กสท.เห็นชอบหลักเกณฑ์จัดลำดับบริการโทรทัศน์ฉบับใหม่ ส่งผลให้ทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน ทีวีดาวเทียม หรือเคเบิ้ล จัดเรียงช่องตรงกัน โดยจะมีการส่งเรื่องให้กสทช.พิจารณาในการรับฟังความเห็นสาธารณะ
28-08-2014
กสท.มีมติ 7 ช่องออนแอร์ (บ้านเมือง) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการอนุญาตให้ช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม 12 ช่อง ที่ถูกระงับการออกอากาศตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 15/2557 เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ให้สามารถออกอากาศได้ว่า วันนี้ ที่ประชุม กสท. มีมติอนุญาตให้ช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียม 7 ช่องรายการสามารถออกอากาศได้ ได้แก่ Five Channel ของ บริษัท เอซี เทเลวิชั่น จำกัด ฟ้าวันใหม่ ของ บริษัท บลูสกาย แชนแนล จำกัด บุญนิยม ทีวี ของ มูลนิธิบุญนิยมสถานีนิวส์วัน ของ บริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด People TV ของ บริษัท พีแอนด์พี ชาแนล จำกัดPeace TV ของ บริษัท รวยทันที จำกัด ช่อง 24 ทีวี ของ บริษัท เดโมเครซี่ นิวส์ เน็ตเวิร์ก จำกัด ซึ่งทั้ง 7 ช่อง จะได้รับใบอนุญาตใหม่เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยต้องทำตามข้อตกลง คือการจัดผังรายการไม่ให้มีเนื้อหาขัดต่อประกาศ คสช.ฉบับที่ 97 และ 103 หากผิดต่อเงื่อนไขข้อตกลง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที ไม่มีการเตือนเหมือนกับการกำกับดูแลทั่วไป พ.อ.นที กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนิติบุคคลใหม่ คือ บริษัท ดีเอ็นซีทีวี จำกัด ซึ่งเป็นช่องใหม่ของเอเชียอัพเดท มาขออนุญาตด้วยแต่ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ ส่วนอีก 4 รายยังไม่มีการติดต่อมา ทั้งนี้ ทาง กสท. ได้ทำรายงานไปยัง คสช. ให้ทราบถึงกระบวนการต่างๆ ซึ่งหากทั้ง 7 ช่องมีความพร้อม สามารถออกอากาศได้ทันที
28-08-2014
NBTC allows 7 banned channels to go on air with new names (The Nation) ACTING ON the junta's decision to lift a previous ban on several satellite channels that acted as mouthpieces for political parties, the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) gave the go-ahead to seven channels to resume broadcasting. They are among the 12 satellite TV channels that were suspended after the May 22 coup. NBTC's broadcasting committee yesterday awarded a one-year operating licence to seven channels on condition that they strictly comply with the National Council for Peace and Order regulations and apply self-censorship. These channels were also required to change their names.   The channels allowed to go on air include AC Television's MV5 channel, now called Five Channel; Democrat Party's Blue Sky channel, now known as Fah Wan Mai channel; Boon Niyom Foundation's FM TV channel, now renamed Boon Niyom Channel; and ASTV (Thailand)'s ASTV channel, now called News 1. Also included are P&P Channel Co's P&P channel, now broadcasting as People TV; Rauy-Tan-Tee Co's UDD channel, now called Peace TV; and Democracy News Network's DNN channel, which is now called 24 TV channel.   Of these seven channels, some were operating illegally and they are all now required to get a one-year licence.   Meanwhile, BNC News channel, which was previously known as Asia Update, has yet to be granted approval to go on air even though it, like the other seven channels, had already signed an MoU with the NBTC on Tuesday. In the MoU, the operators had to accept NBTC's condition that their channel would be suspended without advance notice and their licences revoked immediately if they breach the conditions. Asia Update, which has applied under a new company's name, has yet to get a licence, as the NBTC is still examining the details. According to the NBTC, these seven channels will operate as pay-TV channels. NBTC chairman Natee Sukonrat said the seven channels could start broadcasting as soon as they were ready, provided their new programming did not violate the NCPO's regulations. Four other satellite channels, whose operations were suspended after the May 22 coup and have yet to approach NBTC for a new licence, are 4 channel, Hot TV, Rescue TV and Student and People Network for Reforming Thailand.
26-08-2014
Satellite TV stations agree to end politicised reporting of news (The Nation) Many will also change their name to end memories of conflict, division TWELVE satellite TV channels have been allowed by the junta to start broadcasting again next week - after signing agreements to de-politicise their content. The channels have been off the air since the May 22 coup. Some of the channels are well-known political-oriented satellite stations, such as the yellow-shirt ASTV, Democrat Party-backed Blue Sky and red-shirt Asia Update, said they were satisfied by the terms and conditions laid down by the junta. Most of them even agreed to change their name in a move to end memories about their role in provoking political conflict or national division. The channels allowed to start broadcasting also include MV5, DNN, UDD, P&P, 4 Channel, FMTV, Hot TV, Rescue TV and Student and People Network for Reforming Thailand Channel. ASTV, which will now be known as News TV, still plans to focus intensely on news, but there will be some adjustments as per their agreement with the ruling National Council for Peace and Order (NCPO), ASTV's programme adviser Panthep Puapongpan said. The channel is allowed to criticise the NCPO and the government, provided the criticism is based on facts and information, he said. The channel will also cover other subjects like health instead of just politics. In addition, he said, there would also be a new programme on the ongoing reforms, which aims to contribute useful ideas in important areas such as energy, education and politics. Takerng Somsup, director of Fah Wun Mai (formerly Blue Sky), said his channel would broadcast food shows, as well as documentaries in order to fill the space left by programmes that won't be shown any longer. The channel will also broadcast a show on reforms, in which competitors will get to offer the best ideas, he said. Takerng said the channel's reporting style would be adjusted to comply with NCPO's framework. He added that it would also avoid directly criticising the NCPO, the government or political opponents, and focus instead on reporting facts and information. "The mood of the country has changed. Nobody wants to hear destructive remarks or comments any more. They want to hear about reform and reconciliation," he said. Warut Thunhasukont, managing director of pro-red-shirt Asia Update TV station - now been named Open TV, welcomed the chance to go back on air again. He said the station would comply with the agreement to not present news or shows that deepen the divide in society. When asked how the station could properly report or analyse politics when such national politics is essentially about conflict, Warut acknowledged the difficulty, but said his station would observe other channels to see how they go about covering politics. "It's difficult to present political news without touching on ongoing conflicts," he said. Asked if the station would focus on junta leader General Prayuth Chan-ocha, Warut said the focus would be on scrutinising the government as a whole, not Prayuth in particular. The broadcasting committee of the National Broadcasting and Telecom-munications Commission yesterday announced conditions for the 12 satellite TV channels to apply for a new licence to resume broadcasting next week. The channels will need to apply for a new licence as Pay TV and comply with the NCPO's condition that they would broadcast no content that affects national security and the social divide by signing a memorandum of understand with the NBTC. Natee Sukonrat, chairman of NBTC's broadcasting committee, said all the channels will be granted a new licence under the new name before going on air.
26-08-2014
สั่งเปลี่ยนผัง‘ทีวีการเมือง’ 2ขั้วทำใจไม่เข้มข้นเช่นเดิม (ไทยโพสต์) กสท.มีมติให้ 12 ช่องทีวีดาวเทียมการเมืองยื่นขอใบอนุญาตใหม่ พร้อมส่งผังรายการ-ตั้งชื่อช่องใหม่ และทำเอ็มโอยูไม่เสนอเนื้อหาก่อให้เกิดความแตกแยกหรือขัดคำสั่ง คสช. คาดประชุม กสท.นัดหน้ารู้ผลช่องออนแอร์ หมดยุค "บลูสกาย" เปลี่ยนชื่อเป็น "ฟ้าวันใหม่" ไม่มี ”3 เกลอสายล่อฟ้า" ชูสโลแกน "คิดเพื่อชาติ" เอาใจ คสช. ส่วนแกนนำ นปช.ทำใจทีวีเสื้อแดงไม่เข้มข้นเหมือนเดิม เมื่อวันจันทร์ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ส่งหนังสือมาที่ กสท.แจ้งเรื่องการเห็นชอบให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมที่ถูกระงับการออกอากาศทั้ง 12 สถานี กลับมาออกอากาศตามปกติ โดยที่ประชุมกรรมการ กสท.ได้มีมติให้ทุกสถานีดำเนินการขอรับใบอนุญาตบริการโทรทัศน์ใหม่ จัดทำผังเนื้อหารายการมาเสนอ พร้อมทั้งตั้งชื่อสถานีใหม่ และจัดทำบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยู กับ กสทช. ว่าเนื้อหาการนำเสนอไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง ก่อให้เกิดความแตกแยก หรือขัดต่อประกาศของ คสช. ทั้งนี้ ทั้ง 12 สถานี ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอ็มวี 5, สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดีเอ็นเอ็น, สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมยูดีดี, สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีแอนด์พี, สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมโฟร์แชนแนล, สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอฟเอ็มทีวี, สถานีดาวเทียมฮอตทีวี, สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเรสคิว, สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูประเทศ, สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี, สถานีโทรทัศน์บลูสกาย และสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดท สามารถมาดำเนินการดังกล่าวได้ทันที ซึ่งคาดว่าหากสำนักงาน กสทช.ได้รับรายละเอียดต่างๆ ครบถ้วนและมีการพิจารณาแล้ว จะส่งเข้าที่ประชุมกรรมการ กสท.ในครั้งต่อไปวันที่ 1 ก.ย.57 นี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติสถานีที่สามารถออกอากาศได้ พ.อ.นทีกล่าวอีกว่า ที่ประชุมกรรมการ กสท. เมื่อวันที่ 25 ส.ค. มีมติให้ออกประกาศการจัดเรียงลำดับบริการโทรทัศน์ใหม่ โดยให้ยกเลิกประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ พ.ศ.2556 เนื่องจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้รับคำฟ้องเฉพาะประเด็นการขอให้เพิกถอนประกาศฉบับดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ จากเดิมที่ บริษัท ทรู วิชั่นส์กรุ๊ป จำกัด ได้ยื่นฟ้องต่อศาลให้เพิกถอนประกาศ กสทช. 3 ฉบับ ได้แก่ ประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การกำหนดหมวดหมู่และการจัดลำดับบริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช่คลื่นความถี่ พ.ศ.2556, ประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ พ.ศ.2556 และประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555 สำหรับเนื้อหาในร่างประกาศจัดลำดับบริการโทรทัศน์ฉบับใหม่นั้น จะจัดเรียงช่องที่ 1-36 เป็นช่องของทีวีดิจิตอลเท่านั้น ส่วนช่อง 37-60 เป็นส่วนที่ช่องทีวีดาวเทียว-เคเบิล สามารถนำช่องรายการใดๆ ก็ได้มาออกอากาศ ซึ่ง กสท.มองว่า การให้ช่องทีวีดาว-เคเบิล ออกอากาศในช่วงช่องดังกล่าวถือเป็นการเยียวยาให้ผู้ประกอบการ และจะเป็นผลประโยชน์ให้กับประชาชนไม่สับสนในการรับชม เมื่อมีการเรียงช่องแบบเดียวในทุกแพลตฟอร์มที่ออกอากาศ ซึ่งร่างประกาศใหม่ดังกล่าวจะต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อน คาดว่าภายในเดือน ต.ค.-พ.ย.57 นี้ จะสามารถนำร่างประกาศฉบับใหม่มาใช้ได้ ด้านนายวิทเยนทร์ มุตตามระ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์บลูสกาย เปิดเผยว่า คาดว่าทางสถานีจะไปเซ็นเอ็มโอยูทำข้อตกลงกับ กสท. ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ จากนั้นก็จะรอใบอนุญาตจาก กสท.ให้ออกอากาศที่คาดว่าจะได้ภายในไม่กี่วันหลังจากเซ็นเอ็มโอยู ดูแล้วมีความเป็นไปได้ที่จะมีการออกอากาศได้ภายในสัปดาห์นี้ เหตุที่ทำได้เร็วเพราะได้มีการส่งเรื่องไปที่ กสทช.นานแล้วทั้งรูปแบบสถานี คอนเซ็ปต์รายการ ผังรายการต่างๆ มาถึงวันนี้ผ่านมา 98 วันแล้วที่สถานีไม่ได้รับการออกอากาศ นายวิทเยนทร์ระบุว่า สถานีต่อไปนี้จะไม่ใช้ชื่อบลูสกายแล้ว แต่จะใช้ชื่อว่าสถานีฟ้าวันใหม่ โดยรายการอย่างเช่น สายล่อฟ้า จะไม่มีในผังรายการ แต่รายการหลักๆ เช่น ร้อยข่าวยามเช้า ร้อยข่าวยามเย็น ยังคงมีอยู่ และคอนเซ็ปต์สถานีคือ เชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันคิดในด้านต่างๆ จึงใช้ชื่อสโลแกนสถานีว่า ”คิดเพื่อชาติ” ส่วนรายการอื่นๆ เช่น ถอนพิษ ก็ยังมีอยู่ แต่ก็จะอาจจะไปเน้นในเรื่องต่างๆ เช่น สังคม โดยสถานีก็จะทำให้เหมือนกับสถานีอื่นๆ คือไม่สร้างความขัดแย้ง และจะไม่ฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฉบับที่ 97 และ 103 นอกนั้นก็เหมือนปกติทั่วไป ขณะเดียวกันมีข่าวบางกระแสว่า สถานี ASTV อาจจะใช้ชื่อสถานีว่า NEW 1 ขณะที่ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ปากกับการกระทำไม่ตรงกัน แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะบอกว่าให้สิทธิเสรีภาพสื่อในการแสดงความคิดเห็นทำหน้าที่ แต่ลูกน้องไปกระทำอีกอย่าง ที่บอกให้ออกอากาศได้ แต่ต้องส่งผังรายการไปให้ กสทช.ตรวจสอบก่อน ก็เหมือนกับว่ายังไม่ให้ออกอากาศจริงๆ ยอมรับว่ารายการของ ายจตุพร พรหมพันธุ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ รวมทั้งตน ที่เป็นแกนนำ นปช.ที่เคยจัดรายการทางทีวีเสื้อแดงอาจจะไม่ได้กลับมาจัดรายการอีกครั้ง ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ "รายการที่เตรียมออกอากาศเข้าใจว่าคงจะมีการปรับรูปแบบพอสมควร ให้เป็นในเชิงสุขภาพ การศึกษา ปากท้องมากขึ้น แต่เชื่อว่าสุดท้ายก็ต้องวกมาการเมืองเหมือนเดิม แต่อาจจะไม่เข้มข้นเหมือนเดิม กรณีทีวีดาวเทียมหลายช่องที่เคยถูกระงับออกอากาศ ทีวีเสื้อแดง เอเอสทีวี บลูสกาย ถือเป็นบทเรียนให้ประชาชนได้เห็นว่า ระบอบประชาธิปไตยนั้นดีแล้ว อย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้คนรับฟัง ส่วนประชาชนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ ซึ่งแตกต่างจากการปกครองในยุคเผด็จการ" นพ.เชิดชัยกล่าว.
26-08-2014
NBTC to issue new rules on TV channel-numbering (The Nation) The broadcasting committee of the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) plans new regulations governing TV channel-numbering arrangements, which will apply to the terrestrial digital, cable, and satellite platforms. Under the existing regulations, cable and satellite companies arrange channels 1 to 10 according to their own preferences, followed by 36 terrestrial digital channels. The new rules will require all TV platforms to begin with 12 public digital channels, followed by 24 commercial digital TV channels. How channels 37 to 60 are arranged will be up to the TV operators. Under the new regulations, the first channel on all platforms will be Channel 5. Natee Sukonrat, chairman of broadcasting committee, said the NBTC would hold a public hearing on the new regulations, which are expected to go into effect within three months. The new regulations are expected to affect the placement of Channel 3, an analog channel operated by Bangkok Entertainment Co (BEC). Currently pay-TV platforms place the popular channel within the 1-10 range. Meanwhile, the broadcasting committee yesterday said it would cite the 27th announcement of the National Council for Peace and Order issued on May 24 to allow satellite and cable TV operators to continue carrying analog TV 3 programmes after the deadline to drop the channel on September 1. The September deadline was extended from May 25 when the NBTC's new definition of free TV channels took effect. According to NCPO announcement on May 24, cable and satellite TV operators should be allowed to continue running programmes as usual. On February 9, the NBTC redefined "free TV" as that aired on the new digital terrestrial platform, which meant that Channel 3's analog programming would be removed from pay-TV line-ups after May 25. BEC sued in the Central Administrative Court, which agreed to consider the complaint but denied a request for an injunction against the NBTC. The commission later extended the deadline to September 1. The original redefinition of "free TV" was the NBTC's attempt to move the country quickly into the digital era. The new definition is part of NBTC's "must carry" rule, which obligates pay-TV platforms to carry free-TV programmes. BEC operates Channel 3 under an MCOT concession, which will expire in March 2020. Its sister company BEC Multimedia runs three terrestrial digital TV channels
18-08-2014
กสทช.จี้ อสมท ขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอล (เดลินิวส์) กสทช.ส่งหนังสือเตือน อสมท ให้เร่งขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอลที่ล่าช้า 3 จังหวัด อุบลราชธานี อุดรธานี และสิงห์บุรี ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันหลังได้รับหนังสือเตือน เชื่อสิ้นเดือนนี้ อสมท จะติดตั้งแล้วเสร็จ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า กสท. ให้สำนักงาน กสทช.ทำหนังสือเตือนทางปกครองส่งไปยัง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโครงข่ายสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล เพื่อให้เร่งดำเนินการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมตามแผนงานที่กำหนดไว้ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หลังจากที่ได้รับหนังสือเตือนจากสำนักงาน อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. คาดว่า การขยายโครงข่ายของ อสมท จะสามารถแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ โดยสำนักงาน กสทช. จะดำเนินการส่งหนังสือเตือนไปยัง อสมท ให้เร็วที่สุด ซึ่งหากไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามที่กำหนดไว้ จะมีโทษตามกฎหมาย คือเบื้องต้นเป็นการเปรียบเทียบปรับ อย่างไรก็ตาม การที่โครงข่ายของบางบริษัทติดตั้งไม่ครบตามระยะเวลา จะไม่มีผลกระทบต่อกำหนดการแจกคูปองดิจิตอลทีวี “อสมท ได้รายงานความคืบหน้าเข้ามาที่สำนักงานว่า การขยายโครงข่ายในระยะแรก (เฟส 1) จำนวน 11 จังหวัด ซึ่งติดตั้งไปแล้ว 8 จังหวัด คือ กทม. นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา สุราษฎร์ธานี ระยอง สุโขทัย และขอนแก่น ส่วนที่ติดตั้งล่าช้ามี 3 จังหวัด คือ อุบลราชธานี สิงห์บุรี และอุดรธานี” พ.อ.นที กล่าว.
07-08-2014
คืบหน้าโครงข่ายทีวีดิจิตอลเร่งแก้ไขจุดอับ (เดลินิวส์) กสทช. เผยโครงข่ายทีวีดิจิตอล ครอบคลุม 50% แล้ว เดินเครื่องเร่งตรวจสอบจุดอับสัญญาณ เพื่อให้ประชาชนรับชมทีวีดิจิตอลทั่วถึง พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ในขณะนี้โครงข่ายทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน ครอบคลุมพื้นที่ออกอากาศแล้ว 50% ติดตั้งสถานีฐานใน 11 จังหวัด ซึ่งแนวโน้มผู้ให้บริการโครงข่ายจะขยายไปตามแผนดำเนินการที่กำหนดไว้ ส่วนประชาชนที่รับชมผ่านระบบทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ก็สามารถเข้าถึงทีวีดิจิตอลได้ตามประกาศ การให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (มัตส์ เครี่) ที่ต้องนำฟรีทีวีไปออกอากาศ เพื่อให้ประชาชนได้รับชมอย่างทั่วถึง โดยภายในปี 2557 การให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิตอลจะต้องครอบคลุมพื้นที่ดังต่อไปนี้ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระยอง สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น อุดรธานี ร้อยเอ็ด สระแก้ว นครสวรรค์ ภูเก็ต ตรัง ลำปาง สกลนคร สุรินทร์ น่าน เพชรบูรณ์ และ ประจวบคีรีขันธ์ ด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. จะส่งทีมงานเข้าตรวจสอบร่วมกับผู้ให้บริการโครงข่าย 4 ราย เนื่องจากพบว่า บางพื้นที่ที่โครงข่ายทีวีดิจิตอลเข้าถึง แต่มีจุดอับสัญญาณ ตึกสูงบังสัญญาณ ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถรับชมได้ โดยเบื้องต้น กสทช.นำร่องตรวจสอบที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จากนั้นจะขยายการตรวจสอบไปตามสถานีฐานที่ผู้ให้บริการโครงข่ายดำเนินการติดตั้งต่อไป.
05-08-2014
  NBTC probes fears over unfair digital competition (Bangkok Post)    
05-08-2014
ผู้ประมูลช่องทีวีดิจิตอลเตรียมยื่น คสช.ขอเว้นค่าประมูล-เพิ่มค่าคูปองจาก 690 บ.เป็น1,000บ. (มติชน) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยถึงกรณีสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ เตรียมยื่นหนังสือให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พิจารณาปรับราคาคูปองทีวีดิจิตอลจาก 690 บาทต่อครัวเรือน เป็น 1,000 บาทต่อครัวเรือน และเลื่อนระยะเวลาการจัดเก็บค่าใบอนุญาต ประมูลทีวีดิจิตอลออกไป ว่า ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงราคาคูปองนั้น ได้เลยขอบเขตการพิจารณาของ กสทช. ไปแล้ว เนื่องจาก สำนักงาน กสทช. ได้มีการนำเสนอมติบอร์ด กสทช. ที่กำหนดราคาคูปองเป็น 690 บาทต่อครัวเรือน ให้ คสช. รับทราบและพิจารณาในขั้นตอนสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ความเห็นส่วนตัว จะเห็นด้วยกับการกำหนดราคาคูปองเงินที่ 1,000 บาทก็ตาม ส่วนการเลื่อนระยะเวลาการจัดเก็บค่าประมูลใบอนุญาตช่องรายการทีวีดิจิตอลนั้น กสท. จะยังไม่ทำการพิจารณาจนกว่าจะได้รับหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งเบื้องต้น กสทช. จะต้องขอไปทำการศึกษา ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ว่าการดำเนินการดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ทางสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พร้อมด้วยตัวแทนบริษัทผู้ประมูลช่องดิจิตอล จะออกแถลงการณ์ขอชะลอการชำระค่าประมูลช่องรายการทีวีดิจิตอล และค่าธรรมเนียมต่างๆ จนกว่าจะมีมาตรการหรือแผนงานที่ชัดเจน และจะขอให้มีการเปลี่ยนแปลงราคาคูปองจาก 690 บาทต่อครัวเรือน เป็น 1,000 บาทต่อครัวเรือน
05-08-2014
จี้ กสท. เลิก'มัสต์เเคร์รี่' เปิดทางทีวีเเข่งขันเสรี (แนวหน้า) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2557 คณะอนุกรรมการด้านการแข่งขัน ได้เสนอให้ บอร์ด กสท. พิจารณา ยกเลิก ประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปประกาศ กสทช. หรือ “มัสต์แคร์รี่” ภายใน 2 ปี เพื่อให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรทัศน์เป็นไปอย่างเสรี ซึ่ง บอร์ด กสท. จะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป “ความเห็นส่วนตัวเห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่มีทางเป็นไปได้ เนื่องจากการยกเลิก มัสต์แคร์รี่ จะไม่เป็นธรรมต่อผู้เข้าประมูลทีวีดิจิตอล” พ.อ.นที กล่าว นอกจากนี้ บอร์ด กสท. ยังได้มีมติ สั่งปรับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เป็นจำนวน 50,000 บาท จากการที่รายการ “ตอบโจทย์ประเทศไทย”ได้มีการออกอากาศขัดต่อ มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ในเรื่องที่มีเนื้อหาขัดต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี พ.อ.นทีกล่าวว่า คณะอนุกรรมการด้านการแข่งขัน ยังได้เสนอให้ กสท. พิจารณาปัญหาของการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของช่องรายการทีวีดิจิตอล ที่นำไปออกอากาศบนทีวีดาวเทียม หรือเคเบิลทีวี ในระบบบอกรับสมาชิกด้วย
05-08-2014
กสท.จ่อฟันช่องทีวีหัวหมอ (ไทยโพสต์) กสท.เผยพบผู้ประกอบการช่องรายการทีวีดิจิตอล 3 ราย อัพเกรดช่องเอสดีไปออกอากาศในเพย์ทีวีระบบเอชดี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) และรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสท.เมื่อวันที่ 4 ส.ค.57 ที่ผ่านมา ได้พิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ที่รายงานว่า พบสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล จำนวน 2-3 ราย ได้นำช่องรายการที่เป็นระบบสแตนดาร์ด หรือ เอสดี ไปออกอากาศทางโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) ในระบบความคมชัดสูง หรือ เอชดี เป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากการนำช่องรายการดิจิตอลนั้นสามารถออกบนแพลตฟอร์มอื่นได้จริงตามประกาศ กสทช.การให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป หรือ มัสต์แครี่ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่มีการดัดแปลงหรืออัพเกรดไปจากเดิมที่ได้รับจากการประมูลมา ทั้งนี้ ที่ประชุมจึงมีมติให้สำนักงานกลับไปศึกษารายละเอียดของเงื่อนไข ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องใน 2 ประเด็น คือ 1.การนำช่องรายการดิจิตอลไปออกอากาศใน 10 ช่องแรกของบอกรับสมาชิกนั้นสามารถทำได้หรือไม่ 2.ตามประกาศมัสต์แครี่นั้น สามารถทำการเปลี่ยนแปลงคุณภาพช่องรายการได้หรือไม่ โดยให้สำนักงาน กสทช.สรุปรายละเอียดดังกล่าวเข้าเสนอที่ประชุม กสทช.ภายใน 30 วัน อีกทั้งที่ประชุมได้อนุมัติผังรายการทีวีดิจิตอล หลังให้นำไปแก้ไข ปรับปรุงใหม่ 5 ช่อง ได้แก่ ช่องพีพีทีวี ช่องไบรท์ทีวี ช่องสปริงนิวส์ ช่องทีเอ็นเอ็น 24 และช่องโลก้า ส่วนช่องไทยทีวียังไม่มีการเสนอผังรายการใหม่เข้ามา ส่วนการเข้าถึงทีวีดิจิตอลของประชาชนขณะนี้ ประเมินว่ามีเพิ้มขึ้นมากกว่า 50% เพราะประกาศมัสต์แครี่ที่ทำให้สามารถรับชมได้ทั้งระบบดาวเทียม และเคเบิล ไม่ใช่เฉพาะภาคพื้นดินอย่างเดียว.
01-08-2014
กสท. เตรียมเปิดประชาพิจารณ์ควบรวมกิจการ-ถือหุ้นไขว้ (พิมพ์ไทย) กสท. ส่งเรื่องการควบรวมกิจการ-ถือหุ้นไขว้ เสนอเข้าบอร์ด กสทช. ก่อนนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ พร้อมส่งเรื่องวัดเรตติ้งทีวีดิจิตอลให้ไปขอคำปรึกษาจากอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ส่วนเรื่องการรวมกลุ่มผู้รับใบอนุญาต สั่งให้สำนักงานทบทวนเรื่องขอบเขตการใช้อำนาจ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 28 ก.ค. มีมติให้นำร่างประกาศ เรื่อง การกำหนดลักษณะและมาตรการกำกับดูแลการควบรวมกิจการ การถือหุ้นไขว้ และการครอบงำกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. … ให้นำร่างเข้าบอร์ด กสทช. ก่อนนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) เพื่อให้เกิดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน “ประกาศดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการทีวีดิจิตอลแล้วเกิดปัญหาในอนาคตจากการควบรวมกิจการ ไม่ปล่อยให้ควบรวมง่ายเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการครอบงำ และนำไปสู่ผลกระทบเชิงสังคม ทำให้ต้องการรับฟังความคิดเห็นโดยถี่ถ้วน” นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาผลสรุปการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และแนวทางการดำเนินการต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการแบบประยุกต์ประเภทการสำรวจความนิยมในกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. … ที่มีมติให้นำส่งร่างไปขอคำปรึกษาจากอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อให้ร่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องมาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. … มีมติให้ทางสำนักงานทบทวนกระบวนการต่างๆ เพื่อให้การรวมกลุ่มมีการกำกับอำนาจกันเอง และขอบเขตการใช้อำนาจหน้าที่ของ กสทช. ในเรื่องของการรายงานผลการทดลองแพร่ภาพออกอากาศโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล DVB-T2 ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ปรากฏว่า อยู่ในเกณฑ์ดี และทาง อสมท ได้มีการยุติการทดลองออกอากาศในวันนี้ เพื่อขอนำเครื่องที่ทดลองใช้ไปใช้งานจริง ซึ่งทางบอร์ดรับทราบผล และให้ทาง อสมท ไปขอรับใบอนุญาตตั้งใช้ตามปกติ ขณะเดียวกัน ยังได้มีการอนุญาตสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ ในการออกอากาศที่ผ่านการตรวจเครื่องส่ง และเข้าสู่กระบวนการรับรอง และสามารถออกอากาศได้จริง จำนวน 499 สถานี แบ่งเป็นผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงประเภทบริการธุรกิจ 447 สถานี บริการสาธารณะ 34 สถานี และบริการชุมชน 18 สถานี  
29-07-2014
TV voucher scheme to be finalised shortly (The Nation) The National Broadcasting and Telecommunications Commission will likely finalise the details of the digital TV voucher scheme tomorrow. The National Council for Peace and Order has given the green light to the NBTC to carry out the scheme of giving away Bt690 vouchers to all 22.9 million households to purchase a digital TV set-top box or digital television set. Natee Sukonrat, chairman of the NBTC's broadcasting committee, said yesterday that the process involved the printing of the vouchers, distribution to eligible households and the registration of authorised dealers. He could not say whether the process would be changed from the previous proposal, because staff were working hard on the plan and were expected to submit it to the commissioners today. The draft plan involved four parties - a single publisher and printer, a distributor, retailers and banks. Thailand Post could be the distributor. People would have to purchase a digital-TV receiver and antenna from an authorised retailer or dealer, which would cash the vouchers in at an authorised bank. The broadcasting committee also approved the termination of the digital terrestrial TV trial. The results were satisfactory although one state media enterprise conducted the network test on only five broadcasting stations instead of the seven stated to the NBTC in its trial operating plan. Now MCOT can install transmitters at its broadcasting towers to provide digital TV service for its clients and start the procurement of equipment after experiencing a long delay due to a corruption scandal involving this process. The digital TV network roll-outs of MCOT and the Public Relations Department are still behind their rivals such as the Army and the Thai Public Broadcasting Service. Both the Army and Thai PBS already reach more than half of all households, which is in line with the NBTC's advice.
29-07-2014
NBTC seeks rule to bar monopolies (Bangkok Post)
29-07-2014
ขายเซตท็อปบ็อกซ์-มือถือราคาถูกกสทช.จัดให้ในงาน สื่อสารแห่งชาติ (เดลินิวส์) กสทช. ขนทัพกล่อง เซต ท็อป บ็อกซ์- มือถือ ราคาถูก หนุนให้ความรู้เทคโนโลยี วิวัฒนาการการสื่อสารไทย ในงาน “สื่อสารแห่งชาติ”ระหว่าง  2-4 ส.ค. นี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวว่า  กสทช.เชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาเยี่ยมชมงานวัน “สื่อสารแห่งชาติ” หรือ NBTC EXPO THAILAND 2014 (NET 2014) ในระหว่างวันที่  2–4 ส.ค. 57 บริเวณพื้นที่สำนักงาน กสทช. ซอยพหลโยธิน 8 (สายลม) โดยร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการกระจายเสียง โทรทัศน์ ซึ่งภายในงานจะจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดิจิตอล หรือกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ (ดีวีบี ที2) ในราคาเริ่มต้น 690 บาท และอุปกรณ์มือถือราคาถูกของผู้ให้บริการมือถือ ซึ่งจะช่วยสร้างการตื่นตัวให้แก่ประชาชนในเรื่องการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อก ไปสู่ดิจิตอล ขณะเดียวกันยังจัดแสดงศักยภาพด้านการสื่อสาร ประวัติการพัฒนาการอุตสาหกรรมที่มีความยาวนาน  การเผยแพร่ผลงาน ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวและนวัตกรรมที่สำคัญ โดยแบ่งพื้นที่การจัดนิทรรศการเป็น 3 โซนคือ โซนที่ 1 การแสดงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่  ผู้ให้บริการโทรทัศน์ดิจิตอล โซนที่  2 นิทรรศการ ไฮไลต์ เทิดพระเกียรติ และนิทรรศการที่นำเสนอความเป็นมา ลำดับความสำคัญของการสื่อสาร อนาคตทิศทางการสื่อสารของประเทศไทย และโซนที่ 3 การนำเสนอผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ กล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กสทช.ยังได้มีการนำเสนอ วิสัยทัศน์อนาคตประเทศในการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งประชาชนจะได้รับความรู้เรื่องการกำกับดูแลคลื่นความถี่เพื่อประโยชน์การ ใช้งานด้านการสื่อสาร การพัฒนาเทคโนโลยี  รวมถึงการเตรียมพร้อมการเข้าสู่เทคโนโลยี 4 จี แอลทีอี และการจัดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน  1800 เมกะเฮิรตซ์ และ คลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ในอนาคตด้วย.
29-07-2014
แจกคูปองดิจิตอล4จว. (ข่าวสด) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าในวันที่ 30 ก.ค.นี้ บอร์ด กสทช.จะพิจารณาเรื่องกระบวนการแจกคูปองทีวีดิจิตอล ประกอบตั้งแต่กระบวนการจัดพิมพ์คูปอง การลงทุนด้านระบบไอที และจุดรับแลกคูปอง เพื่อให้การแจกคูปองภายในเดือนก.ย.นี้ พ.อ.นที กล่าวอีกว่าการแจกจะเริ่มจาก 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ สงขลา และนครราชสีมา คาดว่าเมื่อแจกคูปองทีวีดิจิตอลมูลค่า 690 บาท ทำให้ประชาชนตื่นตัวในการรับชมทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการสำรวจการรับชมทีวีดิจิตอล (เรตติ้ง) ล่าสุด พบว่ามีผู้ชมรับชมทีวีดิจิตอลในสัดส่วน 12% ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กสทช. กล่าวว่า ได้รับคำชี้แจงจากบริษัทไอพีเอ็ม ว่า มีผู้บริโภคจำนวนหนึ่งรับสัญญาณผ่านดาวเทียม NSS6 ไม่สามารถรับชมโทรทัศน์ดิจิตอลผ่าน Must carry เนื่องจากฟรีทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่องไม่ได้จ่ายเงินค่าโครงข่าย นายมานพ โตการค้า ผู้บริหารบริษัทไอพีเอ็ม แพลทฟอร์ม จำกัด ชี้แจงว่ามีอีก 3 ล้านกว่ากล่องที่เป็นจานรับหัวเดียวจาก NSS6 รับชมไม่ได้ จึงเสนอให้ผู้บริโภคที่อยู่ในกลุ่มหลังคงต้องจ่ายเงินเพื่อติดหัวจานไทยคม หรือซื้อกล่องใหม่
28-07-2014
กสทช. เผยคนไทยเข้าถึงทีวีดิจิตอลแล้ว 12 เปอร์เซนต์ (เดลินิวส์) วันนี้(28 ก.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกสทช. และ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ด ว่า ภายหลังจากการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิตอลและมีการขยายโครงข่ายการแพร่ภาพโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล 11 จังหวัดใหญ่ในแต่ละภาคทั่วประเทศตั้งแต่ช่วงเดือนเม.ย.57 ที่ผ่านมา ปัจจุบันประชาชนสามารถรับชมทีวีในระบบดิจิตอล ในสัดส่วนจำนวน12% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีและมีการตื่นตัวในการรับเทคโนโลยีดิจิตอลที่ดีของประชาชน   นอกจากนี้ คณะกรรมการ กสท. ได้รับทราบผลการรายงานการทดลองออกอากาศของโครงข่ายของบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นไปได้ด้วยดีจำนวน 5 สถานี จากทั้งหมด 7สถานี ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติตามที่ อสมท. ได้ขอยุติการทดลองออกอากาศและขออนุญาตให้สามารถแพร่ภาพได้จริงส่วนการขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอลของสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ยังเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ซึ่งไม่ล่าช้า   ขณะที่ความคืบหน้าของวิทยุชุมชนล่าสุดสามารถกลับมาออกอากาศได้ตามปกติแล้ว 499 สถานี แบ่งเป็นวิทยุบริการธุรกิจ447 สถานี บริการสาธารณะ 38 สถานี และบริการชุมชน 18 สถานี
25-07-2014
คูปองดิจิตอล 690 บาท ได้แล้วทำอย่างไร (เดลินิวส์) วานนี้ (24 ก.ค.) เวลา13.00น. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการกสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช.มีมติเอกฉันท์ 10คน (พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.ไม่เข้าร่วม)ได้เคาะราคาคูปองทีวีดิจิตอล 690 บาท   สำหรับการแจกคูปองดิจิตอล เป็นแบบ “ 1 ครัวเรือน ต่อ 1 คูปอง ” เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอล ด้วย การแจกคูปองเงินสดส่วนลด 690 บาท เพื่อใช้แลกซื้อกล่องรับสัญญาณดิจิตอล หรือ กล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ดิจิตอล (ดีวีบี ที 2 ) และทีวีดิจิตอลที่มีภาครับสัญญาณดิจิตอลในตัวเครื่องเท่านั้น(ทีวีดิจิตอล บิ้วอิน) ทั้งนี้ไม่สามารถแลกกล่องทีวีดาวเทียม และกล่องเคเบิลทีวีได้   แจกอย่างไร? -ได้เมื่อไหร่? คูปองทีวีดิจิตอลจะแจกให้ประชาชนจำนวน 22.9 ล้านครัวเรือน โดยอ้างอิงจากข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง ณ เดือน มี.ค.2557 โดยเดือนก.ย. นี้ ประชาชนในพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล จ.เชียงใหม่ จ.สงขลา และ จ.นครราชสีมา จะได้รับคูปองเป็นกลุ่มแรก หลังจากนั้นการแจกจ่ายจะอ้างอิงตามการขยายพื้นที่โครงข่ายทีวีดิจิตอล ตามแผนที่กำหนด ภายในปี 2557 จะต้องครอบคลุม พื้นที่ดังต่อไปนี้ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระยอง สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น อุดรธานี ร้อยเอ็ด สระแก้ว นครสวรรค์ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ตรัง ลำปาง สกลนคร สุรินทร์ น่าน เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะครอบคุลมจำนวน 50% ของครัวเรือน ส่วนการจัดส่งคูปองใช้วิธีส่งทางไปรษณีย์   ได้แล้วจะนำคูปองไปใช้อย่างไร? เมื่อ ประชาชนผู้มีสิทธิ์ได้รับคูปอง สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนและคูปอง มาแลกยังจุดบริการ หรือร้านค้า ที่กำหนดไว้ในพื้นที่นั้นๆ แต่หากในกรณีที่ผู้มาแลกไม่ใช่เจ้าบ้าน สามารถดำเนินการใช้หนังสือมอบอำนาจ พร้อมนำสำเนาบัตรประชาชนนำมาแลกแทนได้ ส่วนบริษัทที่รับแลกนั้น จะต้องติดสติกเกอร์เลขที่เครื่องไว้ทุกกล่อง รวม   ทั้งติดไว้บน คูปองหลังที่ประชาชนนำมาแลก จึงจะสามารถนำไปขึ้นเงินได้ โดยบริษัทผู้ผลิตกล่องที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องทำตามเงื่อนไขที่กสทช.กำหนด คือ มีเงินค้ำประกัน2ล้านบาท รับประกันกล่อง3ปี รวมทั้งสามารถให้ประชาชนเปลี่ยนกล่องใหม่ได้ทันทีหากพบปัญหา   อย่าง ไรก็ตามข้อสรุปจากที่ประชุม กสทช. ต้องนำเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบ กสทช.จะประชุมพิจารณาร่างหนังสือนำเสนออีกครั้ง ในวันที่ 30 ก.ค. นี้   ถือได้ว่ากลุ่มที่รับชมฟรีทีวีผ่าน ภาคพื้นดินประเภทหนวดกุ้ง ก้างปลา จะได้รับการสนับสนุนคูปองเพื่อรับชมทีวีดิจิตอล ส่วนประชาชนที่รับชมทีวีผ่านระบบดาวเทียม-เคเบิล ที่มีอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล อย่าง ภูเขา เกาะต่างๆ ก็ยังสามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ ตามประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป(กฎ มัสต์แคร์รี่)   สรุป เมื่อ ทราบข้อมูลตามข้างต้นแล้ว จากนี้ไปสิ่งที่ประชาชนคนไทย 22.9 ล้านครัวเรือนต้องทำคือ รอคูปอง 690 บาทส่งตรงถึงบ้านผ่านไปรษณีย์ ในระหว่างนี้ก็พิจารณาว่าจะใช้ซื้อทีวีใหม่ หรือซื้อกล่องรับสัญญาณ...     หมายเหตุ :   ทำไมราคาคูปองต้อง 690 บาท? เนื่อง จากมูลค่าคูปอง 690 บาท ที่ กสทช.มีมติ สอดคล้องกับรายงานการศึกษาของคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้ บริโภคภาคประชาชน เมื่อเดือน มิ.ย. 57 ซึ่งพบว่ากล่องแปลงสัญญาณทีวีระบบดิจิตอล รุ่น DVB T2 ตามมาตรฐานที่ กสทช.กำหนดไว้ ราคาที่มีกำไร ไม่เกิน 512 บาท โดยอิงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ได้แก่ เว็บไซต์ www.alibaba.com เอกสารเผยแพร่เล่มที่ 2 ของ กสทช. : ข้อพิจารณาของการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอล และข้อมูลต้นทุนราคากล่องจากบริษัทอาร์เอส กรณีบอลโลก เมื่อรวมราคาค่าขนส่งและจัดจำหน่ายแล้ว ราคา 690 บาท เป็นราคาที่เหมาะสมและยังเป็นการช่วยประหยัดเงินสาธารณะกว่าหมื่นล้านบาท   สุรัสวดี สิทธิยศ
25-07-2014
กสทช.เคาะคูปองทีวีดิจิตอล690บ. 30ก.ค.ชงคสช.ควัก1.5หมื่นล.แจก22.9ล้านครัว (ข่าวสด) บอร์ด กสทช. เคาะแล้วราคาคูปองทีวีดิจิตอล 690 บาท แจก 22.9 ล้านครัวเรือน รวมมูลค่า 15,801 ล้าน เตรียมเสนอ คสช. ไฟเขียว 30 ก.ค.นี้ พร้อมแจกก.ย.นี้ นำร่องกรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ สงขลา และขอนแก่น แลกได้เฉพาะส่วนลดโทรทัศน์ที่มีเครื่องรับทีวีดิจิตอล และกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์เท่านั้น นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช. วาระพิเศษ วันที่ 24 ก.ค. เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (คูปองทีวีดิจิตอล) มีมติอนุมัติราคาคูปองมูลค่า 690 บาท รวมมูลค่าที่จะแจก 15,801 ล้านบาท จำนวน 22.9 ล้านครัวเรือน ตามข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ เดือนมี.ค. 2557 เลขาฯ กสทช.กล่าวว่า พร้อมกันนี้ บอร์ด กสทช.ยังมีมติให้ประชาชนนำคูปองไปแลกรับได้เฉพาะ 1.อุปกรณ์แปลงสัญญาณระบบดิจิตอล (เซ็ตท็อปบ็อกซ์) มาตรฐาน ดีวีบี-ที2 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. และส่วนควบ และ 2.โทรทัศน์ที่มีเครื่องรับทีวีดิจิตอลเท่านั้น ไม่รวมกล่องที่รับสัญญาณทีวีดาวเทียม ในขณะที่วิธีการแจกคูปอง บอร์ด กสทช.มีมติให้จัดส่งผ่านไปรษณีย์ตอบรับ โดยประสานเรื่องข้อมูลทะเบียนราษฎรกับกรมการปกครอง นายฐากรกล่าวว่า จะนำมติบอร์ดทำเรื่องเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาในวันที่ 30 ก.ค. และจะเริ่มแจกคูปองได้ในเดือนก.ย. นำร่อง 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ สงขลา และนครราชสีมา ก่อนจะทยอยแจกให้ครบ 22.9 ล้านครัวเรือนภายใน 3 ปี เลขาฯ กสทช.กล่าวอีกว่า ทาง กสทช.ยังได้เตรียมตั้งคณะทำงานเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากการรับชมทีวี ดิจิตอล รองรับกรณีที่ได้แจกคูปองไปแล้ว แต่ประชาชนไม่สามารถรับชมได้ให้สามารถร้องเรียนเพื่อรับฟังและนำไปแก้ไข ปัญหา และจะตั้งคณะทำงานป้องปรามการทุจริตเรื่องคูปองด้วย เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้โดยฉพาะ นายฐากรกล่าวอีกว่า สำหรับบริษัทผู้ผลิตกล่องที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด คือมีเงินค้ำประกัน 2 ล้านบาท รับประกันกล่อง 3 ปี สามารถเปลี่ยนได้ทันทีหากกล่องมีปัญหา และมีจุดแลกซื้อคูปองในวันที่เริ่มต้นแจก
25-07-2014
NBTC cuts value of digital TV coupons to B690 (Bangkok Post)
24-07-2014
เคาะคูปองทีวีดิจิทัล690บาทแจกก.ย.นี้ (คมชัดลึก) กสทช.เคาะราคาคูปองทีวีดิจิทัล 690 บาท เตรียมเสนอ คสช.เห็นชอบ คาดเริ่มแจกได้ในเดือนกันยายนนี้ นำร่องพื้นที่ 4 จังหวัด 'กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-โคราช-สงขลา'                                24 ก.ค. 57  นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.วันนี้ (24 ก.ค.) ซึ่งจัดประชุมเป็นวาระพิเศษเพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินโครงการสนับสนุน ประชาชนในการรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน หลังจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน 4 ภาค โดยบอร์ด กสทช. มีมติ "เห็นชอบ" ให้กำหนดราคาคูปองส่วนลด 690 บาท แจกครัวเรือนทั่วประเทศจำนวน 22.9 ล้านครัวเรือน                                  ทั้งนี้ กำหนดให้คูปองใช้เป็นส่วนลดแลกซื้อ 2 อุปกรณ์ คือ จอโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (iDTV) และกล่องรับสัญญาณระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน (DVB-T2) เพื่อให้สอดคล้องกับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการรับชมทีวีอนาล็อกไปสู่ทีวี ดิจิทัล ภาคพื้นดิน ตามประกาศ ข้อ 10 เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลทีวีดิจิทัล โดยโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัล ใช้งบประมาณจำนวน 15,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัล ที่กำหนดเป็นราคาขั้นต่ำในการประมูล                                นายฐากร กล่าวต่อว่า จะเสนอแนวทางการดำเนินโครงการดังกล่าว ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ หาก คสช.เห็นชอบตามแนวทางดังกล่าว คาดเริ่มกระบวนการแจกคูปองได้ในเดือนกันยายน 2257 ในพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่โครงข่าย (Mux) ส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลครอบคลุมพื้นที่ คาดว่าในสิ้นปีนี้จะดำเนินการแจกได้จำนวน 11 ล้านครัวเรือน หรือ 50% ของจำนวนครัวเรือนไทย
22-07-2014
บอร์ดกสท.เคาะ เพิ่มอีก5บริษัท บอกรับสมาชิก(ไทยโพสต์) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสท.มีมติให้ใบอนุญาตโครงข่าย แบบบอกรับสมาชิกเพิ่มเติม จำนวน 5 บริษัท ทำให้ปัจจุบันมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิล ในลักษณะแบบบอกรับสมาชิกจำนวน 26 บริษัท ขณะที่ช่องรายการแบบบอกรับสมาชิกขณะนี้ได้ออกอากาศไปแล้วจำนวน 483 ช่อง คิดเป็น 80% จากจำนวนทั้งหมด 597 ช่อง ส่วนที่เหลืออีก 114 ช่อง อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กสทช. ส่วนวิทยุชุมชนปัจจุบันสามารถออกอากาศได้แล้ว 4,839 สถานี     ส่วนกรณีที่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ กสท. กรณีที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับกองทุนเพื่อพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ในอัตรา 2% ทั้ง 2 ส่วน คือ ในฐานะผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอล และค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้กับกองทัพบก ทั้งนี้ เพราะในค่าสัมปทานที่ช่อง 7 จ่ายให้กับกองทัพบกเฉลี่ยปีละประมาณ 200 ล้านบาทนั้น ทางกองทัพบกจะต้องหัก 2% เพื่อจ่ายให้กับกระทรวงการคลังนำส่งเข้ากองทุน กทปส. อยู่แล้ว ดังนั้น ช่อง 7 จึงได้ขอให้ กสท. พิจารณาให้ช่อง 7 จ่ายเงินเข้ากองทุนทางเดียว     ทั้งนี้ กสท.จะส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และคณะอนุกรรมการดูแลเรื่องสัมปทานในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ก่อนเสนอให้บอร์ด กสท.พิจารณาอีกครั้ง เบื้องต้น กสท.เห็นว่าหากช่อง 7 ไม่มีรายได้ในส่วนของการประกอบการทีวีดิจิตอล ก็ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนได้.
18-07-2014
แนะโครงข่าย-ช่องรายการช่วยกันคุมเนื้อหา (เดลินิวส์)
16-07-2014
วิทยุชุมชน 362 แห่งขอออกอากาศ กสทช.เตือนไม่มีชื่อแอบเปิดคุก 3 ปีปรับ 3 ล้าน (บ้านเมือง) เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยยอดผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงฯ เข้ายืนยันตนเพื่อขอออกอากาศแล้ว 362 ราย กสทช. เตือน หากยังไม่มีชื่อ แล้วทำการออกอากาศ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เพิกถอนการอนุญาต เร่งทยอยประกาศรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการฯ ที่สามารถออกอากาศได้บนเว็บไซต์สำนักงานฯ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่สำนักงาน กสทช. ได้ออกประกาศ สำนักงาน กสทช. เรื่อง แนวทางปฏิบัติของสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ ในการออกอากาศตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 79/2557 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา และได้เปิดให้ผู้ประกอบการวิทยุกระจาย เสียง ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ได้รับอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ที่ใช้เครื่องส่งที่ผ่านการตรวจสอบและเป็นไปตามมาตรฐานทางเทคนิคฯ 2.ผู้ได้รับอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ที่ใช้เครื่องส่งที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคฯ และ 3.ผู้ที่ได้ยื่นคำขออนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงไว้ตามประกาศ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ.2555 แล้ว และคำขออยู่ในระหว่างการพิจารณา มาติดต่อเพื่อยืนยันตนกับสำนักงาน กสทช. เขตทั้ง 14 เขต เพื่อดำเนินการขอออกอากาศ พบว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ค.57 จนถึงเมื่อวานนี้ (14 ก.ค.57) มีผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงเข้ามายืนยันตนและดำเนินการขอออกอากาศ จำนวน 362 ราย และสำนักงานยังเปิดให้บริการในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือกับกองทัพภาคในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในเรื่อง ดังกล่าว สำหรับกรณีการใช้ใบเสร็จ หรือสลิปหลักฐานการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมพิจารณาคำขออนุญาตทดลองประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียงมาใช้ดำเนินการจะสามารถดำเนินการได้ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีการออกใบอนุญาตแล้ว ซึ่งขั้นตอนในการตรวจสอบสำนักงาน กสทช. เขต จะเป็นผู้ลิงค์ข้อมูลตรวจสอบจากสำนักงาน กสทช. ส่วนกลางให้   โดยที่ผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงไม่ ต้องเดินทางเข้ามาติดต่อที่สำนักงาน กสทช. ส่วนกลางเอง และในส่วนของใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงตัวจริงสำนักงาน กสทช. ส่วนกลางจะส่งใบอนุญาตฯ ไปยังสำนักงาน กสทช. เขต ทั้ง 14 เขต ซึ่งผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงสามารถติดต่อขอรับใบอนุญาตได้จากสำนัก งาน กสทช. เขต ในพื้นที่ที่สถานีฯ ตั้งอยู่ โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาติดต่อขอรับที่สำนักงาน กสทช. ส่วนกลาง นายฐากร กล่าวต่อว่า ขณะนี้สำนักงาน กสทช. ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงที่ สามารถออกอากาศได้ทางหน้าเว็บไซต์กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. https://broadcast.nbtc.go.th/radio/ แล้ว ผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ และสำนักงานฯ จะทยอยประกาศรายชื่อทางเว็บไซต์โดยเร็ว สำหรับสถานที่ในการติดต่อเพื่อดำเนินการออกอากาศตามประกาศ สำนักงาน กสทช. เรื่อง แนวทางปฏิบัติของสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ ในการออกอากาศตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 79/2557 ที่สำนักงาน กสทช. เขต ร่วมกับกองทัพภาคกำหนดนั้น ได้แก่ 1.พื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชัยนาท ปทุมธานี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ อ่างทอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ราชบุรี นครนายก นครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 1 นนทบุรี 2.พื้นที่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 2 อุบลราชธานี 3.พื้นที่ ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 3 ลำปาง 4.พื้นที่ สงขลา ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 4 สงขลา 5.พื้นที่ จันทบุรี ระยอง ชลบุรี สระแก้ว ตราด ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 5 จันทบุรี 6.พื้นที่ ขอนแก่น หนองบัวลำภู เลย มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 6 ขอนแก่น 7.พื้นที่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 7 นครราชสีมา 8.พื้นที่ อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 8 อุดรธานี 9.พื้นที่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 9 เชียงใหม่ 10.พื้นที่ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ตาก กำแพงเพชร ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 10 พิษณุโลก 11.พื้นที่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 11 ภูเก็ต 12.พื้นที่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 12 นครศรีธรรมราช 13.พื้นที่ ระนอง ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 13 ระนอง 14.พื้นที่ ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ติดต่อสำนักงาน กสทช. เขต 13 ชุมพร ซึ่งผู้ประกอบการสามารถดูรายละเอียดที่ อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ได้ทางหน้าเว็บไซต์กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. https://broadcast.nbtc.go.th/data/news/doc_other/th/570700000004.pdf ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ส่วนกลางไม่รับดำเนินการในเรื่องดังกล่าว “สำนักงาน กสทช. ขอย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงว่า หากยังไม่มีชื่อในประกาศรายชื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงที่มีสิทธิออกอากาศได้ ของสำนักงาน กสทช. แล้วทำการออกอากาศ ถือว่ามีความผิดตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เพิกถอนการอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและให้ยุติการออก อากาศทันที จึงขอเตือนสถานีวิทยุกระจายเสียงว่า อย่าเพิ่งดำเนินการใดๆ จนกว่าสถานีของท่านจะมีชื่อประกาศเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงที่มีสิทธิออก อากาศได้บนหน้าเว็บไซต์สำนักงาน กสทช. และสำหรับสถานีฯ ที่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศได้แล้ว ขอให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสำนักงาน กสทช. โดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และสำนักงาน กสทช. จะยึดใบอนุญาต และไม่ออกใบอนุญาตให้ใหม่”
15-07-2014
วิทยุชุมชนเข้าเกณฑ์ออกอากาศได้แล้ว 362 สถานี (เดลินิวส์) วันนี้(15ก.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจกาการะจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงเข้ามายืนยันตนและขอดำเนินการขอออก อากาศจำนวน 362 ราย โดยผู้ประกอบการที่สามารถออกอากาศได้นั้นต้องอยู่ใน 3 กลุ่ม ได้แก่1.ผู้ได้รับอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงที่ใช้เครื่อง ส่งที่ผ่านการตรวจสอบและเป็นไปตามมาตรฐานทางเทคนิคฯ 2.ผู้ได้รับอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงที่ใช้เครื่องส่งที่ ยังไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคฯ และ 3.ผู้ที่ได้ยื่นคำขออนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงไว้ตามประกาศ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุ กระจายเสียงพ.ศ.2555 แล้ว ซึ่งคำขออยู่ในระหว่างการพิจารณา โดย กสทช.จะประกาศรายชื่อวิทยุที่สามารถออกอากาศได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ กสทช.เพื่อให้ผู้ที่รายชื่อไปดำเนินการติดต่อขอออกอากาศได้ในพื้นที่สำนัก งาน กสทช.14 เขตร่วมกับกองทัพภาคกำหนด       ทั้งนี้ สำหรับกรณีการใช้ใบเสร็จหรือสลิปหลักฐานการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมพิจารณาคำขอ อนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงมาใช้ดำเนินการจะสามารถดำเนินการ ได้เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่ามีการออกใบอนุญาตแล้ว ซึ่งขั้นตอนในการตรวจสอบสำนักงาน กสทช.เขตจะเป็นผู้ลิงค์ข้อมูลตรวจสอบจากสำนักงานกสทช.ส่วนกลางและในส่วนของ ใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงตัวจริงสำนักงานกสทช.ส่วนกลางจะ ส่งใบอนุญาตฯไปยังสำนักงาน กสทช.เขต ทั้ง14เขต ซึ่งผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงสามารถติดต่อขอรับใบอนุญาตได้จากสำนัก งาน กสทช.เขตในพื้นที่ที่สถานีฯ ตั้งอยู่โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาติดต่อขอรับที่สำนักงาน กสทช.ส่วนกลาง   “สำนัก งาน กสทช.ขอย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงว่าหากยังไม่มีชื่อใน ประกาศรายชื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงที่มีสิทธิออกอากาศได้ของสำนักงานก สทช.แล้วทำการออกอากาศถือว่ามีความผิดตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและให้เพิกถอนการอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุ กระจายเสียงและให้ยุติการออกอากาศทันที จึงขอเตือนสถานีวิทยุกระจายเสียงว่าอย่าเพิ่งดำเนินการใดๆจนกว่าสถานีของ ท่านจะมีชื่อประกาศเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงที่มีสิทธิออกอากาศได้บนหน้า เว็บไซต์สำนักงาน กสทช. และสำหรับสถานีฯที่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศได้แล้วขอให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ของสำนักงาน กสทช.โดยเคร่งครัดหากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และสำนักงานกสทช.จะยึดใบอนุญาตและไม่ออกใบอนุญาตให้ใหม่”นายฐากร กล่าว
14-07-2014
ทีวีดิจิตอล ของคนไทย (เดลินิวส์) ปัจจุบันการรับชมรายการโทรทัศน์ของคนไทยได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญได้แก่ การถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงในระบบดิจิตอล ซึ่งให้ความคมชัดในระดับ High Definition หรือ HD ภายหลังการจัดประมูลคลื่นความถี่สำหรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอลเมื่อช่วงเดือน ธันวาคม 2556 และมีผู้ได้รับใบอนุญาตเริ่มออกอากาศรายการโทรทัศน์ดิจิตอลประเภทช่องธุรกิจ ที่ชนะการประมูลตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมาโดยประชาชนสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ระบบดิจิตอลได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกล่องรับสัญญาณภาคพื้นดินพร้อมเสาอากาศมาติดตั้ง หรือการรับชมผ่านทางผู้ให้บริการดาวเทียมและผู้ให้บริการเคเบิลทีวีที่เป็น ระบบดิจิตอล ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการ โทรทัศน์ที่เป็นรายการทั่วไป พ.ศ. 2555 หรือที่เรียกว่ากฎ Must Carry ที่ออกมาบังคับใช้โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อาจกล่าวได้ว่า อุปสรรคที่แท้จริงในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากการออกอากาศรายการโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอลก็คือ ความครอบคลุมของโครงข่ายสัญญาณ ซึ่งตามแผนการขยายโครงข่ายสัญญาณภาคพื้นดินระบบดิจิตอลของ กสทช. นั้น มีระยะเวลาทั้งสิ้น 4 ปี ถึงจะครอบคลุมจำนวนครัวเรือนในประเทศร้อยละ 90 ถึงร้อยละ 95 โดยนอกจากการติดตั้งสถานีหลักแล้ว ยังจำเป็นต้องติดตั้งสถานีเสริมเป็นการเพิ่มเติม ซึ่งการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม ได้นั้นก็อาจจะมีอุปสรรคที่แตกต่างกันไปตามปัจจัยสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นตึกสูง อาคารบ้านเรือน หรือสิ่งกีดขวาง ซึ่งการที่ผู้บริโภคจะสามารถรับชมได้นั้น หากเป็นผู้บริโภคที่รับชมผ่านเสาอากาศแบบก้างปลา หรือหนวดกุ้ง ซึ่งเป็นระบบอนาล็อกที่มีอยู่เดิม ที่เป็นประชาชนร้อยละ 45 ของประเทศ ก็ต้องรอให้สัญญาณครอบคลุมไปถึงในแต่ละพื้นที่ของตนเสียก่อน จึงจะสามารถเปลี่ยนมาติดตั้งอุปกรณ์ใหม่เพื่อให้รับชมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ได้ ต่างกับประชาชนที่มีการรับชมผ่านระบบดาวเทียมหรือเคเบิล ซึ่งมีถึงร้อยละ 50 สามารถรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลได้เลยตามกฎ Must Carry ของ กสทช. ในเรื่องนี้ต้องขอชมเชยคณะกรรมการ กสทช. ที่พิจารณาโดยถี่ถ้วน เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเข้ารับชมได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกันใน ทุกพื้นที่ และทุกครัวเรือน องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะสนับสนุนให้การออกอากาศและการรับชม รายการโทรทัศน์ระบบดิจิตอลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนั้นคือการมีกล่องรับ สัญญาณ (Set Top Box) ที่มีประสิทธิภาพพอสมควร ซึ่งคณะกรรมการ กสทช. ได้ดำเนินโครงการแจกคูปองให้ประชาชนนำไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณเพื่อให้ สามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิตอลได้นั้น ขณะนี้ กสทช. ได้รับฟังความคิดเห็นสาธารณะในการดำเนินโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยน ผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล โดยกำหนดระยะเวลาเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนภายในระยะเวลา 15 วัน โดยมีการจัดรับฟังความคิดเห็นใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1. จำนวนครัวเรือนที่จะแจกคูปอง 2. มูลค่าคูปอง 3. วงเงินที่คาดว่าจะจ่ายจริงในการสนับสนุนทั้งหมด และกระบวนการแจกคูปอง 4. การนำคูปองไปใช้เป็นส่วนลด ควรสามารถนำไปแลกซื้ออุปกรณ์ใดได้บ้าง โดยจะมีการจัดรับฟังความเห็นสาธารณะขึ้นทั้งหมด 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้ จังหวัดสงขลา ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น และภาคกลาง กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์ของ กสทช. ในการแจกคูปองเพื่อนำไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณ เป็นการสนับสนุนในการเปลี่ยนผ่านการรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินจากระบบอนาล็อก ไปสู่ระบบดิจิตอล เพื่อให้ประชาชนสามารถรับชมได้โดยไม่จำกัดช่องทางและทั่วถึง อีกทั้งสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่รับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลได้โดยไม่ต้อง เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และต้องรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลได้อย่างสมบูรณ์ โดยรับรองการแสดงผลตามมาตรฐานความคมชัดสูง (High Definition : HD) และมีการรับประกันคุณภาพตามที่ กสทช. กำหนด ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาในการแจกคูปองคือ อุปสรรคของการขยายโครงข่ายสัญญาณภาคพื้นดินโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่ยังไม่ ครอบคลุมทั่วประเทศในขณะนี้ ดังนั้นการรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลโดยผ่านดาวเทียมและเคเบิล จะเป็นช่องทางที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรับชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สูงสุด กสทช. จึงควรพิจารณาในเรื่องการแจกคูปองให้รอบคอบ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีทางเลือกในการจัดหาอุปกรณ์ที่จะใช้รับชมได้อย่าง ทั่วถึง ไม่จำกัดทางเลือกของอุปกรณ์ เพื่อสามารถรับชมได้จริง และให้การดำเนินการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า. รุจิระ บุนนาค
12-07-2014
กสทช. ลงดาบช่อง 3 เหตุเอาเปรียบผู้บริโภค งัดของเก่าฉายเกลื่อนจอดิจิตอล (ผู้จัดการ)   นับเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ข่าวคราวของ “ทีวีดิจิตอล” กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่คนทั่วไปให้ความสนใจ ตลอดจนจับตามองอยู่เป็นระยะ เริ่มจากที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า “ทีวีดิจิตอล” คืออะไร? แตกต่าง หรือเหมือนกับฟรีทีวีช่องปกติอย่างไร ? จากนั้นด้วยสื่อต่างๆที่ทยอยนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ทุกคนจึงเริ่มทำความเข้าใจเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แม้จะไม่กระจ่างทั้งหมดก็ตาม                 ระเรื่อยมาจนถึงการประกาศผู้ที่ชนะการประมูลช่องต่างๆ ด้วยสนนมูลค่ารวมสูงถึง 50,862 ล้านบาท                 แต่เชื่อเถอะว่า คนทั่วไปคงไม่ได้โฟกัสไปที่ยอดตัวเลขว่าบริษัทใด ประมูลด้วยยอดเงินเท่าไหร่ มากไปกว่า ในแต่ละช่องมี “คอนเทนต์” อะไรให้ดูบ้าง ? ทั้งนี้เพราะทาง “คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)” ได้มีการจัดแบ่งหมวดหมู่ของเนื้อหาไว้อย่างชัดเจน                 หลังจากนั้นทุกบริษัทที่ได้เป็นเจ้าของสัมปทานช่องต่างๆ ก็พากันขับเคลื่อนคอนเทนต์ของตัวเอง เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดกันอย่างชนิดไม่มีใครยอมรามือให้ใคร                 ไม่ว่าจะเป็นไทยทีวี ในเครือ “ทีวีพูล” ที่เริ่มขยับตัวก่อน ด้วยการจับมือ บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) ร่วมกันผลิตรายการป้อนช่อง THV (ทีเอชวี) ก่อนจะมีความขัดแย้งกันในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และแนวความคิดที่ไม่ตรงกัน จนต้องบอกลากันในเวลาต่อมา ตามที่เป็นข่าวใหญ่โต ถึงขนาดแม่ทัพหญิง อย่าง “ติ๋ม-พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย" ต้องตั้งโต๊ะเปิดสัมภาษณ์กันแบบ Exclusive เพื่อให้ความกระจ่างแก่บรรดาสื่อมวลชน ในการนำเสนอข่าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง ขณะที่ในภาคบันเทิง ซึ่งเป็นงานถนัดก็ไม่ทิ้ง เพราะมีทั้งรายการวาไรตี้ และละครที่อัดแน่นเต็มจอ                 ในฟากฝั่งของ อาร์ เอส ก็มีการยกระดับปรับฐานะ ของช่อง 8 จากที่เป็นช่องทีวีดาวเทียมมาเป็นช่องดิจิตอลด้วยเช่นกัน โดยยังคงผังรายการตามเดิม ที่เน้นวาไรตี้ และละครประเภทชิงรักหักสวาท เช่นเดียวกับช่อง One ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่เพิ่งเปิดตัวละครฟอร์มยักษ์ “บัลลังก์เมฆ ไปหมาดๆ พร้อมการขนทัพนักแสดงระดับมือวางอันดับหนึ่งมาประชันกันแน่นจอ ทั้ง “ศรราม เทพพิทักษ์” , “สมชาย เข็มกลัด” และ “ปฏิภาณ ปฐวีกานต์” ที่จะต้องมารับบทเดียวกับที่ 3 พระเอกระดับตำนาน “สมบัติ เมทะนี” , “กรุง ศรีวิไล” และสรพษ์ ชาตรี” เคยเล่นในในเวอร์ชันแรก ส่วนบท ปานรุ้ง” ตกเป็นของ “อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล”                 ไม่เพียง อาร์ เอส ,จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และทีวีพูล ที่มาลงสนามสู้ศึกละครผ่านจอทีวีดิจิตอล ยังจะมีช่อง PPTV. และช่อง MONO 29 ที่ขอกระโจนลงมาแชร์มาร์เกตในสนามนี้ด้วย ว่ากันว่าการขับเคลื่อนครั้งนี้ ยังผลให้บรรดานวนิยายของ        นักประพันธ์ชั้นครู ถูกกว้านซื้อกันจนเกลี้ยงตลาด หนึ่งในนั้นคือ “ปริศนา” ผลงานการประพันธ์ของ ว.ณ ประมวญมารค ที่ช่อง 3 หมายตาว่าจะจับมารีเมกใหม่อีกรอบ พร้อมดัน “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” รับบท “ปริศนา” ก็เป็นอันหลุดไปอยู่ในมือของช่องน้องใหม่ อย่าง PPTV. ภายใต้การดำเนินงานของ “หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล” หรือ “คุณหญิงแมงมุม” เรียบร้อยแล้ว                 ขณะที่ช่อง 3 ได้สัมปทานช่อง “ดิจิตอล” ในมือถึง 3 ช่อง ประกอบไปด้วยสถานีเด็กและครอบครัว(ช่อง 13) สถานี SD (ช่อง 28) และ สถานี HD (ช่อง 33) ซึ่งดำเนินงานภายใต้การดูแลของ บริษัทบีอีซี มัลมีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นคนละบริษัทกับบริษัทที่ดูแลช่อง 3 อะนาล็อก หรือช่อง 3 ออริจินัล ที่ต้องดูผ่านเสาอากาศแบบก้างปลา                 โดยในช่วงการทดลองออกอากาศนั้น ทางช่อง 3 ได้มีการนำสัญญาณในระบบอะนาล็อกเก่ามาออกอากาศผ่านระบบเครือข่ายทีวีดิจิตอล ทั้งสามช่อง จนกระทั่งมาถึงช่วงระยะเวลาที่ใบอนุญาตมีการบังคับใช้ ทาง กสทช มีมติสั่งห้ามทางช่อง 3 กระทำการดังกล่าวแล้ว นั่นหมายถึงว่าช่อง 3 ดิจิตอล ไม่สามารถออกอากาศในลักษณะ “คู่ขนาน” ไปกับช่อง 3 ออริจินัล เหมือนกับช่องฟรีทีวีอื่นๆ อีก 5 ช่อง คือ ช่อง 5 ,ช่อง 7 ,โมเดิร์นไนน์ , ช่อง 11 และไทยพีบีเอส                 อย่างไรก็ตามคอนเทนต์ที่ช่อง 3 นำมาเป็นกลยุทธ์บุกเบิกช่องดิจิตอลนั้น มุ่งเน้นไปที่รายการข่าวเป็นหลัก ถึงขนาดมีการกว้านตัวผู้ประกาศข่าวตลอดจนพิธีกรเข้ามาอยู่ในสังกัดหลายต่อ หลายคน อาทิ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ จากโมเดิร์น ไนน์ , ประวีณมัย บ่ายคล้อย จากไทยพีบีเอส ขณะที่มีคน “ไหลเข้า” ก็ย่อมมี “ไหลออก” อาทิ ปราย ธนาอัมพุช ที่อยู่กับช่อง 3 มาเป็นเวลา 19 ปี ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ ช่อง PPTV ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการและควบคุมคุณภาพรายการ พร้อมกับที่ชาญชัย กายสิทธิ์ ก็ย้ายไปนั่งตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายข่าวบันเทิงและธุรกิจของช่องเดียวกัน หลังจากที่ทำงานอยู่คู่ช่อง 3 มาถึง 17 ปี ขณะที่ผู้ประกาศเดิมที่มีอยู่ บางคนก็ต้องทำควบทั้งช่อง 3 ออริจินัล และช่อง 3 ดิจิตอล ซึ่งหลายรายการออนแอร์พร้อมกันทั้งที่ช่อง SD และ HD. บางรายการก็โยกย้ายมาจากช่อง 3 ออริจินัล อาทิ ผู้หญิงถึงผู้หญิง , แจ๋ว                 ขณะที่ทุกคนจับสังเกตได้ว่า รายการอื่นๆ นอกเหนือจากรายการข่าว ล้วนเป็นการนำ “ของเก่า” กลับมาปัดฝุ่นฉายใหม่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นละครเก่า อย่างเงาะแท้แซ่ฮีโร่, เทวดาสาธุ, หลวงตามหาชน ซีรีส์ต่างๆ ทั้งของเกาหลี, ฮ่องกง, ไต้หวัน อาทิ องค์หญิงกำมะลอ, มรสุมรัก สงครามชีวิต ฯลฯ รายการวาไรตี้-เกมโชว์ อย่าง ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ ป. 4 , แกะดำ ฯลฯ เป็นต้น                 นั่นจึงเป็นมูลเหตุให้ทาง กสทช. เริ่มเพ่งเล็ง และยื่นโนติสถึงผู้บริหารช่อง 3 เพราะมองว่าการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคขนานใหญ่ อีกทั้งยังมองว่าได้มีการให้เวลาสำหรับเตรียมการล่วงหน้าแล้ว ขณะที่ทางหัวเรือใหญ่ "ประวิทย์ มาลีนนท์" ก็ให้เหตุผลว่าไม่สามารถผลิตเนื้อหาได้ทัน พร้อมให้คำมั่นว่า ถ้าอยากจะเห็นรายการใหม่ ละครใหม่ และนักแสดงคนโปรดแบบคมชัด คงจะต้องรอไปถึงเฟส 3 เดือนตุลาคม                 หลักใหญ่ใจความก็น่าจะมาจากการที่ช่อง 3 ต้องแบกรับภาระอันหนักหน่วง ในการบริหารจัดการคอนเทนต์ต่างๆ ของช่องทีวีในมือ พร้อมกันถึง 4 ช่อง คือช่อง 3 ออริจินัล และดิจิตอลอีก 3 ช่อง ขณะที่บุคลากร และเครื่องไม้เครื่องมือ ไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สอดคล้องกับการอัตราการขยายตัวแบบก้าวกระโดดใน ครั้งนี้                 แต่ถ้าเป็นดังที่ “คุณประวิทย์” ได้ชี้แจงแถลงไขไว้ ก็ต้องมาจับตาดูกันว่า ในเฟส 3 เดือนตุลาคมนี้ จะมีอะไร “ใหม่ๆ” ในจอช่อง 3 ดิจิตอล ให้ประชาชนคนไทยได้ชมกันบ้าง
11-07-2014
Digital voucher scheme to go ahead despite trans (The Nation) The broadcasting regulator has not changed its plans for a digital-TV voucher scheme even though the junta has ordered it to transfer all revenue raised from last year's licence auction to the state. Takorn Tantasit, secretary-general of the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC), said the Finance Ministry would have to cover the cost of the vouchers. The National Council for Peace and Order (NCPO) on Wednesday announced the amendment of some articles in the Act on Organisation to Assign Radio Frequency and to Regulate the Broadcasting and Telecommunications Services (2010). The NBTC must transfer all revenue incurred in the auction of national frequencies for broadcasting service to the state. In the old version of the act, the revenue was to be managed by the Broadcasting and Telecommunications Research and Development Fund for the Public Interest (BTFP). The auction of 24 digital TV licences raised a total of Bt50.86 billion in revenue, but to date just Bt11 billion has been paid. The rest will be paid over six years. The NBTC had originally planned to reserve about Bt15.9 billion of the auction revenue to fund Bt690 vouchers for each household towards the purchase of digital set-top boxes or TV sets with built-in digital tuners. This figure was based on 22 million households. However, to ensure that all viewers, including disabled and less privileged people and those in rural areas, can access this new broadcasting service, the NBTC wants to increase the value of the vouchers to Bt1,000 and adjust the number of households to 25 million. That would boost the budget to Bt25 billion. Also, it wants to allow the vouchers to be used to buy cable and satellite TV receivers as well as digital receivers. These adjustments raised questions among some broadcasters and consumer group about transparency. Therefore, the NCPO mandated public hearings on this issue in Chiang Mai, Khon Kaen, Songkhla and Bangkok. Takorn said the results of the public hearings would be presented to the NBTC's board on July 23. "After that, we will submit the resolution to the NCPO for final approval by end of this month in order to begin the free coupon distribution in September," he said. The NCPO has also changed the make-up of the committee overseeing the BTFP, appointing the permanent secretary of the Defence Ministry and director-general of the Comptroller-General's Department, while adding a new position of deputy secretary. The new positions will replace three of the five existing senior advisers. Takorn said that from now, all revenue from spectrum auctions for digital radio and TV broadcasting would be transferred to the state. This excludes the current Bt12-billion fund being managed by the BTFP committee. The funds come from fines and annual licence fees for telecom and broadcasting service, and the budget transferred from the National Telecommunications Commission, a former telecom regulation body.
11-07-2014
กสทช.คืนชีพวิทยุชุมชนยันกย.นี้แจกแน่คูปองทีวีดิจิตอล (แนวหน้า)
11-07-2014
กสทช.ยอมสยบนำรายได้เข้าคลังให้กู้อีก1.2หมื่นล. (ไทยโพสต์) ”กสทช.” พินอบพิเทา “คสช.” ตามคำสั่งฉบับที่ 80 พร้อมนำรายได้เงินทุกบาททุกสตางค์ส่งแผ่นดิน พ่วงให้คลังกู้เงินกองทุน กทปส.อีก 1.2 หมื่นล้านบาท อึ้ง! อธิบดีกรมบัญชีกลางยังไม่รู้เรื่อง “ฐากร” เผยคณะคืนความสุขไฟเขียวนำเงินไปจัดทำคูปอง 7 ล้านครัวเรือนไม่ต้องส่งคลังใน 15 วัน วิทยุชุมชนเฮ! 4,700 แห่งออกอากาศได้แล้ว     เมื่อวันพฤหัสบดี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เข้าหารือร่วมกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 80/2557 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 ก.ค. เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งมีเนื้อหาหลักให้นำเงินประมูลในกิจการวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมเข้า เป็นรายได้แผ่นดินนั้น โดยนายฐากรให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า คสช.ได้มีคำสั่งให้ กสทช.สามารถนำเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิตอลงวดแรก 11,162 ล้านบาทไปใช้ในการจัดทำคูปองเงินสนับสนุนอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลได้ทันที จากที่ประกาศ คสช.ได้ระบุไว้ว่าต้องนำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดินภายใน 15 วัน โดยให้ทำเรื่องเบิกของบประมาณ ทั้งนี้ ในส่วนของแผนแจกคูปองในปีแรก กสทช.ยังยืนยันไว้ที่ 7 ล้านครัวเรือน และจะทยอยจัดส่งคูปองภายได้ในเดือน ก.ย.นี้       “คสช.แจ้งว่าเงินประมูลทีวีดิจิตอลที่เหลือ ซึ่งอยู่ระหว่างชำระเงินในปีถัดๆ ไปของผู้ประกอบการ กสทช.ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินโดยตรง และในส่วนของเงินที่จะนำมาใช้จัดทำคูปองในงวดต่อๆ ไปก็ต้องทำเรื่องเบิกงบประมาณดังเดิม” นายฐากรกล่าว นายฐากรยืนยันว่า เงินประมูลที่เหลืออีก 3.97 หมื่นล้านบาทนั้น จะนำส่งเงินส่วนที่เหลือทันที หลังจากผู้ประกอบการนำมาจ่าย แบ่งเป็นปีที่ 2 จำนวน 8,124 ล้านบาท, ปีที่ 3 และปีที่ 4 ปีละ 8,653 ล้านบาท และปีที่ 5 กับปีที่ 6 อีกปีละ 7,134 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเงินกองทุน กทปส.เหลืออีกประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ที่กระทรวงคลังสามารถยืมไปใช้ได้ตามความจำเป็น โดยที่มาของรายได้ประกอบด้วย 1.รายได้ที่โอนมาจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เดิม 3,000 ล้านบาท 2.เงินงบประมาณที่สำนักงาน กสทช.จัดสรรให้ตามกฎหมายปีละไม่เกิน 50 ล้านบาท 3.เงินค่าปรับต่างๆ 396 ล้านบาท และ 4.ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับไลเซนส์เพื่อนำไปพัฒนาและกระจาย บริการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างทั่วถึง (ยูเอสโอ) ด้านโทรคมนาคม 8,400 ล้านบาท     ด้านนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึงประกาศดังกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ จึงยังไม่สามารถชี้แจงอะไรได้มากนัก ต้องขอหารือกับ กสทช.ก่อน สำหรับประกาศ คสช.ฉบับที่ 80/2557 นั้น เนื้อหาหลักคือค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามมาตรา 41 ที่เป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วให้นำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน รวมทั้งกำหนดให้กระทรวงการคลังสามารถยืมเงินกองทุน เพื่อนำไปใช้ในกิจการของรัฐอันเป็นประโยชน์สาธารณะ และมีการตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนด้วย ที่สำคัญคือการให้ กสทช.นำเงินที่ได้จากการประมูลตามมาตรา 41 วรรคหก แห่ง พ.ร.บ.กสทช.ที่ยังไม่ได้นำส่งเข้ากองทุน กทปส.ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วภายใน 15 วันนับแต่วันที่ 9 ก.ค. ซึ่งประกาศใช้บังคับ วัน เดียวกัน ที่โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กสทช.ได้เปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนต่อโครงการสนับสนุน ประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลทั่ว ประเทศในเขตภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น 3 ภาค เหนือ-ใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 4, 5 และ 8 ก.ค.แล้ว โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรวมกว่า 700 ราย ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยที่จะแจกคูปองมูลค่า 1,000 บาท     ขณะที่นายปราโมทย์ โชคศิริกุลชัย นายกสมาพันธ์สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์บันเทิงไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่เงื่อนไขคูปองจะใช้แลกกล่องทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี เพราะผิดวัตถุประสงค์การประมูลตั้งแต่แรก ซึ่งผู้ประกอบการไม่มีการรับรู้ทำให้แข่งกันทุ่มเงินประมูลจำนวนมาก       นายฐากรยังกล่าวถึงกรณีวิทยุชุมชนว่า มี 4,700 สถานีสามารถออกอากาศได้ตามประกาศ คสช. โดยมีผลตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 10 ก.ค.เป็นต้นไป ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มแรก 600 สถานีที่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบอุปกรณ์ออกอากาศและมาตรฐานทางเทคนิคจาก กสทช.แล้ว โดยกลุ่มนี้ให้รายงานตัวต่อสำนักงานเขต กสทช. 14 เขต เพื่อออกอากาศได้ทันที หลังรายชื่อสถานีประกาศในเว็บไซต์ กสทช. กลุ่มที่ 2 จำนวน 4,100 สถานีได้รับอนุญาต แต่อุปกรณ์และมาตรฐานทางเทคนิคยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้วจะประกาศรายชื่อบนเว็บไซต์ กสทช.เช่นกัน      “กลุ่มที่ 3 อีก 1,700 สถานี อยู่ระหว่างยื่นคำขออนุญาตทดลองประกอบกิจการ ซึ่ง กสทช.จะรีบพิจารณา เพื่อให้สามารถออกอากาศได้ ขณะที่อีก 3,000 สถานีที่เป็นวิทยุชุมชนเถื่อน ไม่สามารถกลับมาออกอากาศได้อีกเลย หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท” นายฐากรระบุ.
11-07-2014
สิ้นเดือนนี้รู้ผล-แจกคูปองดิจิตอลกสทช.เตรียมก้อนแรกหมื่นล้าน-รอคสช. (ข่าวสด) สิ้นเดือนนี้รู้ผล-แจกคูปองดิจิตอล กสทช.เตรียมก้อนแรกหมื่นล้าน-รอคสช.เคาะราคา เตรียม เงินก้อนแรก 1.1 หมื่นล้านบาท แจกคูปองทีวีดิจิตอล กสทช.เดินหน้าแม้คสช.สั่งให้นำเงินประมูลทีวีฯ เข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดิน โดยเงินงวดแรก 11,000 ล้านบาท ที่ได้มาจากการประมูล ถือเป็นกรณีพิเศษ นำมาใช้ ได้เลย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช.ยืนยันโครงการเพื่อสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชม โทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (คูปองทีวีดิจิตอล) ยังเดินหน้า ต่อไป แม้ว่าประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้นำเงินที่ได้จากการประมูลทั้งหมดนำส่งกระทรวงการคลังให้เป็นรายได้ของ แผ่นดิน จากเดิมจะต้องส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) "เงิน ก้อนแรกที่เกิดจากการประมูลทีวีดิจิตอลบริการธุรกิจ 24 ช่อง จำนวน 50,862 ล้านบาท จะต้องนำส่งคืนกระทรวงการคลัง แต่เงินประมูลงวดแรกที่ได้มาแล้ว 11,000 ล้านบาทให้นำไปใช้ในการแจกคูปองทีวีดิจิตอลได้เลย ถือเป็นกรณีพิเศษให้นำไปใช้เป็นคูปองทีวีดิจิตอลแจกประชาชน 11 ล้านครัวเรือน ซึ่งมูลค่าคูปองต้องรออนุมัติอีกครั้ง แต่มูลค่าสามารถเกิน 690 บาทได้ในแง่กฎหมาย ซึ่งการแจกคูปองยังอยู่ในกรอบเวลาเดิมคือเดือนก.ย.นี้" นายฐากรกล่าว เลขาธิการ กสทช.กล่าวอีกว่า หลังการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) เสร็จเรียบร้อยครบทั้ง 4 ภูมิภาคแล้ว และได้ข้อสรุปรวบรวมนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.ในวันที่ 23 ก.ค.นี้ จากนั้นจะนำข้อสรุปประชาพิจารณ์ที่ได้ส่ง คสช.ภายในสิ้นเดือนก.ค. เพื่อขออนุมัติแจกคูปองทีวีดิจิตอล และใช้วิธีเบิกจ่ายงบประมาณมาสนับสนุนการแจกคูปองทีวีดิจิตอลให้กับประชาชน ส่วน กรณีประกาศ คสช.ให้วิทยุชุมชนที่ถูกสั่งปิดก่อนหน้านี้รวม 4,700 สถานี สามารถออกอากาศได้นั้น นายฐากรกล่าวว่า กลุ่มแรก 600 สถานีที่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบอุปกรณ์ออกอากาศและมาตรฐานทางเทคนิคจาก กสทช.แล้ว ให้รายงานตัวต่อสำนักงานเขต กสทช. 14 เขต เพื่อออกอากาศได้ทันที หลังรายชื่อสถานีประกาศในเว็บไซต์ กสทช. "สำหรับกลุ่มที่ 2 อีก 4,100 สถานีได้รับอนุญาตแต่อุปกรณ์และมาตรฐานทางเทคนิคยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ซึ่งหลังจากผ่านการตรวจสอบแล้วจะประกาศรายชื่อบนเว็บไซต์ กสทช.เช่นกัน" เลขาธิการ กสทช.กล่าว
11-07-2014
ดึง"หมึ่นล้าน"แจกคูปองปีนี้ 11 ล้านครัวเรือน-กสทช.เคาะราคา 23 ก.ค. (กรุงเทพธุรกิจ) คสช.แก้กม.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ ดึงเงินประมูลวิทยุ-ทีวี เป็นรายได้แผ่นดิน เปิดทางดึงเงินทีวีดิจิทัลแจกคูปองปชช.     คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศ ฉบับที่ 80/2557 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่คณะกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้การกำกับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม การบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) และการบริหารเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์ เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์ต่อรัฐอย่างสูงสุด สาระสำคัญของประกาศดังกล่าว แก้ไข "มาตรา 42 ให้ กสทช. มีอำนาจกำหนดอัตราค่าทำเนียมใบอนุญาตตามมาตรา 41 โดยแยกเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งต้องชำระเมื่อได้รับอนุญาตและต้องชำระเป็นรายปี ในอัตราที่เหมาะสมกับประเภทของใบอนุญาตตามกฎหมายว่า ด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เว้นแต่ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการทางธุรกิจ ให้ถือว่าเงินที่ได้จากการประมูลตามมาตรา 41 วรรคหก เป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ซึ่งต้องชำระเมื่อได้รับอนุญาต และเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วให้นำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน" พร้อมทั้งเพิ่มข้อความ (6) ของมาตรา 52 คือ "ส่งเสริมและสนับสนุนด้านงบประมาณให้กระทรวงการคลัง สามารถยืมเงินกองทุนเพื่อนำไปใช้ในกิจการของรัฐอันเป็นประโยชน์สาธารณะ" อีกทั้งกำหนดให้เงินที่ได้จากการประมูลกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ หากยังไม่นำส่งเข้ากองทุนฯกทปส. ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วภายใน 15 วันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับใช้ ส่งเงินทีวีดิจิทัล5หมื่นล้านเข้าคลัง นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เปิดเผยว่า สำนักงานพร้อมดำเนินการนำส่งรายได้ที่เกิดจากการประมูลกิจการวิทยุและโทรทัศน์เป็นรายได้แผ่นดินตามประกาศ คสช. เริ่มจากรายได้จากการประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) 24 ช่อง รวมวงเงิน 50,862 ล้านบาท ซึ่งกำหนดจ่าย 6 งวด รวม 6 ปี ในปี 2557 ได้รับเงินประมูลทีวีดิจิทัลมาแล้ว 11,000 ล้านบาท ซึ่งโอนเข้ากองทุนฯ บัญชี 5 เงินประมูลกิจการวิทยุและโทรทัศน์เรียบร้อยแล้ว โดยเงินงวดแรก คสช.กำหนดให้นำไปแจกคูปองส่วนลดแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล คาดว่าจะสามารถแจกคูปองได้กว่า 11 ล้านครัวเรือนในปีแรก ส่วนเงินประมูลทีวีดิจิทัลอีก 5 งวดที่เหลือ ระหว่างปี 2558-2562 มูลค่ารวมเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ให้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินโดยไม่ต้องนำส่งกองทุนฯ รวมทั้งรายได้ในอนาคตที่เกิดจากการประมูลกิจการวิทยุดิจิทัล ในปี 1-2 ปีจากนี้ และกิจการโทรทัศน์อื่นๆ ให้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินเช่นกัน "รู้สึกโล่งมาก ที่คสช. มีคำสั่งให้นำเงินประมูลทีวีดิจิทัลและกิจการวิทยุโทรทัศน์ในอนาคต ส่งเป็นรายได้แผ่นดินเช่นเดียวกับการประมูลคลื่นในกิจการโทรคมนาคม" นายฐากร กล่าว แจงไม่กระทบเงินแจกคูปอง สำหรับงบประมาณซึ่งกำหนดจากเงินประมูลทีวีดิจิทัลขั้นต่ำ ให้นำไปสนับสนุนประชาชนทั่วประเทศในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมทีวีดิจิทัล ด้วยการแจกคูปองส่วน ลดแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล ยังดำเนินการต่อเนื่อง หลังจากจบเวทีการรับฟังความคิดสาธารณะ 4 ภาค คือเชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น และกรุงเทพฯ วานนี้ (10 ก.ค.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นทางจดหมายและอีเมลถึงวันที่ 18 ก.ค.นี้ หลังจากนั้นจะรวบรวมความคิดเห็นแนวทางการแจกคูปองส่วนลด ทั้งด้านมูลค่า ประเภทอุปกรณ์แลกซื้อ จำนวนครัวเรือนแจกคูปอง วงเงินสนับสนุน เพื่อส่งให้บอร์ดใหญ่ กสทช.พิจารณาในวันที่ 23 ก.ค.นี้ จากนั้นจะส่งให้ คสช. พิจารณาเห็นชอบและดำเนินการแจกคูปองต่อไป นายฐากร กล่าวอีกว่าหลังจาก คสช.เห็นชอบหลักเกณฑ์การแจกคูปองทีวีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าคูปองละ 690 บาท จำนวน 22 ล้านครัวเรือน วงเงินตามราคาขั้นต่ำประมูลทีวีดิจิทัล 15,190 ล้านบาท หรือมูลค่าคูปองละ 1,000 บาท จำนวน 25 ล้านครัวเรือน วงเงินแจก 25,000ล้านบาท หลังจากนี้ กสทช. มีหน้าที่จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำของหน่วยงานตนเองและงบประมาณสำหรับแจกคูปองที วีดิจิทัลในปีต่อไปซึ่งกำหนดแจก 4 ปีตามการขยายโครงข่าย (Mux) ไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เมื่อมีรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กสทช.ก็ ต้องเสนองบประมาณผ่านช่องทางนั้น ซึ่ง สนช.จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ เหมือนช่วงที่มีสภาปกติ เพียงแต่ สนช.ทำหน้าที่ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และเมื่อถึงช่วงที่มีการเลือกตั้งตามระบบปกติ ซึ่งตามโรดแมพของ คสช. คือปลายปี 2558 กระบวนการจัดทำงบประมาณของ กสทช. ก็จะเข้าสู่ระบบปกติเช่นกัน คือ เสนอผ่านสำนักงบประมาณ ให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณา   เปิด5บัญชีเงินกองทุนฯ สำหรับกองทุนฯ กทปส. ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 บัญชี คือ 1.ทรัพย์สินเดิมของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)วงเงิน 3,000 ล้านบาท 2.ค่าปรับในกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุโทรทัศน์ วงเงิน 100 ล้านบาท 3.กองทุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) ใช้ในกิจการโทรคมนาคม วงเงิน 9,000 ล้านบาท 4. กองทุนพัฒนาวิจัยสื่อในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปัจจุบันยังไม่มีรายได้ โดยดำเนินการจัดเก็บจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นฯ วิทยุและโทรทัศน์ ของผู้ได้รับใบอนุญาต ในอัตรา 2%ของรายได้ต่อปี และ5.เงินประมูลคลื่นฯวิทยุและโทรทัศน์ ปัจจุบันมีวงเงินประมูลทีวีดิจิทัล 50,862 ล้านบาท ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 80 กำหนดให้ กสทช. โอนเงินจากบัญชีเงินประมูลคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ ทั้งปัจจุบันและในอนาคตเข้าเป็นรายได้แผ่นดินนับจากนี้ ขณะที่เงินกองทุนฯ บัญชีอื่นๆ ยังอยู่ในการบริหารของ กสทช. ประชุมกองทุนฯศุกร์หน้า พล.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกองทุนฯ กทปส. เปิดเผยว่าเตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ วันศุกร์ที่ 18 ก.ค.2557 เพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติตามประกาศและแนวทางการทำงานของกรรมการกองทุนฯ "พร้อมสนับสนุนให้คลังยืมเงินตามคำสั่งคสช. เพื่อนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะ เพราะที่ผ่านมาเงินกองทุนฯยังไม่ได้นำไปใช้เท่าไหร่นัก" ส่วนเงินที่ได้รับจากการประมูลทีวีดิจิทัลงวดแรกปี 2557 จำนวน 11,000 ล้านบาท และได้นำส่งกองทุนฯแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรเพื่อแจกคูปองแลก ซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล คาดว่าภายในเดือนก.ย.นี้ สามารถดำเนินการแจกได้ ส่วนเงินประมูลที่เหลือหลังจากนี้ จะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป โดย กสทช. ต้องเสนองบประมาณเบิกจ่ายรายปี เพื่อนำมาจัดสรรเป็นคูปอง กรมบัญชีกลางหารือโอนเงินทีวีดิจิทัล ด้านนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่ายังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีที่คสช. ได้ออกประกาศให้โอนเงินประมูลทีวีดิจิทัลและกิจการวิทยุเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน โดยกรมบัญชีกลาง จะต้องรอคำสั่งประกาศดังกล่าวก่อน จากนั้น จึงจะนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบคำสั่งประกาศกับกฎหมายเดิมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งต้องหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกสทช. คืนสิทธิ6พันวิทยุชุมชน นายฐากร กล่าวอีกว่า ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 79 กำหนดแนวทางการออกอากาศวิทยุชุมชน 6,000 สถานี ที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงจาก กสทช. ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ 1.ผู้ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการและได้ผ่านการตรวจสอบเครื่องส่งตามมาตรฐานทางเทคนิคตามประกาศ กสทช. รวมทั้งต้องไม่เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเนื้อหาขัดกฎหมายและประกาศ คสช. ฉบับที่ 18/2557 กลุ่มนี้มีจำนวน 600 สถานี ให้ไปแสดงตนที่ สำนักงาน กสทช. และสำนักงาน กสทช. เขต ทั้ง 14 เขต ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 2557 จากนั้นสำนักงานจะประกาศรายชื่อวิทยุที่ได้รับอนุญาตออกอากาศทางเว็บไซต์สำนักงาน กสทช. เมื่อมีรายชื่อจึงสามารถออกอากาศได้ กลุ่มที่ 2 ผู้ได้รับอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการ แต่ยังไม่นำเครื่องส่งมาตรวจสอบตามมาตรฐานทางเทคนิคตามประกาศ กสทช. ให้นำเครื่องส่งมาตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคตามประกาศ คือกำหนดเสาส่งสัญญาณสูง 60 เมตร กำลังส่ง 500 วัตต์ จากนั้นให้รอดูรายชื่อทางเว็บไซต์ เพื่อรับสิทธิออกอากาศ กลุ่มนี้มี 4,300 สถานี สำหรับกลุ่มที่ 3 ผู้ยื่นคำขออนุญาตทดลองประกอบกิจการไว้ตามประกาศ และคำขออยู่ระหว่างการพิจารณา สำนักงาน กสทช. จะพิจารณาคำขอทดลองออกอากาศ เมื่อได้รับอนุญาตให้ทดลองออกอากาศ ให้นำเครื่องส่งเข้ารับการตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิค จากนั้นรอประกาศชื่อทางเว็บไซต์สำนักงาน กสทช. เพื่อรับสิทธิออกอากาศ กลุ่มนี้มี 1,700 สถานี ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้รับอนุญาตทดลองออกอากาศ 3,000 สถานี และมีประกาศ คสช.ห้ามออกอากาศ ในกลุ่มนี้ไม่เข้าเกณฑ์การได้รับคืนสิทธิออกอากาศ จากประกาศ คสช.ฉบับที่ 79 และไม่สามารถออกอากาศได้ หากยังไม่มีชื่อในประกาศรายชื่อสถานีวิทยุกระจายเสียง ที่มีสิทธิออกอากาศได้ของสำนักงาน กสทช. แล้วทำการออกอากาศ ถือว่ามีความผิดตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เพิกถอนการอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและให้ยุติการออก อากาศทันที  
10-07-2014
ทั่วปท.หนุนแจก1พัน-คูปองดิจตอล กสทช.ชี้ผลทำประชาพิจารณ์ (ข่าวสด) หนุนแจก"1พัน"ซื้อกล่อง-ทีวีดิจิตอล กสทช.ประชาพิจารณ์ทั่วปท.-ส่วนใหญ่ขอเป็นคูปอง กสทช.เผย ผลประชาพิจารณ์แจกคูปองดิจิตอลใน 3 ภูมิภาคเหนือ-ใต้-อีสาน ส่วนใหญ่หนุนแจก 1 พันบาท โดยให้เป็นคูปองเพื่อไปเลือกซื้อกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ หรือทีวี และอื่นๆ ตามความต้องการของประชาชน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจากได้จัดการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อโครงการสนับสนุนประชาชนในการ เปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลทั่วประเทศมาแล้ว 3 ครั้ง ที่ จ.เชียงใหม่ จ.สงขลา และจ.ขอนแก่น นับว่าประสบความสำเร็จได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก "ประเด็น ที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจแสดงความคิดเห็น ได้แก่ ประเด็นราคาคูปอง และประเด็นคูปองจะสามารถแลกอะไรได้บ้าง ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าราคาคูปองที่ 1,000 บาท เป็นราคาที่เหมาะสม และอยากให้คูปองสามารถแลกได้ทั้งเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ทีวีดิจิตอล เสาอากาศ กล่องดาวเทียม กล่องเคเบิล โดยเห็นว่าประชาชนจะเป็นผู้เลือกเองว่าจะนำคูปองไปแลกซื้ออะไร" นายฐากรกล่าว เลขาธิการกสทช.กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นประชาชนแสดงความคิดเห็นในประเด็นอื่นๆ อาทิ จำนวนครัวเรือน คูปองจะแจกทุกครัวเรือนหรือไม่ อย่างไรก็ตามทั้งหมดจะยังไม่สรุป เนื่องจากต้องรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 ก.ค. ที่โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ เสียก่อน "ความ คิดเห็นทุกความคิดเห็นเป็นประโยชน์ต่อสำนักงาน กสทช. ที่จะนำไปปรับปรุงโครงการให้มีความเหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุด สำนักงานจึงอยากเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นในครั้ง หน้าซึ่งจัดขึ้นในส่วนกลาง ในวันที่ 10 ก.ค.นี้" นายฐากรกล่าว สำหรับ ประชาชนที่อยากเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นแต่ไม่สะดวกเดินทางมายังสถานที่จัด งานสามารถแสดง ความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านจดหมายอิเล็ก ทรอนิกส์ (E-mail) ส่งมายังอีเมล์ hearing.dtv@nbtc.go.th หรือโทรสารหมายเลข 0-2278-5493 หรือนำส่งด้วยตัวเองที่สำนักงาน กสทช. สำนักกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล อาคารมนริริน ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ และ ช่องทางสุดท้ายส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงสำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 ภายในวันศุกร์ที่ 18 ก.ค. นี้
10-07-2014
  กสทช.บี้จูนช่องทีวีมาตรฐานเดียว (ไทยรัฐ) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท) เปิดเผยว่า จากที่มีการร้องเรียนความสับสนในเรื่องการเรียงหมายเลขช่องของทีวีนั้น ทาง กสทช.ได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อให้การเรียงหมายเลขช่องเป็นหมายเลข เดียวกัน ทั้งเครื่องทีวีดิจิตอล กล่องทีวีดิจิตอล ทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี โดยในส่วนของเครื่องทีวีนั้นได้เชิญผู้ผลิตมาหารือหลายครั้งเพื่อปรับ ปรุงซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานของ กสทช. ขณะเดียวกันต้องหารือกับผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีทั้งทีวีดิจิตอลและทีวีดาว เทียมด้วย เพื่อให้การเรียงช่องเหมือนกัน ส่วนของโครงข่ายทีวีดาวเทียมนั้นต้องรอผลการแจกคูปองทีวีดาวเทียมก่อน ซึ่งทางโครงข่ายทีวีดาวเทียมยินยอมที่จะปรับเปลี่ยนเรียงเลขช่องใหม่ให้ เหมือนกัน “กสทช.ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะแก้ไขปัญหาหมายเลขช่องทีวีในประเทศไทย ให้เป็นเลขช่องเดียวกันทุกโครงข่าย แต่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา โดยที่ผ่านมา กสทช.ได้หารือกับผู้ให้บริการโครงข่าย ผู้ผลิตเครื่องทีวีมาตลอด ซึ่งก็ได้พยายามปรับปรุงอัพเกรดซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้การเรียงหมายเลขช่องสมบูรณ์ คือ การใช้คูปองทีวีดิจิตอลเป็นเงื่อนไข ในการจัดเรียงช่องใหม่ โดยเชื่อว่าเมื่อมีการเริ่มแจกคูปองการเรียงหมายเลขช่องของทีวีจะเกิดขึ้น อย่างแน่นอน” พ.อ.นทีกล่าวต่อว่า สำหรับการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) เกี่ยวกับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีอนาล็อกไปสู่ทีวีดิจิตอลด้วยการแจก คูปองเงินสดส่วนลดนั้น ถือว่าเป็นการทำตามขั้นตอนที่ทางสำนักงาน กสทช.ได้เสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อรับฟังความเห็นแล้วเสร็จ ก็คงนำผลสรุปมาเสนอในที่ประชุมบอร์ด กสทช.และนำเสนอ คสช.ต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางสำนักงาน กสทช.ต้องไปดำเนินการทั้งหมด เนื่องจากในส่วนของบอร์ด กสท ได้อนุมัติไปแล้ว.
10-07-2014
Digital TV vouchers should not be used for purchase of cable (The Nation) SOME TV broadcasters, consumer groups and scholars are likely to reach a consensus on giving away vouchers to households only for the purchase of digital-TV set-top boxes and digital-ready TV sets, a focus group was told yesterday. However, all parties agree on the urgent need to distribute the vouchers quickly to shorten the transition to the digital terrestrial TV era and pave the way for digital community service TV in the near future. Saree Ongsomwang, secretary-general of the Foundation for Consumers, said that after her team surveyed the market for complete sets of digital set-top boxes, they found that the average price was on par with the value of the voucher. "We believe that a Bt690 voucher is reasonable for the purchase of a |digital terrestrial TV set-top box," she said. She made her remark at the focus group organised by the National Broadcasting and Telecommuni-cations Commission's consumer rights protection committee before a public hearing today in Bangkok. Opinions on the value of the voucher remain mixed, ranging from Bt690 to Bt1,000. But Suphab Kleekachai, president of the Digital TV Club and chief adviser to the ThaiTV channel, said the value was not an issue for digital TV operators. "What we need is for the free vouchers to be distributed to households as quickly as possible. The delay causes opportunity losses as people cannot access TV content via digital channels at the right time," he said. Thanachai Wongthongsri, executive vice president of MCOT, said the coupon should be only good for a digital TV receiver. It should not be allowed to be used for a cable or satellite TV set-top box. On behalf of her digital TV network operator, Thanachai witnessed some digital TV broadcasters of variety programmes in high definition (HD) spending extra on satellite broadcasting. "If the NBTC allows people to use this coupon to obtain either a cable or satellite TV receiver, those broadcasters would shoulder higher costs in the near future," he said. Under the NBTC's "must carry" rule, all households can access only standard definition (SD) content, not HD content, from the 12 public and 24 commercial digital TV channels via cable and satellite TV. The digital TV network operator believes that giving away vouchers for cable and satellite TV boxes appeared to promote cable/sat networks, not digital terrestrial TV network expansion. "Will digital terrestrial TV networks be a national backbone of broadcasting?" he asked. Adisak Limprungpatanakij, president of Nation Broadcasting Corporation, was concerned that the birth of digital TV broadcasting for community service would be affected if people continued to watch TV via cable or satellite. Pornthep Benyaapikul, an economics lecturer at Thammasat University, said that to ensure that the Bt15.18-billion digital-TV voucher scheme is implemented effectively, the NBTC should open registration for people who really need the coupons.
08-07-2014
Thai PBS makes court filing in wake of Channel 3's lawsuit against NBTC (The Nation) Public TV operator Thai PBS has made a filing at the Central Administration Court stating that it might be affected by Channel 3's lawsuit against the National Broadcasting and Telecommunications Commission's definition of what is a free-to-air TV channel. Natee Sukonrat, chairman of the NBTC broadcasting committee, said Thai PBS viewed the lawsuit as making it seem a if it opposed the regulator's attempt to transition Thailand from the analog TV system to digital - and this could affect Thai PBS's operation. Thai PBS, which simulcasts programmes on both analog and digital TV, plans to switch off its analog system within next three years. If it cannot embrace digital, it will have to go on bearing simulcast costs. In May, Channel 3 made a filing at the Central Administrative Court against the NBTC's decision to define only digital TV channels as free-to-air channels, with cable and satellite TV platforms required to carry them - but not carry analog channels. Under this definition, the broadcaster's existing analog channel will in September no longer be a free-to-air channel and cannot be carried on cable and satellite TV platforms.
08-07-2014
กสทช.ขู่เอาผิด'อสมท-ช่อง11" ฐานยื้อส่งแผนขยายโครงข่ายทีวี (แนวหน้า)
08-07-2014
กสท.กระทุ้งโครงข่ายทีวีดิจิตอลล่าช้า (ไทยโพสต์) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) และกิจการโทรคมนาคแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสท.ได้รับรายงานผลการดำเนินการติดตั้งสถานีวิทยุคมนาคมเพื่อให้บริการโครง ข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ในระยะ 1 ปีแรก ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.57-1 มิ.ย.57 โดยกองทัพบก และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส ได้แจ้งว่า การติดตั้งค่อนข้างล่าช้า 1-3 สัปดาห์ แต่ก็สามารถติดตั้งครบแล้วทั้ง 11 สถานีหลัก ครอบคลุมพื้นที่ 50% ของครัวเรือนตามกรอบที่วางไว้ ส่วนอีก 2 ราย คือ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และกรมประชาสัมพันธ์ ยังไม่มีการส่งรายงานเข้ามาชี้แจง     ทั้งนี้ มองว่าในระยะที่ 2 เริ่มติดตั้งระหว่างวันที่ 1 ส.ค.57-1 มิ.ย.58 จะต้องมีความชัดเจนในการขยายโครงข่าย หากมีความล่าช้าเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อการแจกคูปองเงินสดแลกซื้อ อุปกรณ์รับชมได้ เพราะจะต้องแจกตามพื้นที่จริงที่ออกอากาศระบบดิจิตอล ซึ่งหากยังไม่มีความเรียบร้อยและเป็นไปตามกำหนดก็จะมีมาตรการตามลำดับคือ เตือน ปรับ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาต     พ.อ.นทีกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังมีมติให้ 17 ช่องรายการ ที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ (ดาวเทียม-เคเบิลทีวี) ต่ออายุใบอนุญาตเป็น 2 ปี และมี 1 ช่องรายการที่อนุมัติให้ออกอากาศได้ทันที เนื่องจากได้ตรวจสอบเนื้อหาแล้วเป็นไปตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 27 ส่วนอีก 16 ช่องรายการ อยู่ระหว่างการพิจารณาเนื้อหา.
01-07-2014
ฟีฟ่าไฟเขียวช่อง11ยิงสดฟุตบอลโลก (กรุงเทพธุรกิจ) ฟีฟ่าไฟเขียวช่อง11ยิงสดฟุตบอลโลก อาร์เอสแจงฟีฟ่าอนุมัติช้า ยัน2คู่งดถ่ายช่อง5เหตุมีรายการประจำ   อาร์เอส แจงฟีฟ่าไฟเขียวยิงสดบอลโลกช่อง 11 แจงเหตุงดถ่ายทอดทางช่อง 5 ช่วง 28-29 มิ.ย.เพราะมีรายการประจำ ขณะที่ กสทช.เตรียมนำเรื่องเสนออนุกรรมการ พร้อมสั่งไทยพีบีเอสสำรองถ่ายทอดสด ด้านบอร์ด กสท คืนจอทีวีดาวเทียมเพิ่ม 72 ช่อง พร้อมสั่งปรับช่อง 3 กรณีรายการก็อตทาเลนต์ 5 แสนบาท นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จากกรณีที่มีประชาชนร้องร้องเรียนว่า บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคลาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเมนต์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2014 ไม่ถ่ายทอดสดการแข่งขันคู่ บราซิล-ชิลี และฮอลแลนด์-เม็กซิโก ทางฟรีทีวี เมื่อวันที่ 28-29 มิ.ย. 2557 กสทช.ได้เชิญอาร์เอสมาชี้แจงแล้ว โดยอาร์เอสแจ้งสาเหตุที่ไม่ถ่ายทอด เนื่องจากช่อง 5 มีรายการประจำอยู่แล้ว จึงนำถ่ายทอดสดฟุตบอลดังกล่าวไม่ได้ แต่ได้ขออนุญาตฟีฟ่าให้ถ่ายทอดทางช่อง 11 แทน แต่เนื่องจากฟีฟ่าหยุดทำงานวันอาทิตย์ อย่างไรก็ตามหนังสือยืนยันจากฟีฟ่าได้มาถึงช่วงเช้าของวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงสามารถเริ่มถ่ายทอดทางช่อง 11 ได้ตั้งแต่คืนวานนี้ (30 มิ.ย.) คู่ฝรั่งเศส-ไนจีเรีย ขณะเดียวกัน กสทช.ได้ประสานงานไปยังสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อขอให้สำรองการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกด้วย ซึ่งจากนี้ไปจนสิ้นสุดการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ประชาชนจะรับชมการถ่ายทอดสดที่หมุนเวียนไปทั้งหมด 3 ช่อง คือ ช่อง 5, 11, ไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นทีวีสาธารณะ นายฐากรกล่าวว่า อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้น กสทช.จะนำข้อมูลดังกล่าวเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการสนับสนุนให้ประชาชนได้รับชมฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธานพิจารณา ซึ่งจะต้องเชิญช่อง 5,11 และอาร์เอส มาหารือและให้ข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณา “การจ่ายเงินสนับสนุนให้อาร์เอส เพื่อให้คนไทยได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกนั้น ยืนยันว่าได้รับชมผ่านทีวีสาธารณะ 5, 11 และไทยพีบีเอส เท่านั้น ซึ่งส่วนของไทยพีบีเอส ต้องไม่มีโฆษณาหรือมีได้ไม่เกิน 10 นาที ไม่ให้ผิดพ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ส่วนการถ่ายทอดทางทีวีดิจิทัล 8 หรือช่อง 27 ของอาร์เอส ถือเป็นช่องธุรกิจไม่เกี่ยวกับทีวีสาธารณะ และการถ่ายทอดสดผ่านช่อง 7 และ 8 เป็นไปตามข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างอาร์เอส กับช่อง 7 ไม่เกี่ยวกับข้อตกลงของ กสทช. ฉะนั้นการจ่ายเงินค่าสนับสนุนซึ่งเป็นเงินแผ่นดิน ต้องพิจารณาด้วยความเป็นธรรม และตอบสังคมได้” ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดวานนี้ (30 มิ.ย.) มีมติให้ช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีออกอากาศได้เพิ่มเติมอีก 72 ช่อง ส่งผลให้ช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ที่ออกอากาศได้ทั้งหมด 497 ช่อง ส่วนที่เหลืออีก 30 ช่อง คณะอนุกรรมการเนื้อหาและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคยังพิจารณา คาดว่าสัปดาห์หน้าจะนำเสนอบอร์ดกสท.พิจารณาอนุมัติได้ ส่วนอีก 14 ช่อง ที่ถูกปิดตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ในกระบวนการ ซึ่งต้องรอคำสั่ง คสช.เท่านั้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยืนยันสั่งปรับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 กรณีรายการไทยแลนด์ ก็อตทาเลนต์ ตอนสิทธัตถะ 500,000 บาท และสั่งปรับบริษัท ซีทีเอช จำกัด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ที่ออกอากาศรายการซีรี่ส์เด็กซ์เตอร์ เพราะมีเนื้อหารุนแรง รายละ 50,000 บาท ส่วนการปลดล็อกวิทยุชุมชน กสทช. เร่งรัดการทำงาน คาดว่าใช้เวลา 1-3 เดือนจะชัดเจน
30-06-2014
กสทช. ยันดูบอลโลกสดทางฟรีทีวีได้จนรอบชิง (ผู้จัดการ) กสทช.ชี้อาร์เอสอ้างฟีฟ่าหยุดเสาร์ - อาทิตย์ส่งผลฟรีทีวีจอดำบอลโลก2014 จำนวน 2นัด ยันคู่ที่เหลือถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีช่อง 5,11หรือไทยพีบีเอส ด้านบอร์ดกสท.มีมติไฟเขียวช่องดาวเทียมและเคเบิลทีวี 74 ช่องรายการ ส่วนช่องเอเอสทีวียังไร้วี่แววเข้าบอร์ดกสท.                นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่ากรณีบริษัท อาร์ เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเมนท์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2014ไม่ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่บราซิลกับชีลี เมื่อเสาร์ที่ 28 มิ.ย.และคู่ฮอลแลนด์กับแมกซิโก        วันอาทิตย์ที่ 29 มิ.ย.2557ผ่านทางฟรีทีวีนั้น ล่าสุดอาร์เอส ชี้แจ้งว่าสาเหตุที่ไม่สามารถถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง 5 ได้เนื่องจากไม่ได้อยู่ในผังรายการที่ตกลงกันไว้จำนวน 38 นัดกับทางอาร์เอส จากนั้นทางอาร์เอสจึงขอทำหนังสือขออนุญาตถ่ายฟุตบอลโลก2014 นัดที่เหลือผ่านฟรีทีวีสาธารณะไปยังฟีฟ่าเพื่อให้สามารถออกอากาศผ่านทาง ช่อง11หรือช่อง 5 หรือไทยพีบีเอส        ซึ่งทางอาร์เอสอ้างว่าในวันดังกล่าวฟีฟ่าปิดทำการจึงส่งหนังสือ ตอบกลับมายัง อาร์เอสล่าช้าโดยเพิ่งส่งมาถึงเมื่อเช้าวันที่ 30 มิ.ย.2557 นี้ส่งผลทำให้เกิดการจอดำฟุตบอลโลก 2014 ไป 2 คู่ที่ดูผ่านฟรีทีวี แต่กลับไปถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง 8 ซึ่งเป็นทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจแทน                ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าวสำนักงานกสทช.จะส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการ พิจารณาศึกษาแนวทางการสนับสนุนให้ประชาชนได้รับชมฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ปี 2014 พิจารณาในประเด็นความเหมาะสมของกรอบวงเงินในการสนับสนุนเงินแก่บริษัทอาร์ เอสต่อไปซึ่งมีกรอบวงเงินไม่เกินมูลค่า 427 ล้านบาท                'กสทช.ขอยืนยันว่าฟุตบอลโลก 2014 คู่ที่เหลือประชาชนจะสามารถรับชมได้อย่างแน่นอนผ่านทางฟรีทีวีช่อง 11 หรือช่อง 5 หรือไทยพีบีเอสโดยคืนนี้จะเริ่มคู่แรกระหว่างไนจีเรียกับฝรั่งเศสถ่ายทอดสด ผ่านช่อง11'                นอกจากนี้ในวันพุธที่ 2 ก.ค.2557 สำนักงานกสทช.จะเข้าหารือกับทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อรายงานเหตุผลความจำเป็นเกี่ยวกับการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz กับ900 MHz และโครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) หลังจากคสช. ได้มีคำสั่งให้ชะลอการประมูลออกไป โดยสำนักงานกสทช.จะเข้าไปชี้แจงรายละเอียดทุกอย่าง        เพื่อหวังให้คสช.อนุญาตให้ดำเนินโครงการต่อไปได้เช่นเดียวกับอนุญาต ให้ กสทช.ดำเนินการแจกคูปองตามโครงการสนับสนุนประชาชน ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลไปแล้ว                ด้านพ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดกสท.วันที่ 30 มิ.ย. มีมติอนุญาตให้ช่องรายการทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีจำนวน 74 ช่องรายการกลับมาออกอากาศอีกครั้งรวมล่าสุดมีการอนุญาตให้ช่องรายการกลับมา ออกอากาศได้อีกครั้งแล้ว 497 ช่องรายการ ส่วนอีกราว 30        ช่องรายการยังคงติดปัญหาต่างๆ อาทิ การส่งให้ทางคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์พิจารณาและติดปัญหาเรื่องอย. รวมไปถึงคณะอนุกรรมการด้านเนื้อหาซึ่งช่องทั้งหมดที่ติดปัญหาอยู่คาดว่าจะ เข้าบอร์ดกสท.พิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้าต่อไป                ส่วนความคืบหน้าสถานีวิทยุชุมชนจำนวน 377 สถานีที่กำลังจะถูกปลดล็อกหรือกลับมาออกอากาศได้นั้นล่าสุดในวันนี้สำนักงา นกสทช.จะเข้าหารือในเรื่องดังกล่าวอีกครั้งกับคสช.เพื่อให้ประกาศเกณฑ์ เงื่อนไขในการที่จะออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชน โดยมีรายละเอียด คือ 1.ต้องเป็นสถานีที่ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง 2.        จะต้องผ่านการตรวจเครื่องส่ง สายอากาศ ให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. กำหนด คือ กำลังส่งไม่เกิน 500 วัตต์ ความสูงเสาไม่เกิน 60 เมตร และเมื่อออกอากาศแล้ว จะต้องมีรัศมีการให้บริการไม่เกิน 20 กิโลเมตร 3. หนึ่งนิติบุคคล ต่อหนึ่งใบอนุญาต 4. เนื้อหาในการออกอากาศจะต้องสอดคล้องกับประกาศของ คสช. 5.จะต้องมาทำ MOU ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดกับทางสำนักงาน กสทช.                บอร์ดกสท.ยังมีมติพิจารณาสั่งปรับเงินช่อง 3 จำนวน 500,000 บาทจากกรณีเผยแพร่รายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ซีซัน 3 เทปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา กับการแสดงของหนึ่งในผู้เข้าประกวดที่ชื่อ สิทธัตถะ เอมเมอรัล กระทั่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งมีมติสั่งปรับเงินจำนวน 50,000 บาทกับทางช่องรายการซีทีเอช ช่องรายการทีโอที        และจีเอ็มเอ็ม ในกรณีนำละครชุดจากอเมริกาที่มีชื่อ DEXTER มาออกอากาศเนื่องจากรายการดังกล่าวมีเนื้อหาไม่เหมาะสมกับการนำมาฉายใน ประเทศไทย                พ.อ.นที กล่าวว่าส่วนความคืบหน้าแผนการวางโครงข่ายเพื่อรับชมทีวีดิจิตอลในเฟส แรกนั้นล่าสุดมีการครอบคลุมพื้นที่ไปแล้ว 11 จังหวัด หรือคิดเป็น 50% ของจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระยอง สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น และอุดรธานี                อย่างไรก็ตามในประเด็นสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมที่ถูกระงับการออกอากาศ จำนวน 14 ช่องรายการ อาทิ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอ็มวี 5 และสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีแอนด์พี ตามประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 15 ล่าสุดแม้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องเอเอสทีวี        ยื่นเอกสารขอปรับผังรายการใหม่แล้วก็ตาม แต่ในที่ประชุมยังไม่ได้นำประเด็นดังกล่าวเข้าที่ประชุมแต่อย่างใดเช่นเดิม ส่วนก่อนหน้านี้ 2 ช่องรายการที่ได้ถูกปลดล็อกจากการระงับการออกอากาศตามคำสั่ง คสช.คือ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี (VOICE TV) และสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทีนิวส์
30-06-2014
กสทช. ถก คสช.ปลดล็อกวิทยุชุมชน ลุ้น 80 "เคเบิล-ทีวีดาวเทียม" ออนแอร์ (ประชาชาติธุรกิจ) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 มิถุนายน สำนักงาน กสทช.มีแผนเตรียมเข้าไปชี้แจงเพิ่มเติมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเรื่องการขอให้ คสช.ออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงื่อนไขการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชน เนื่องจากก่อนหน้านี้ คสช.ได้ออกประกาศฉบับที่ 66 เรื่องการออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบ กิจการ เพื่อให้สถานีวิทยุชุมชนสามารถออกอากาศได้ภายใต้เงื่อนไขของ กสทช. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 มิถุนายน สำนักงาน กสทช.มีแผนเตรียมเข้าไปชี้แจงเพิ่มเติมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเรื่องการขอให้ คสช.ออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงื่อนไขการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชน เนื่องจากก่อนหน้านี้ คสช.ได้ออกประกาศฉบับที่ 66 เรื่องการออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบ กิจการ เพื่อให้สถานีวิทยุชุมชนสามารถออกอากาศได้ภายใต้เงื่อนไขของ กสทช. นายฐากรกล่าวว่า อย่างไรก็ตามในส่วนเงื่อนไขในการออกอากาศดังกล่าว กสทช.ไม่สามารถดำเนินการเองได้ หรือหากดำเนินการเองได้จะใช้เวลานานจากการที่ต้องจัดทำร่างประกาศ กสทช.ในเรื่องดังกล่าว การนำเรื่องไปทำประชาพิจารณ์และผ่านการพิจารณาของบอร์ด กสทช. ต่างจากการให้ดำเนินการผ่านประกาศ คสช. จะถือเป็นกฎหมายและให้มีผลบังคับใช้ทันที การชี้แจง คสช.ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา กสทช.ได้เข้าไปชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่กรมพระธรรมนูญทหารบกยังคงยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวได้ให้เป็นหน้าที่ของ กสทช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายฐากรกล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขการออกอากาศของวิทยุชุมชนที่ได้แจ้ง คสช. ไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.เป็นสถานีที่ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการจาก กสทช. 2.จะต้องผ่านการตรวจมาตรฐานเครื่องส่ง สายอากาศ ให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. คือกำลังส่งไม่เกิน 500 วัตต์ ความส่งไม่เกิน 60 เมตร รัศมีเครื่องส่งไม่เกิน 20 กิโลเมตร 3. 1 นิติบุคคล ต่อ 1 ใบอนุญาต 4.เนื้อหาออกอากาศต้องสอดคล้องกับประกาศ คสช. และ 5.ผู้ประกอบการต้องลงนามบันทึกความเข้าใจในเงื่อนไขดังกล่าวทั้งหมดกับ กสทช. เบื้องต้นคาดว่าทันทีที่ คสช.อนุมัติจะสามารถออกอากาศได้ 377 สถานี นายฐากรกล่าวว่า นอกจากนี้ในส่วนของสถานีโทรทัศน์ทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีที่ยังไม่สามารถ ออกอากาศได้ราว 80 สถานีที่เหลือ จะต้องเปลี่ยนสถานะเป็นสถานีโทรทัศน์ในระบบบอกรับสมาชิก เพื่อให้สามารถออกอากาศได้ตามประกาศ คสช. ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาของ กสทช.ว่าสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวได้ดำเนินการได้ตามเงื่อนไข กสทช.และ คสช.หรือไม่ เช่น ต้องไม่มีเนื้อหารายการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง หรือไม่มีการโฆษณาขัดต่อกฎของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นต้น คาดว่าในวันที่ 30 มิถุนายน จะมีบางสถานีโทรทัศน์จะสามารถผ่านการพิจารณาอนุมัติให้ออกอากาศได้ ทั้งนี้ในส่วนของ 12 สถานีโทรทัศน์ที่ไม่สามารถออกอากาศได้ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 15 ขอให้ขึ้นอยู่กับ คสช.เป็นผู้ตัดสินใจ ขณะนี้ทาง กสทช.ได้ส่งเรื่องแผนการดำเนินงาน และการปรับผังรายการใหม่ของสถานีโทรทัศน์ช่องบลูสกายและเอเอสทีวีให้ คสช.พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่มา : นสพ.มติชน
22-06-2014
กสทช.โชว์โปร่งใส จ่อชงคสช.นำเงินประมูลทีวีดิจิตอล 5 หมื่นล.ให้แผ่นดิน (ไทยรัฐ) กสทช.จ่อชง คสช.นำรายได้ประมูลทีวีดิจิตอลกว่า 5 หมื่นล้านบาท เป็นของแผ่นดิน รวมถึงออกระเบียบเบิกจ่ายงบประจำปีต้องผ่านพิจารณาของสภาฯ เพื่อความโปร่งใสในการทำงาน คาด 1-2 วัน จะมีประกาศอย่างเป็นทางการ... เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กสทช. จะเสนอความเห็นซึ่งเป็นระเบียบไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการนำรายได้ของ กสทช. ที่ได้รับจากการประมูลทีวีดิจิตอลกว่า 50,000 ล้านบาท นำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน นอกจากนี้ จะให้การใช้หรือการเบิกจ่ายงบประมาณของ กสทช. ถูกบรรจุอยู่ในงบประมาณประจำปี โดยจะต้องผ่านความเห็นชอบและการพิจารณาของรัฐสภา เพื่อเป็นกลไกการตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าใน 1-2 วันนี้ จะมีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ เพื่อนำรายได้ของ กสทช. ส่งให้รัฐภายใน 15 วัน ซึ่งมาตรการดำเนินการของ กสทช. ถือเป็นการทำงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลได้อย่างดี เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างเปิดเผย โปร่งใส และประชาชนเกิดความไว้วางใจในการทำหน้าที่ ทั้งนี้ ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุม กสทช. พิจารณาเกี่ยวกับการแจกคูปองส่วนลด สำหรับการซื้อกล่องรับชมทีวีดิจิตอล และจะนำไปสู่การทำประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็นเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ทั้งด้านราคา และการนำไปใช้เป็นส่วนลด ส่วนการจ่ายค่าเยียวยาการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกให้กับ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถตกลงจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายจริงได้ แต่กรอบวงเงินจะไม่เกิน 427 ล้านบาท เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดต่างๆ อีกครั้ง หลังจากการแข่งขันฟุตบอลโลกเสร็จสิ้น คาดว่าเมื่อนำราคาประมูลการถ่ายทอดสดของบริษัท อาร์เอส และการจำหน่ายและคืนกล่องรับชมมาประกอบแล้ว อาจทำให้เงินที่จะต้องจ่ายลดลง.
21-06-2014
Digital TV help plan goes public (Bangkok Post)
21-06-2014
NBTC voucher plan likely to go ahead (The Nation) Junta expected to give nod to Bt1,000 subsidies for access to digital-TV programmes ALL HOUSEHOLDS are likely to receive free vouchers to purchase set-top box equipment for accessing digital-TV programmes by September, as the National Council for Peace and Order (NCPO) is soon expected to unlock the broadcast regulator's plan to give away the vouchers. Takorn Tantasit, secretary-general of the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC), said this was likely to happen after meeting yesterday with the NCPO committee tasked with following up on and inspecting state spending. He said the committee fully understood the voucher plan and had told the regulator it could go ahead, pending the upcoming public hearing on the plan. The panel was yesterday going to propose to the NCPO board that the plan should be approved, he added. The NCPO on Tuesday instructed the NBTC to suspend four projects, including the planned voucher giveaway, until some doubts regarding the projects were cleared up. It says it wants to ensure transparency in these and other state projects. Takorn said he would propose for the NBTC board's consideration on Monday that the public hearing on the voucher plan be held within 15 days in the Northern, Northeastern, Central and Southern regions. Questions over the voucher project's transparency arose after the NCPO received complaints from the Independent Organisation for the Protection of Public Utilities and digital-TV broadcasters about the proper value of the vouchers, and their appropriate use. Under the plan, the NBTC will subsidise the value of the vouchers. Each will be valued at Bt1,000, and one will be given away to each of the Kingdom's roughly 25 million households. Each voucher can be used to purchase a complete set of one of the following: a digital-TV receiver, a cable or satellite-TV set-top box, or a television set with built-in digital TV tuner. Over the course of this week, the Radio-Television Broadcasting Professional Federation and digital terrestrial-TV operators have urged the commission to resume plans to distribute the vouchers nationwide as soon as possible after the junta clears the project. Regarding the distribution of the vouchers, there is still disagreement among parties as to whether the NBTC should allow people to use them to buy cable and satellite-TV set top boxes, instead of only a digital-TV set-top box or television set with digital-TV function. Some also question whether the Bt1,000 voucher value is appropriate.
21-06-2014
ลุ้นแจกคูปองทีวีดิจิตอลกย.นี้ กสท.ประชาพิจารณ์เพื่อความโปร่งใส (แนวหน้า) เตรียมเสนอ “คสช.” จัดทำประชาพิจารณ์ โดยดึงประชาชนมามีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ ก่อนแจกคูปองทีวีดิตอล  “ฐากร” ยันพร้อมส่งรายได้การประมูลทีวีที่เหลือเข้ารัฐทุกเม็ด                นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงโครงการสนับสนุนช่วยเหลือการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดินจาก ระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอลด้วยการแจกคูปองแก่ประชาชนว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2557 คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่มี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธาน เตรียมเสนอ ให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เพื่อปลดล็อคโครงการดังกล่าวโดยให้นำไปเปิด รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์)ก่อน                  สำหรับคูปองในโครงการนี้เดิมจะแจกให้แก่ 22 ล้านครัวเรือน ใช้งบ 2.5 หมื่นล้านบาท ต่อมาโครงการนี้เป็น 1 ใน 4 โครงการที่ พลเอกประยุทธ์ จันโอชา หัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. สั่งให้ชะลอโครงการดังกล่าวออกไป เพื่อความโปรงใส                  นายฐากร กล่าวว่า ในวันที่3กค.ที่จะถึงทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะทำการประชุมเวลา 14.00 น. และกำหนดประเด็นเกี่ยวเนื่องจากการที่มีภาคประชาชนเสนอแนะให้มีการจัดซื้อ จัดจ้างจะต้องผ่านการพิจารณาของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งจะเป็นหนึ่งในประเด็นที่จะนำไปประชาพิจารณ์ต่อไป                 โดย กสทช.จะมีการเปิดประชาพิจารณ์เป็นเรื่องเร่งด่วน ภายใน 15 วันเพื่อให้กระบวนการของโครงการดังกล่าวสามารถแจกคูปองได้ในกลางเดือน กันยายน หรือ 15 กันยายน 2557   (จากเดิมที่การประชาพิจารณ์จะต้องดำเนินการใน 30 วัน) โดยจะมีการประชาพิจารณ์ในวันที่ 1 กันยายน 2557 นี้ และจะต้องทำการประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ 4 ภาค เนื่องจากจำเป็นที่จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้มากที่สุด                     “มูลค่ากล่องเซ็ทท็อบบ็อกที่ใช้ในการประชาพิจารณ์ยังคงจะใช้ในที่ราคา 1,000 บาท และอาจจะมีการปรับลด ในการประชาพิจารณ์ครั้งนี้ ซึ่งเป็นได้ทุกกรณี” นายฐากร กล่าว                  โดยหลักการณ์ในการแจกยังคงเดิมที่จะแจกคูปองตามการขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอล และจำนวนครัวเรือนที่ 22.9 ล้านครัวเรือน กรอบวงเงินก็ยังเป็นที่ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยตัวเงินมาจากเงินประมูลทีวีดิจิตอลทั้งหมด 50,800 ล้านบาท  โดยเงินส่วนเกินที่เกิดจากการประมูล จะต้องนำส่งเข้าคลัง ไม่ต้องผ่านกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) ตามพ.ร.บองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553               นายฐากร กล่าวว่า การดำเนินการแจกคูปอง คสช.จะให้ กสทช.เป็นเจ้าภาพในการแจก ซึ่งเมื่อผลสรุปของการประชาพิจารณ์เสร็จสิ้น กสทช.จะต้องส่งให้ คสช.พิจารณาอีกครั้ง และจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการแจกคูปองในวันที่ 15 ก.ย.2557 นี้                                                                                         สำหรับเงินส่วนที่เหลือทาง กสทช.ไม่ขัดข้องที่จะนำส่งคลัง นอกจากนี้จะขอให้ คสช.ยกร่างประกาศเพื่อให้ กสทช.นำส่งเงินเข้ารัฐได้โดยตรง
21-06-2014
ลุ้นคสช.แจกคูปองทีวีดิจิตอล กสทช.พร้อมทำประชาพิจารณ์ กลางก.ย.ทยอยมอบ25ล้านครัว กสทช.เผย คสช.เตรียมปลดล็อก แจกคูปองทีวีดิจิตอล แต่ต้องทำประชาพิจารณ์ คาดเริ่มแจกได้กลางเดือน ก.ย. นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้เข้าชี้แจงต่ออนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ถึงรายละเอียดโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านการรับชมโทรทัศน์ ภาคพื้นดินสู่ระบบดิจิตอล หรือการแจกคูปองเงินสนับสนุนค่าอุปกรณ์การรับชมทีวีดิจิตอลให้แก่คนไทย 25 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็น 1 ในโครงการของ กสทช. ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้ชะลอโครงการ นายฐากรกล่าวว่า หลังชี้แจง คตร.แจ้งว่าจะอนุมัติการยกเลิกการชะลอโครงการนี้ แต่ต้องนำไปทำประชาพิจารณ์เพื่อให้การแจกคูปองเกิดประโยชน์กับรัฐเต็มที่ และคลายความวิตกกังวลสงสัยจากประชาชน ทั้งนี้จะนำเรื่องเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช. พิจารณาอนุมัติยกเลิกคำสั่งชะลอโครงการอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ กสทช.จะนัดประชุมบอร์ดเป็นวาระเร่งด่วนทันที เบื้องต้นกำหนดบ่าย วันที่ 23 มิถุนายนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติกระบวนการทำประชาพิจารณ์ และลดเวลาดำเนินการจาก 30 วัน เหลือ 15 วัน นายฐากรกล่าวว่า กระบวนการแจกคูปองนับจากนี้ เริ่มจาก คสช.พิจารณาให้ กสทช.ดำเนินการต่อ บอร์ด กสทช.อนุมัติการทำประชาพิจารณ์ สรุปความเห็นการทำประชาพิจารณ์เสนอบอร์ด กสทช. และ คสช. จากนั้นเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจัดทำคูปอง และแจกคูปอง ตามลำดับ คาดว่าจะเริ่มแจกคูปองได้ช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ "หัวหน้า คสช.เห็นด้วยกับโครงการนี้ แต่ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องทำให้เสร็จเร็วเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน" นายฐากรกล่าว นาย ฐากรกล่าวถึงการทำประชาพิจารณ์ว่า กสทช.จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นกระจายทั้ง 4 ภูมิภาค หัวข้อหลักที่เปิดรับฟังคือความเหมาะสมของมูลค่าคูปองเงิน 1,000 บาทต่อครัวเรือน ภายใต้กรอบวงเงินรวม 25,000 ล้านบาท เงื่อนไขการแลกคูปอง 4 แนวทาง คือ 1.ใช้เป็นส่วนลดซื้อเครื่องโทรทัศน์ที่รับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้ในตัว 2.ใช้แลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินและเสารับสัญญาณ 3.ใช้แลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลผ่านดาวเทียม และ 4.ใช้แลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลผ่านเคเบิ้ล ส่วนข้อโต้แย้งของคณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาค ประชาชนและเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องการให้แจกกล่องแทนคูปองเงิน กสทช.ได้สอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว หาก ป.ป.ช.มีความเห็นเช่นไรจะนำเข้าสู่การทำประชาพิจารณ์ด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กสทช.คาดว่าจะแจกคูปองได้ประมาณกลางเดือนกันยายนนี้นั้น ล่าช้ากว่าแผนเดิมที่กำหนดแจกเดือนสิงหาคมนี้     .............  
18-06-2014
กสทช.ยินดีหากคสช.ให้ส่งเงินประมูลทีวีดิจิตอล(เดลินิวส์) วันนี้ (17มิ.ย.) ที่อาคารเจริญวิศวกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยถึงกรณีที่หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. )เห็นควรให้สำนักงานกสทช.นำเงินรายได้จากการประมูลทีวีดิจิตอลเพื่อให้ บริการธุรกิจ 24 ช่องนำเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิ( สตง.) เสนอมาว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ แต่มองว่าวัตถุประสงค์การนำเงินไปใช้ต่างกัน คือ กสทช.ประมูลเพื่อการเปลี่ยนผ่านจากระบบอะนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลทีวี โดยวัตถุประสงค์ของการนำเงินรายได้หลังการประมูลนั้น เป็นแบบนำกลับมาใช้สู่การประกอบกิจการในอุตสาหกรรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ต่างกันของเงินแผ่นดิน     ด้านน.ส.สุ ภิญญา กลางณรงค์ และด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ส่วนตัวมองว่า ไม่ขัดข้องหากจะยกเงินทั้งหมดเข้าเป็นรายได้ของแผ่นดิน รวมถึงเห็นด้วยที่มีการตรวจสอบ เนื่องจากที่ผ่านมา กสทช.ถูกมองติดลบมาตลอด โดยเฉพาะการอนุมัติเงินจำนวน 427 ล้านบาทอีกด้วย     "มอง ว่าการอนุมัติเงินจำนวนมากขนาดนี้แต่ใช้เพียงมติเสียงข้างมากเท่านั้น จึงมองว่าทำให้กลายเป็นจุดพลิกมองกสทช.ติดลบ การยกเงินทั้งหมดออกจากกสทช.ก็ดี ส่วนกสทช.ควรทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ และการกำกับดูแลเท่านั้น ส่วนการบริหารเงินก็ให้ฝ่ายบริหารจัดการ "น.ส.สุภิญญา กล่าว     ในขณะเดียวกันคณะอนุคุ้มครองผู้ บริโภค ได้ประชุมพิจารณาเรื่อง มาตรการเยียวยาผู้บริโภคกล่องบอลโลก ซึ่งมองว่า ระยะเวลาในการเยียวยาผู้บริโภคกรณีคืนกล่องฟุตบอลโลกที่อาร์เอสเสนอมา 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย. นี้ ถือว่าน้อยเกินไป อาจต้องเชิญอาร์เอสเข้ามาหารืออีกรอบ
18-06-2014
คสช.ทบทวนแจกคูปองทีวีดิจิตอลสั่งเบรก กสทช (ข่าวสด) คสช.สั่ง ด่วนให้"กสทช."เบรกประมูลคลื่น 800-1900 และแจกคูปองซื้อกล่องดิจิตอล รวมมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท สั่งส่งข้อมูลมาตรวจสอบก่อน เลขาธิการกสทช.ถกในที่ประชุมหาทางออก ด้านปลัดบัญชีทบ.ชี้เงินกองทุนวิจัยฯของกสทช.กว่า 2 หมื่นล้าน น่านำเข้างบประมาณ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีหนังสือด่วนเขียนด้วยลายมือ ถึงสำนักงานกสทช. ให้ชะลอการดำเนินการ 4 โครงการ มูลค่าเกือบ 1 แสนล้านบาท ไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อความโปร่งใส จนกว่าจะมีการตรวตสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน นายฐากรกล่าว อีกว่า สำหรับ 4 โครงการที่ กสทช. ได้รายงานคสช.ประกอบด้วย ประมูลคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ รวม 4 ใบอนุญาต 42,900 ล้านบาท แบ่งเป็น ใบอนุญาต 1800 มูลค่า 23,200 ล้านบาท และใบอนุญาต 900 มูลค่า 19,705 ล้านบาท โครงการแจกคูปองสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอล 25 ล้านครัวเรือน มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท และโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (ยูเอสโอ) มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท" เลขาธิการ กสทช. กล่าวอีกว่า จะนำเสนอเรื่องทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด กสทช. เพื่อถอน 4 โครงการดังกล่าว ออกจากที่ประชุมระหว่างวันที่ 18-19 มิ.ย. นี้ พร้อมหารือถึงแนวทางคำสั่งคสช. โดยเฉพาะโครงการเร่งด่วน คือ การประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่จะต้องให้ใบอนุญาตรายใหม่ภายในวันที่ 1 ก.ย. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับ เนื่องจากประกาศเรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีสิ้นสุดสัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 จะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการในวันที่ 15 ก.ย.2557 ด้าน พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคตร. กล่าวว่า เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ประมาณ 23,000 ล้านบาท มองว่าเป็นเงินจำนวนมากที่กสทช.ดูแล หากจัดส่งเงินที่เหมาะสมเข้าสู่ระบบงบประมาณได้ จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่า
17-06-2014
Digital TV funds set for state offers  (The Nation) Billions from NBTC auction to 'boost economy'; Bt200 billion more expected The National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) is set to transfer the Bt50.86 billion made from the auction of 24 digital TV licences to state coffers to help boost the economy, the watchdog's chairman Thares Punsri said yesterday. The money had been earmarked to subsidise vouchers so households can buy digital TV set-top boxes and for the development of the sector. The move came after a meeting yesterday between the NBTC, the National Council for Peace and Order's (NCPO) legal subcommittee and the Office of the Auditor General of Thailand (OAG). The NCPO asked the NBTC if it could transfer the money to the state after the OAG sent a letter to the NCPO requesting that. The OAG also asked the NCPO to dissolve the NBTC, citing its unlawful establishment, but Thares said there was no discussion on this issue yesterday. "We would like to help improve the national economy. We have a lot of projects this year which may help boost the country's economy," he said. "The transfer of such an amount to the state coffers is on the condition that the Finance Ministry will also have to handle the giving away of the free vouchers." The NBTC auctioned the 24 digital TV licences last year. To date, just Bt11 billion of the Bt50.86 billion has been paid by licence winners. The rest will be paid over six years. Bt25 billion has been allocated to subsidise vouchers worth Bt1,000 each. The vouchers will be distributed to 25 million households nationwide to buy one of the following: a digital TV set-top box, a TV with a digital system, a cable-TV or a satellite-TV box. NBTC secretary general Takorn Tantasith said according to the Frequency Allocation Act, the NBTC could keep the upfront payment with the Broadcasting and Telecommunications Research and Development Fund for the Public Interest and allocate the funds to develop broadcasting services. However, Takorn said the NCPO could overrule the Act at any time. Bt200 bn more may be raised In the past two years, the NBTC has obtained Bt41.625 billion from auctioning the 3G licences, which it passed on to the Finance Ministry. Takorn said the NBTC had also informed the NCPO about its four projects that would generate around Bt200 billion in revenue for the country. These include auctions of two 1800MHz licences in August and two 900MHz licences in November. The NBTC board is scheduled to consider the voucher plan tomorrow. It is expected that the board will allow the commission to hold a public hearing on the voucher process. Yesterday representatives of 12 digital TV channels submitted a letter against the NBTC plan to distribute the vouchers to buy satellite set-top boxes and cable TV set-top boxes, saying that cable TV and satellite TV operators are their rivals. They said that given the NBTC is using the upfront payments to subsidise the scheme, the vouchers should be used to buy only digital TV set-top boxes or TV with an embedded digital TV functions. The 12 channels are Nation TV, Now (of Nation Group), two MCOT channels, two Thai TV channels, Spring News TV, PPTV, Amarin TV, Mono 29, Bright TV and Voice TV. Meanwhile, other digital-TV operators plan to show their support for the NBTC broadcasting panel's plan tomorrow.
17-06-2014
NCPO seeks transfer of funds from NBTC (Bangkok Post)  
17-06-2014
กสทช.พร้อมส่งเงินเข้าคลัง RSให้เวลา3วันคืนกล่องบอลโลก (ไทยโพสต์) พหลโยธิน * กสทช.ยินดีคืนเงินประมูลทีวีดิจิตอลเข้าคลัง ตามที่ สตง.ขอให้ คสช.ช่วยสั่ง แต่ต้องรับเงื่อนไขการแจกคูปองไปบริหารจัดการด้วย พร้อมชี้แจงมูลค่าโครงการในมือให้ คสช.รับทราบ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจ การกระจายเสียง กิจการโทร ทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้เข้าชี้แจงต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีเงิน รายได้จากการประมูลทีวีดิจิ ตอลที่นำเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจ การโทรทัศน์ และกิจการโทร คมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จำนวน 50,862 ล้านบาท ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เสนอให้ คสช.แจ้งสำนักงาน กสทช. นำเงินรายได้ดังกล่าวส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ทั้งนี้ ได้เข้าไปชี้แจงว่าสามารถนำเงินดังกล่าวคืนไปยังกระทรวงการคลังได้ นำไปเป็นเงินแผ่นดิน แต่จะต้องยอมรับเงื่อนไขการนำเงินส่วนนั้นมาใช้ในส่วนของคูปองส่วนลดสนับ สนุนอุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิตอลด้วย ซึ่งตามกรอบคือ เงินจำนวนประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งชี้แจงไปว่าจะต้องมีการบริหารจัดการเงินดังกล่าวด้วย โดยทาง คสช.ได้รับคำชี้แจงดังกล่าวไป และจะนำเรื่องไปประชุมหาข้อสรุปอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงมูล ค่าของโครงการสำคัญที่  กสทช.รับผิดชอบอยู่ตอนนี้ ให้ คสช.รับทราบ คือ การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งคิดตามกรอบราคากลางมูลค่าวงเงิน 40,000 ล้านบาท และหากประเมินมูลค่าลงทุนหลังการประมูลแล้ว จะมีมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท ส่วนมูลค่าของแผนโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อ สังคม หรือ ยูโซ่ ซึ่งมีระยะเวลา 4 ปี ภายใต้กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท และสุดท้ายคือ โครงการคูปองส่วนลดสนับสนุนอุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิตอล วงเงิน 25,000 ล้านบาท นายฐากรกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของฟุตบอลโลก 2014 นั้น สำนักงาน กสทช.ยังไม่ได้รับแผนเยียวยาจากบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด ส่วนการที่อาร์เอสให้ประชาชนนำกล่องมาคืนภายใน 3 วันนั้น ตนมองว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป ขณะที่นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @kungpornpan ว่า ได้เผยแพร่รายละเอียดวิธีการคืนกล่องบอลโลกบนเว็บไซต์ www.1781.tv ซึ่งต้องมีการใส่รหัสกล่อง ลูกค้าที่จะคืนกล่องบอลโลก ยินดีรับคืนในมูลค่าไม่เกิน 1,590 บาท โดยอุปกรณ์ครบทั้ง 3 อย่างอยู่ในสภาพดี เลือกการส่งคืนกล่องบอลโลกพร้อมรับเงินคืนได้ 2 ช่องทาง คือ 1.นำมาคืนที่คลังสินค้าของ บริษัท ให้นำมาคืนระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย.57 เวลา 10:00-16:00 น. พร้อมสำเนาบัตรประ ชาชนและรับเงินสดคืนได้เลย 2.ส่งพัสดุไปรษณีย์มาที่คลังสินค้าพร้อมสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาหน้าบัญชีเงินฝากที่ระบุเลขที่บัญชีและธนาคาร โดยชื่อเจ้าของบัญชีต้องเป็น ชื่อสกุลเดียวกับสำเนาบัตรประชาชน ซึ่งพัสดุดังกล่าวต้องส่งก่อนหรือภายในวันที่ 18 มิ.ย.57 นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวราย งานว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.57 ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 12 ช่อง อาทิ เนชั่น ทีวีพูล วอยซ์ทีวี อมรินทร์ พีพีทีวี เป็นต้น เข้ายื่นเอกสารต่อ กสทช.ให้พิจารณาผลกระทบการแจกคูปองส่วน ลดทีวีดิจิตอลในส่วนการแลก ซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดาว เทียมประเภทบอกรับสมาชิก (DVB S2) โดยมี พล.ท.พีระพงศ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช. และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขา ธิการ กสทช. เป็นตัวแทนรับหนังสือ นายฐากรกล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ในวันที่ 18 มิ.ย.57 นี้ เพื่อพิจารณาอีกครั้ง.
17-06-2014
กสทช.ชะลอประมูล 4G-แจกคูปองทีวีดิจิตอลตามคำสั่ง คสช.ตรวจสอบความโปร่งใส (อินโฟเควส์) นายฐากูร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช.ได้รับหนังสือตอบจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ชะลอการดำเนินโครงการ 4 โครงการไว้เป็นการชั่วคราวก่อนเพื่อความโปร่งใส จนกว่าจะมีการสอบรายละเอียดทั้งหมด พร้อมทั้งปรับปรุงโครงสร้างและจัดทำเป็นข้อบังคับ ข้อกฎหมาย ในการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจและเกิดประโยชน์กับรัฐอย่างเต็มที่ คลายความวิตกกังวลสงสัยจากประชาชนให้ได้จึงจะดำเนินการต่อไป ทั้ง 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการจัดประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz 2.โครงการจัดประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz 3.โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโยทั่วถึงและบริหารเพื่อสังคม (USO) และ 4.โครงการสนุบสนุนช่วยเหลือการเปลี่ยนผ่านทีวีจากระบบอนาล็อกเป็นดิจิตอล ด้วยการแจกคูปองแก่ประชาชน พร้อมกันนี้ คสช.และคณะทำงานกฎหมาย จะนำระเบียบในปัจจุบันของ กสทช.มาพิจารณาอย่างเร่งด่วนทันที นายฐากร กล่าวว่า  ในวันพรุ่งนี้ (18 มิ.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.จะถอนวาระการพิจารณาอนุมัติวงเงินคูปอง Set Top Box ราคา 1,000 บาท/ครัวเรือน และอนุมัติหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz โดยจะเสนอให้ที่ประชุม กสทช.รับทราบคำสั่งของ คสช.เพื่อปฏิบัติแทน นอกจากนี้จะยกเลิกการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎเกณฑ์ประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ กสทช.จะนำเสนอต่อ คสช.ในการเยียวยาผู้ใช้มือถือคลื่น 1800 MHz ที่จะหมดอายุสัมปทานลงในวันที่ 15 ก.ย. 57 ซึ่งมีผู้ใช้เหลืออยู่ 6 ล้านเลขหมายที่จะเกิดอาการซิมดับไม่สามารถใช้งานต่อไปได้ หากไม่มีการโอนไปใช้บริการบนระบบ 4G "แนวทางการประมูลคลื่น 1800 MHz ก็มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้จากที่กำหนดให้ใบอนุญาต 2 ใบ คสช.ก็จะมีคณะทำงานกฎหมายเข้ามาดำเนินการ  และจะการแจกคูปองSet Top Box  อาจมีการเปลี่ยนเงื่อนไข"นายฐากูร กล่าว อนึ่ง เดิม  กสทช.กำหนดประมูลคบื่น 1800 MHz ในเดือน ส.ค. 57 ส่วนการประมูลคลื่น 900 MHz ในเดือน พ.ย.57 เพื่อให้พัฒนาไประบบ 4G นอกจากนี้จ มีการหารือว่าโครงการ USO ที่ กสทช.ได้อนุมัติให้ทีโอทีเป็นผู้ชนะประมูลนำร่อง 2 จังหวัดแรก คือ พิษณุโลก และหนองคาย ในวงเงิน 429.55 ล้านบาทว่าจะให้ชะลอด้วยหรือไม่ ส่วนวงเงินที่เหลือในโครงการ USO จำนวน 20,038 ล้านบาทจะต้องชะลอตามคำสั่ง คสช.แน่นอน กรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ระบุว่า อำนาจหน้าที่ของกสทช.ไม่ชัดเจนรวมทั้งที่มาของคณะกรรมการ กสทช. และเลขาธิการ กสทช. และเรื่องที่ สตง.ส่งเรื่องไปที่ คสช.ให้กสทช.นำเงินประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอลส่งเข้าคลังเหมือนการประมูลใบ อนุญาตโทรคมนาคมนั้น กสทช.จะชี้แจงว่าเงินดังกล่าวผูกผันกับกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยช์สาธารณะ (กทปส.)ที่เยียวยาให้ประชาชนได้เปลี่ยนผ่านมาระบบดิจิตอล "ต้องยอมรับว่าเวลานี้อยู่ภายใต้การปกครองที่มี คสช.เป็นรัฐาธิปัตย์ ที่ทุกส่วนงาน รวมถึง กสทช.ไม่มีอำนาจในการดำเนินการใดๆได้เลยต้องปฏิบัติตามคำสั่ง คสช." นายฐากรกล่าว พล.ท.อนันตพร กาษจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) กล่าวภายหลังการประชุม คสช.ในวันนี้ว่า คสช.สั่งการให้ กสทช.กลับไปพิจารณาว่าสามารถปรับลดต้นทุนราคากล่อง Set top box ลงจาก 1,000 บาทได้หรือไม่ และให้กลับไปทบทวนแนวทางการแจกคูปองให้ถึงมือประชาชนให้ทั่วถึงที่สุด ขณะเดียวกันยังให้กลับไปพิจารณาว่าจะสามารถใช้เงินกองทุนของ กสทช.มาจัดสรรรวมกับงบประมาณรายจ่ายได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม พล.ท.อนันตพร ปฎิเสธตอบคำถามที่ว่า จะมีการปลดคณะกรรมการ กสทช.ทั้งคณะหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในอำนาจจะดำเนินการได้
12-06-2014
อาร์เอสเรียก กสทช. 700ล้าน ฟรีทีวีถ่ายบอลโลก (ไทยรัฐ) ศาลปกครองให้อาร์เอสชนะคดี ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกแค่ 22 นัด กสทช.นัดถกอาร์เอส หงายเงิบ โดนอาร์เอสเรียกค่าเยียวยา 700 ล้านบาท ช่อง 5 เลื่อนการแถลงโครงการคืนความสุขให้คนไทยส่งใจไปบอลโลก ที่ คสช.เตรียมคืนความสุขให้คนไทย ขณะที่มหกรรมฟุตบอลโลก 2014 “แซมบ้า” บราซิล ทีมเจ้าภาพเต็ง 1 ของรายการมีเสียว เมื่อต้องลุ้นว่า “เนย์มาร์” กองหน้าตัวเก่งจะฟิตทันลงล่าตาข่ายในเกมนัดเปิดสนามที่จะพบกับ “ตาหมากรุก” โครเอเชีย ได้หรือไม่ ด้านทีมแห่งยุโรปหวังสร้างเซอร์ไพรส์ยัดเยียดความปราชัยให้อดีตเจ้าลูกหนัง โลก 5 สมัย มี “ลูกา โมดริช” เป็นจอมทัพปั้นเกมแดนกลางคอยป้อนบอลให้ “มาริโอ มานด์ซูคิช” เป็นตัวความหวังซัดประตู ส่วนพิธีเปิดเจ้าภาพระดมศิลปินร่วมงานกว่า 600 คน สร้างความประทับใจด้วยการแสดงคอนเสิร์ตเพลง “We Are One” ให้สมกับการรอคอยของแฟนลูกหนังทั่วโลก แฟนบอลได้เฮ หลังศาลปกครองมีคำพิพากษา ให้อาร์เอสชนะคดีถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทางฟรีทีวี 22 นัด ส่วนแมตช์ที่เหลือ คสช.ขอให้ช่อง 5 เป็นผู้เติมเต็มความสุขให้คนไทย ในขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 เริ่มการฟาดแข้งแล้ววันนี้ (12 มิ.ย.) ทั้งนี้ ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 1 สำนักงานศาลปกครอง เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 มิ.ย. ศาลปกครองสูงสุด โดยนายประวิตร บุญเทียม ตุลาการเจ้าของสำนวนออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาสั่งให้เพิกถอนข้อกำหนดตาม ข้อ 3 ในประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญ ที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ.2555 และประกอบกับรายการลำดับที่ 7 การถ่ายทอดฟุตบอลโลก ของภาคผนวกตามประกาศดังกล่าวของ กสทช. มาบังคับ ให้บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด (อาร์เอสบีเอส) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ปี 2014 แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้ง 64 นัดผ่านฟรีทีวี โดยกำหนดเงื่อนไขให้การเพิกถอนมีผลเฉพาะแก่บริษัทอาร์เอสบีเอส ในการแพร่ภาพและเสียงการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ปี 2014 เท่านั้น นับตั้งแต่วันที่ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ โดยประกาศดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปกับกรณีอื่นเช่นเดิม ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่า การนำข้อกำหนดตามข้อ 3 ในประกาศ กสทช.เกี่ยวกับหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญ ที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ.2555 และประกอบกับรายการลำดับที่ 7 การถ่ายทอดฟุตบอลโลกของภาคผนวกตามประกาศดังกล่าว ที่กำหนดให้การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เป็นรายการโทรทัศน์ที่สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ ภายใต้การให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปเท่านั้นมาใช้บังคับกับบริษัทอา ร์เอสบีเอส ซึ่งได้รับสิทธิในการแพร่ภาพและเสียงการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2014 อยู่ก่อนแล้ว ในขณะที่ออกประกาศดังกล่าว จึงไม่เป็นธรรมกับบริษัทอาร์เอสบีเอส และเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้การเผยแพร่รายการฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทางบริการโทรทัศน์ที่ใช้คลื่น ความถี่ทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ใช่สิทธิที่มีกฎหมายรับรองให้ดำรงอยู่ โดยไม่อาจลบล้างได้ เพราะการเผยแพร่หรือการรับชมรายการฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ย่อมเป็นไปตามที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะพิจารณาเผยแพร่ผ่านช่องทางใดทางหนึ่ง จากนั้น นายสุพรรณ เสือหาญ ทนายความของบริษัทอาร์เอสบีเอส กล่าวภายหลังเข้ารับฟังคำพิพากษาว่า ขอบคุณศาลปกครองที่ให้สิทธิ์ในการเผยแพร่ภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (Fifa world cup final) หลังจากนี้ บริษัทอาร์เอสบีเอสพร้อมที่จะดำเนินการตามแผนที่วางไว้และจะแถลงข่าวอีก ครั้งเพื่อความชัดเจน ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า กสท.น้อมรับคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้ และจะนำผลการตัดสินไปสู่การดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอยืนยันว่าได้ดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการรับบริการ โทรทัศน์โดยเท่าเทียมกันอย่างเต็มความสามารถแล้ว ขณะเดียวกันในวันที่ 12 มิ.ย. พล.ท.ชาตอุดม ติตถะสิริ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะ ผอ.ททบ. 5 จะแถลงข่าวโครงการคืนความสุขให้คนไทยส่งใจไปบอลโลก ที่ห้องส่ง 4 ภายใน ททบ.5 สนามเป้า ทั้งนี้ เพื่อเป็นไปตามนโยบายของ คสช.คือ การคืนความสุขแก่คนไทยในทุกโอกาส โดย ททบ.5 จะถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จำนวน 42 นัด จากที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้ถ่ายทอด 22 นัด รวมเป็น 64 นัด ทำให้คนไทยทั้งประเทศได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างเต็มอิ่มครบทุกแมตช์ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจาก พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. ว่า ได้รับการประสานงานจาก คสช. หาแนวทางการในการคืนความสุขให้ประชาชน ด้วยการให้ได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ทั้ง 64 คู่ ผ่านฟรีทีวีทั้งระบบอนาล็อกและทีวีดิจิตอล หลังศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินคดีถึงที่สุดแล้วว่าให้บริษัทอาร์เอสฯ เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นผู้ชนะคดี มีสิทธิ์ให้ถ่ายทอดสดเพียง 22 คู่ จาก 64 คู่ ทั้งนี้ กสทช.ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดให้อาร์เอส มาหารือในเวลา 17.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.ถึงแนวทางการคืนความสุขให้ประชาชน ด้วยการรับชมถ่ายฟุตบอลโลก 2014 ครบ 64 คู่ โดยให้อาร์เอสทำแผนการเยียวยาจากการสูญเสียรายได้และโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงผู้บริโภคที่ซื้อกล่องไปแล้ว โดยอาร์เอสจะต้องส่งต้นทุนการซื้อลิขสิทธิ์ ต้นทุนการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณ การเจรจาการทำสัญญากับพันธมิตรที่จะให้ถ่ายทอดร่วมและแนวทางอื่นๆ รวมถึงกรอบเงินที่จะให้เยียวยาอาร์เอส กรณีได้รับความเสียหายจากการถ่ายทอดสดทั้ง 64 คู่ รวมถึงประชาชนที่ซื้อกล่องอาร์เอสไปแล้ว “การหารือทั้งหมดจะต้องมีข้อสรุปเพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกองทุน วิจัยและพัฒนา–กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุนกทปส.) ในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 12 มิ.ย. และนำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กสทช.อนุมัติในเวลา 11.00 น.ของวันเดียวกัน โดย กสทช.จะต้องมีคำตอบที่ชัดเจนให้ประชาชนรับทราบก่อนเที่ยงวันที่ 12 มิ.ย. เนื่องจากการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จะเริ่มขึ้นในเวลา 03.00 น. เช้าของวันศุกร์หรือวันที่ 13 มิ.ย.ไปสิ้นสุดวันที่ 13 ก.ค.หากได้ข้อสรุปจากบอร์ด กสทช.แล้ว ในวันเดียวกันก็จะเชิญอาร์เอส ผู้ประกอบการทีวีอนาล็อกและทีวีดิจิตอล ทุกรายมาหารือเกี่ยวกับการหมุนเวียนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ครั้งนี้ ว่า ช่องใดจะถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกคู่ใด และเวลาใด” นายฐากรกล่าว นายฐากรกล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการเยียวยา กรณีอาร์เอสได้รับความเสียหายนั้น เบื้องต้น กสทช.ได้พิจารณาเงินจากกองทุน กทปส.ที่มีอยู่ 20,000 ล้านบาท มาช่วย แต่อาร์เอสจะต้องนำเสนอกรอบวงเงินที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นอัตราเหมาะสมมายัง กสทช.ก่อน เพื่อนำเสนอกองทุนกทปส.และบอร์ด กสทช.ต่อไป ทั้งนี้การใช้เงินกองทุนเพื่อเยียวยาอาร์เอสนั้น ถือว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ส่วนจะใช้เงินจากส่วนใดมาเยียวยานั้น ต้องรอที่ประชุมบอร์ดกองทุน กทปส. เพราะเงินกองทุนแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรก เงินที่ได้รับโอนมาจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) 3,000 ล้านบาท ส่วนที่สอง เงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่โอนเข้ากองทุน 3.75% รวมวงเงิน 7,000-8,000 ล้านบาท และส่วนที่สามเงินจากรายได้การประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง งวดแรก 11,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ความเป็นไปได้ที่ใช้เงินเยียวยาคือส่วนแรก ที่มีอยู่ 3,000 ล้านบาท แต่คาดว่าจะใช้เงินไม่เกิน 100 ล้านบาทในการเยียวยาครั้งนี้ หรืออาจจะไม่มีการใช้เงินเยียวยาแต่อย่างใด โดยคงต้องรอข้อสรุปจากการหารือกับอาร์เอสก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเจรจาของอาร์เอสกับ กสทช.ดำเนินไปจนกระทั่งเวลา 19.00 น. อาร์เอสได้แจ้งตัวเลขความเสียหายที่ต้องการให้กสทช.เยียวยาเป็นมูลค่า 700 ล้านบาท โดยระบุเป็นความเสียหายจากการนำเข้ากล่องเซ็ทท็อปบ็อกซ์ฟุตบอลโลกเข้ามา จำหน่าย 1 ล้านกล่องและขายไปแล้ว 400,000 กล่อง หากให้มีการถ่ายทอดฟรีทีวี ก็คงไม่สามารถขายกล่องได้อีก ต่อมาเวลา 19.30 น. มีรายงานว่า ททบ.5 ได้ยกเลิกการแถลงข่าวที่จะมีขึ้นในบ่ายวันที่ 12มิ.ย.ที่ช่อง 5 โดยอ้างว่า ต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง สำหรับมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมวลมนุษยชาติ “ฟุตบอลโลก 2014” ที่ประเทศบราซิล ก็ได้เวลาระเบิดสงครามฟาดแข้งแล้ว โดยคู่เปิดสนามตรงกับเวลาในประเทศไทย 03.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. หรือคืนวันที่ 12 มิ.ย. เป็นเกมดวลแข้งนัดแรกของกลุ่มเอ ของทีมเจ้าภาพ “แซมบ้า” บราซิล ดีกรีเป็นอดีตแชมป์โลก 5 สมัย พบกับ “ตราหมากรุก” ทีมชาติโครเอเชีย ที่สนามอารีนา โครินเธียนส์ เมืองเซา เปาโล แฟนบอลเมืองไทยสามารถชมการถ่ายทอดสดทางช่อง 8 และช่อง 7 สี “แซมบ้า” บราซิล เจ้าภาพถูกยกให้เป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์โลกบนแผ่นดินตัวเอง ภายใต้การคุมทัพของ “บิ๊กฟิล” หลุยส์ เฟลิเป สโกลารี กุนซือจอมเก๋า ที่หวนกลับมาคุมทีมอีกเป็นคำรบสอง หลังเคยนำทีมคว้าแชมป์โลกอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2002 ทีมชาติบราซิลชุดนี้ นอกจากมี เนย์มาร์ หัวหอกจากบาร์เซโลนา เป็นตัวทีเด็ดในแดนหน้าแล้ว ยังได้ออสการ์ และรามิเรส 2 มิดฟิลด์จาก “สิงห์บลู” เชลซี รวมถึงเปาลินโญ เพลย์เมกเกอร์จากสเปอร์ส เป็นตัวขับเคลื่อนเกมในแดนกลาง ส่วนแนวรับมี มาร์เซโล และแดเนียล อัลเวส ยืนเป็นแบ็กจอมบุกทั้ง 2 ข้าง ขณะที่ ดาวิด ลุยซ์ กับติอาโก ซิลวา ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ อย่างไรก็ตาม บราซิลมีข่าวร้ายก่อนลงเตะ เมื่อเนย์มาร์ ดาวยิงตัวเก่งบาดเจ็บที่ข้อเท้าระหว่างฝึกซ้อมอาจพลาดลงสนามในเกมเจอกับ โครเอเชีย หากเนย์มาร์ไม่ฟิตพอก็จะเป็น เฟรด กับฮัล์ค ที่ได้ยืนเป็นคู่กองหน้า ขณะที่ โครเอเชีย เคยคว้าอันดับ 3 ในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส ตีตั๋วเข้ามาโชว์ฝีเท้าในฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยการเอาชนะไอซ์แลนด์ในรอบ เพลย์ออฟโซนยุโรป ขุนพลทีมตราหมากรุกชุดนี้ มีนิโก โควัช อดีตกัปตันทีมชาติ เป็นกุนซือคุมทัพ ดาวดังของทีมก็คือ ลูกา โมดริช กองกลางเพลย์เมกเกอร์จากเรอัล มาดริด และมาริโอ มานด์ซูคิช หัวหอกจากบาเยิร์น มิวนิก โครเอเชียหวังยื้อแบ่งแต้มจากเจ้าภาพบราซิลในนัดเปิดสนามให้ได้ โดย นิโก โควัช กุนซือหนุ่มจะจัดทัพใหญ่ลงบู๊เต็มสูบ แดนกลางส่งลูกา โมดริช และอิวาน ราคิติช กองกลางจากเซบีญา เป็นตัวปั้นเกมรุก มีมาริโอ มานด์ซูคิช เป็นตัวอันตรายในแดนหน้า แต่เมื่อเทียบฟอร์มกันแล้ว “แซมบ้า” บราซิล เหนือกว่าทั้งชื่อชั้นและฟอร์มการเล่น แถมยังได้เปรียบจากเสียงเชียร์จากแฟนบอลเมืองกาแฟน่าจะเอาชนะโครเอเชียไม่ ยากพร้อมประเดิมเก็บ 3 คะแนนเต็มได้สำเร็จ ส่วนพิธีเปิดสนามจะใช้เวลาทั้งสิ้นราว 25 นาที มีศิลปินและผู้แสดงเข้าร่วมกว่า 600 ชีวิต การแสดงจะมีทั้ง ยิมนาสติก กายกรรม ศิลปะป้องกันตัว “คาโปเอรา” และเดินบนไม้ต่อขา ปิดท้ายด้วยการแสดงคอนเสิร์ตเพลงประจำทัวร์นาเมนต์ “We Are One”โดยมีพิตต์บูลล์ แร็ปเปอร์ชื่อดัง และ เคลาเดีย เล็ตเต นักร้องสาวชาวบราซิล ร่วมแสดงตามโปรแกรมที่วางเอาไว้ สำหรับทรรศนะของเกมคู่เปิดสนามระหว่าง เจ้าภาพ บราซิล กับโครเอเชีย ของเกจิลูกหนังไทย “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล อดีตกุนซือทีมชาติเชื่อว่า เกมนี้จะเป็นบราซิลที่พับสนามบุกใส่โครเอเชีย ที่น่าจะถอยลงมาตั้งรับต่ำถึง 9 คน ในแดนตัวเองแล้วคอยหาจังหวะสวนกลับขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในเกมรุกของนักเตะ แซมบ้าว่าจะได้ดีขนาดไหน ที่สุดแล้วตนยังมั่นใจในศักยภาพบวกกับเสียงเชียร์จะทำทีมแซมบ้าคว้าชัยเอา ตัวรอดไปได้ แต่สกอร์ไม่น่าห่างอาจจะแค่ 1-0 หรือ 2-0 เท่านั้น ด้าน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยคนปัจจุบัน ให้ความเห็นว่า แมตช์นี้บราซิลเล่นชนะโครเอเชียอย่างเดียวไม่พอ ต้องโชว์ฟอร์มให้สวยสดงดงามด้วย เพื่อให้สมศักดิ์ศรีที่เกจิทุกสำนักยกให้เป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์โลกในคราวนี้ หากโชว์ฟอร์มไม่ดีตั้งแต่นัดประเดิมสนาม เชื่อว่าความกดดันจะถาโถมเข้าใส่อย่างหนัก และจะเล่นลำบากในเกมต่อไป
10-06-2014
กสท.นัดถกตัดสินถ่ายทอดบอลโลก (ไทยโพสต์) กสท.เตรียมประชุม 11 มิ.ย.นี้ หลังได้คำพิจารณาคดีจากศาลปกครองสูงสุดกรณีบอลโลก     พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. และรองประธาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า กสท.เตรียมประชุมในวันที่ 11 มิ.ย.57 เพื่อรองรับคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ไม่ว่าคำตัดสินนั้นจะออกมารูปแบบใด ในกรณีของบริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ยื่นฟ้องสำนักงาน กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการ โทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป หรือ มัสต์แฮฟ ซึ่งจะมีการตัดสินพิจารณาคดีนี้ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้     ทั้งนี้ บริษัทอาร์เอสยังได้ขอเลื่อนเวลาการส่งรายละเอียดผังรายการออกไป กสท.จึงให้ขยายเวลาการส่งเอกสารภายในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ เพื่อให้บริษัทได้จัดการรายละเอียดของผังรายการฟุตบอลโลกว่าจะนำมาออกอากาศ ในส่วนใดของช่องใดบ้าง     อย่างไรก็ตาม สืบเนื่องจากศาลปกครองกลางตัดสินว่า บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ไม่จำเป็นต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีทุกการแข่งขัน แต่ให้ถ่ายทอดเพียง 22 คู่ตามที่เสนอมาตั้งแต่แรก เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์มัสต์แฮฟ เนื่องจากบริษัทจ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์มาในราคาแพง และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่อาร์เอสได้ลิขสิทธิ์มาแล้ว แต่ทาง กสทช.ได้ยื่นขออุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ด้วยยืนยันว่า สิทธิของประชาชนที่จะต้องได้รับชมฟุตบอลโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ.
10-06-2014
วอยซ์-ทีนิวส์ขอ กสท.เปิดบริการ (บ้านเมือง) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. และรองประธาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสท. เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.57 มีมติให้สำนักงานส่งเรื่องการขอพิจารณาการอนุญาตประกอบกิจการของบริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด และ บริษัท กรีน อินเทลลิเจ้นท์ จำกัด หรือช่องทีนิวส์ ไปให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เพื่อพิจารณาการออกอากาศอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ได้ถูกระงับตามประกาศของ คสช.กรณีที่มีเนื้อหาบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ หน้าที่ของ กสทช.นั้นไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจ เป็นอำนาจของ คสช.ในการอนุญาตให้ออกอากาศได้หรือไม่ แต่ กสทช.จะดำเนินการส่งผังรายการและเนื้อหารายการที่ทั้ง 2 บริษัทปรับเปลี่ยนแล้วไปยัง คสช. นอกจากนี้ยังยินดีรับเงื่อนไขการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ ตามที่ กสทช.กำหนด โดยช่องทีนิวส์ หากได้รับการอนุญาตออกอากาศจาก คสช.แล้วจะต้องเลือกประเภทการให้บริการเป็นแบบบอกรับสมาชิก เช่นเดียวกับช่องดาวเทียม-เคเบิลทีวีรายอื่น เนื่องจากเดิมเป็นช่องประเภทฟรีทูแอร์ นอกจากนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท บลู สกาย ชาเนล จำกัด ของสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กสทช.เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้พิจารณาการอนุญาตประกอบกิจการอีกครั้ง โดยได้แนบเอกสารการปรับผังรายการ พร้อมกับยอมรับเงื่อนไขตามที่ประกาศ คสช.กำหนดในการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่บิดเบือน ซึ่งผังรายการนั้นบลูสกายทีวี ระบุว่า ผังรายการทั้งหมดได้ปรับใหม่ให้เป็นเนื้อหาข่าว และจะมีการพิจารณาผู้ดำเนินรายการอย่างละเอียดรอบคอบ ขณะที่ นายวิทเยนทร์ มุตตามระ กรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์บลูสกาย กล่าวว่า หลังจากไปขอยื่นผ่อนผันกับทาง คสช.มาแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนการมายื่นเอกสารที่ กสทช.นั้นเป็นการยื่นเสนอผังรายการใหม่ และขอเป็นผู้รับใบอนุญาตแบบบอกรับสมาชิก ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา หลังจากมีการระงับการออกอากาศส่งผลกระทบต่อรายได้ธุรกิจไปกว่า 10 ล้านบาทต่อวัน
09-06-2014
กสท. ส่งเรื่องให้ คสช. เป็นผู้พิจารณาวอยซ์ทีวีคืนจอ (เดลินิวส์) กสท.ส่งเอก สารให้คสช.เป็นผู้พิจารณาวอยซ์ ทีวี – ที นิวส์ คืนจอ ตีกรอบห้ามเสนอข่าวปลุกปั่น ยั่วยุ หากละเมิดคำสั่งจะเพิกถอนใบอนุญาตทันที ไม่มีอุทธรณ์ ด้านบลูสกายส่งตัวแทนยื่นผังรายการใหม่ วันจันทร์ 9 มิถุนายน 2557 เวลา 16:00 น. วันนี้ (9มิ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสท. มีมติส่งเอกสารการพิจารณาปรับผังรายการของช่องวอยซ์ทีวี และช่อง ทีนิวส์ ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พิจารณาดำเนินการออกประกาศว่า จะสามารถนำกลับมาออกอากาศได้เมื่อไร หากช่องวอย์ ทีวี และ ทีนิวส์ได้กลับมาออกอากาศ ห้ามกระทำผิดตามประกาศคสช. และกสทช. หากฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทันที โดยไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ รวมถึงห้ามบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในบริษัทกลับมาประกอบกิจการได้ในระยะ เวลา 2 ปี     ทั้งนี้ หากคสช. มีประกาศให้ช่องวอยซ์ ทีวี ออกอากาศได้ ก็สามารถออกอากาศได้ทันทีเนื่องจากเป็นฟรีทีวีในระบบดิจิตอล ส่วนช่องที นิวส์เดิมเป็นช่องรายการดาวเทียมเคเบิลต้องเข้ามาแสดงสถานะยื่นขอเป็นทีวี แบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี) และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเนื้อหาห้ามมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารและยาเกิน จริงรวมถึงต้องมีการโฆษณาได้ไม่เกิน 6 นาที / ชั่วโมง เช่นกัน     “ขั้น ตอนการพิจารณาไม่ได้ง่าย ตอนนี้พิจารณาไป 2 ช่องแล้ว ยังเหลืออีก 12 ช่องที่ถูกระงับการออกอากาศโดยไม่ได้ห้ามในการนำเสนอข่าวการเมือง เพียงแต่ไม่ปลุกปั่น ยั่วยุ ห้ามวิพากษ์วิจารณ์การเมืองที่สร้างความแตกแยก ในขณะเดียวกันขณะนี้โครงข่ายดิจิตอล และโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิกมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบหากนำช่องรายการมาออก อากาศบนโครงข่ายจึงเชื่อว่าจะมีการพิจารณาคัดเลือกช่องรายการที่ไม่กระทำ ความผิดแน่นอน ”พ.อ.ดร.นที กล่าว     นอกจากนี้ กสท.ยังเตรียมประชุมในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำตัดสินในวันที่ 10 มิ.ย. นี้ กรณีการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014ในช่วงระหว่างวันที่ 12 มิ.ย. – 13 ก.ค.57 รวมถึงกสท.ยังมีมติขยายเวลาให้บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด ยื่นผังรายการว่า บอลโลกจะออกช่องทางใดได้บ้างจนถึงวันที่12 มิ.ย. นี้ โดยยืนยันสิทธิของประชาชนที่จะต้องได้รับชมฟุตบอลโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกฟรีมาตลอดกว่า 40 ปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2513     ในขณะเดียวกันน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์กสทช.และกสท.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า เป็นตัวแทนรับเอกสารช่องบลู สกายเพื่อขอปรับผังรายการใหม่ และขอยื่นเป็นช่องทีวีแบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี ) โดยจะส่งให้สำนักงานกสทช.ต่อไป นอกจากนี้ทางช่องบลู สกาย ก็ต้องยื่นให้ทางคสช.ด้วยเช่นกันเนื่องจากการระงับ 14 ช่องนั้นอำนาจสูงสุดอยู่ที่ทางคสช.     ด้านตัวแทนช่องบลู สกาย กล่าวว่าได้ดำเนินการปรับผังรายการยกช่องโดยเน้นการนำเสนอข่าวเป็นหลักไม่มี การถ่ายทอดสดใดๆ งดรายการที่เกี่ยวกับการเมืองพิจารณาผู้ดำเนินรายการ พิธีกร ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองเปลี่ยนฉาก ไตเติล สถานี ซึ่งหลังจาก คสช. อนุญาตให้ออกอากาศได้จะได้รับชมบลูสกายโฉมใหม่ทันที
09-06-2014
กสทช.จัดระเบียบธุรกิจปิดฉาก 'วิทยุ-ทีวีดาวเทียม' นอกลู่ (ประชาชาติธุรกิจ)  
07-06-2014
Community radio stations can be back on air next week (The Nation) The National Council for Peace and Order and the National Broadcasting and Telecommunications Commission have agreed that all 4,700 licensed public and community radio stations can resume operations next week, according to Natee Sukonrat, chairman of the NBTC's broadcasting committee. There are about 4,700 licence-holders. Their operations have been suspended since May 22 when the coup took place. The NBTC is waiting for the official NCPO announcement allowing them to resume operations, Natee said. However, he added that if they wanted to resume operations they would have to meet NBTC requirements, including power transmission not exceeding 500 watts, transmission towers not exceeding 600 metres and radius transmission not exceeding 20 kilometres. The 14 NBTC offices nationwide and NCPO officers will check the stations' technical equipment and monitor content. However, stations can open only one station in each province regardless of how many stations they have. Business community-radio operators can open only one station nationwide regardless of how many stations they have. This means the number of licence-holders will fall to around 3,500. Of the current community radio stations, 80 per cent are business-oriented, 10 per cent are public-focused, and 10 per cent are community-centric. Meanwhile, the broadcasting committee yesterday allowed another 10 free-to-air satellite TV channels to become pay-TV channels and three free-to-air satellite TV networks to become pay-TV networks.
07-06-2014
ชงคสช.ปล่อยผีวิทยุชุมชน กสทช.ย้ําRSขายสิทธิ์บอลโลกให้ทรู (ไทยโพสต์) กสทช.เล็งชง คสช.พิจารณาปล่อยให้วิทยุชุมชนออกอากาศ 3,500 สถานี แต่มีข้อแม้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข     พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ออกประกาศฉบับที่ 15 เรื่อง ขอให้ระงับการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิจิตอล และสถานีวิทยุชุมชน ส่งผลให้ตอนนี้สถานีวิทยุชุมชนยังไม่สามารถดำเนินการออกอากาศได้ โดยที่ประชุม กสท. เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีมติให้เสนอเงื่อนไขการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนให้ คสช.พิจารณา โดยสถานีวิทยุที่จะสามารถออกอากาศได้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ประกอบด้วย ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการจาก กสท.เท่านั้น เป็นผู้มีใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ ใบอนุญาตใช้เครื่องส่งสัญญาณ และเป็นผู้ที่ไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ในช่วงที่มีการออกอากาศ     อย่างไรก็ตาม ในการให้บริการแก่ประชาชนต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ได้แก่ ต้องเคยผ่านการตรวจสอบคุณภาพเครื่องส่งสัญญาณใน 1 ปี กำลังส่งต้องไม่เกิน 500 วัตต์ เสาสัญญาณสูงจากพื้นดินไม่เกิน 60 เมตร และรัศมีการออกอากาศไม่เกิน 20 กิโลเมตร การให้บริการยังต้องจำกัดแค่ 1 สถานี ต่อ 1 นิติบุคคลเท่านั้น และการให้บริการยังต้องดำเนินการภายใต้ประกาศ คสช. ฉบับที่ 14 เรื่อง ห้ามสร้างความขัดแย้ง หรือต่อต้าน คสช. และฉบับที่ 18 เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการสถานีวิทยุสามารถให้บริการได้เมื่อใดนั้น ขอให้รอการประกาศคำสั่งอย่างเป็นทางการของ คสช.     ทั้งนี้ ปัจจุบันสถานีวิทยุชุมชนที่ได้รับใบอนุญาตทดลองออกอากาศจาก กสทช. มีทั้งสิ้น 4,700 สถานี ในจำนวนดังกล่าว หากตัดในส่วนของสถานีวิทยุที่มีชื่อนิติบุคคลผู้ประกอบการซ้ำกันจะเหลืออยู่ 3,500 สถานี ส่วนจำนวนสถานีวิทยุที่ลักลอบออกอากาศแบบผิดกฎหมายโดยไม่มีใบอนุญาตจาก กสทช. มีทั้งสิ้นราว 2,000-3,000 สถานี     นอกจากนี้ที่ประชุม กสท.ยังได้มีการอนุมัติสถานะช่องทีวีในระบบบอกรับสมาชิกเพิ่มเติมจำนวน 10 ช่องรายการ รวมจนถึงขณะนี้มีช่องรายการทั้งสิ้น 360 ช่องรายการ และกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา 108 ช่องรายการ ส่วนผู้ให้บริการโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก ได้อนุมัติเพิ่มเติม 4 ราย ทำให้มีผู้ให้บริการโครงข่ายทั้งสิ้น 14 โครงข่าย     พ.อ.นทีกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด ในเครือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมขายต่อลิขสิทธิ์บางส่วนให้แก่ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด เพื่อให้ทรูวิชั่นส์สามารถถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ได้ครบทั้ง 64 คู่ โดยตามหลักปฏิบัติแล้ว การนำลิขสิทธิ์รายการดังกล่าวที่มีลักษณะการให้บริการที่ขัดต่อประกาศ กสทช.ไปออกอากาศ จะต้องมีการแจ้งและทำเรื่องขออนุญาตมายัง กสทช. แต่ขณะนี้ยังไม่พบว่าทางอาร์เอสหรือทรูวิชั่นส์ทำเรื่องมาขออนุญาตแต่อย่าง ใด ซึ่งในกรณีดังกล่าว หากสุดท้ายแล้วศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินให้อาร์เอสชนะ ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และ กสทช.จะเคารพการตัดสินของศาล.
06-06-2014
กสทช. กำหนดเป้าหมายวิทยุชุมชนรองรับกรณ๊คลช. ให้กลับมาออกอากาศ (เดลินิวส์) วันนี้ (6มิ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ พ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสท.เห็นชอบแนวทางกำหนดเงื่อนไขการออกอากาศวิทยุชุมชนที่ถูกระงับตามคำสั่ง ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งหากมีประกาศให้นำกลับมาออกอากาศได้ วิทยุชุมชนต้องรับอนุญาตทดลองออกอากาศ ซึ่งมีจำนวน 4,700 สถานี โดยวิทยุประเภทบริการธุรกิจสามารถออกได้1 สถานี ต่อ 1นิติบุคคล ส่วนวิทยุชุมชนประเภทบริการสาธารณะและชุมชนก็เช่นเดียวกันสามารถออกได้ 1 สถานี ต่อ 1 นิติบุคล ต่อ 1 จังหวัด ซึ่งคาดว่าจะเหลือวิทยุชุมชนเพียง 3,500 สถานี     นอกจากนี้ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์โทร คมนาคม กำลังส่ง 500 วัตต์ เสาส่งสัญญาณจากภาคพื้นดินสูงไม่เกิน 60 เมตร รัศมี 20 กิโลเมตร ผ่านการรับรองจัดตั้งสถานีและที่สำคัญห้ามฝ่าฝืนตามประกาศของ คสช. ส่วนวิทยุชุมชนอีกจำนวน 3,000 สถานี ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทดลองก็จะไม่สามารถออกอากาศได้เลยนอกจากนี้ กสท.ยังอนุญาตให้ช่องรายการแบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี) จำนวน 10 ช่องรายการ และโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก 3 โครงข่าย สามารถออกอากาศได้รวมแล้วในปัจจุบันมีช่องรายการเพย์ทีวีที่ออกอากาศได้แล้ว จำนวน 360 ช่อง     “เมื่อใดที่ทาง คสช.ออกประกาศให้สถานีวิทยุชุมชนกลับมาออกอากาศได้จากนั้นทางสำนักงานเขต 14 เขตทั่วประเทศเรียกวิทยุชุมชนเข้ามาดำเนินการรับฟังคำชี้แจ้งให้ปฎิบัติตาม เงื่อนไข ส่วนวิทยุรายใดที่ยังไม่ได้ผ่านการรับรองให้เข้ามาตรวจที่ห้องทดลอง ซึ่งมีทั่วประเทศจำนวน 25 แห่ง แต่ละแห่งมีเครื่องตรวจประมาณ 10 -15 เครื่อง ซึ่งปัจจุบันมีวิทยุที่ผ่านมารับรองแล้วจำนวน 600 สถานี ” พ.อ.ดร. นที กล่าว
05-06-2014
แห่ยื่นขอไลเซนส์ทีวีบอกรับสมาชิก (ประชาชาติธุรกิจ) "กสท." เจ้าของโครงข่ายทีวีดาวเทียมแห่ขอไลเซนส์ทีวีบอกรับสมาชิก "พีเอสไอ" ฉลุยรายแรก ยอมเดินตามกฎคุมโฆษณาเหลือ 6 นาที/ชั่วโมง เพิ่มกฎเหล็กเอาผิดเจ้าของโครงข่าย ทั้งเตรียมแจกใบอนุญาตทีวีสาธารณะช่อง 5 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศฉบับที่ 27 (24 พ.ค. 2557) มีเนื้อหาเกี่ยวกับการออกอากาศรายการโทรทัศน์ โดยกำหนดให้ฟรีทีวี (แอนะล็อกและดิจิทัล) กับทีวีแบบบอกรับสมาชิกออกอากาศได้เท่านั้น ทำให้มีผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมเริ่มขอใบอนุญาตทีวีแบบบอกรับสมาชิก เพื่อให้ออกอากาศได้อีกครั้ง "ช่องดาวเทียมที่ให้บริการฟรีทูแอร์ไม่สามารถออกอากาศในขณะนี้ ต้องมาขอใบอนุญาต ซึ่ง กสท.พร้อมให้ถ้าเข้าเกณฑ์ เช่น มีโฆษณา 6 นาที/ชม. และคัดเลือกรายการต่าง ๆ เพื่อขึ้นไปฉายให้ผู้บริโภครับชม โดยทีวีแบบบอกรับสมาชิกนั้นแต่ไม่จำเป็นต้องมีค่าบริการรายเดือนก็ได้ เจ้าของโครงข่ายขายกล่องผู้ซื้อเป็นสมาชิกไปตลอดได้ ขอแค่เข้าเกณฑ์ที่กำหนดก็พอ" ล่าสุดที่ประชุม กสท. (2 มิ.ย. 2557) มีมติมอบใบอนุญาตผู้ให้บริการโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิกกับบริษัท พีเอสไอ บรอดคาสติ้ง จำกัด แม้การรับชมจะไม่มีค่าบริการรายเดือน โดยก่อนหน้านี้เป็นแบบฟรีทูแอร์บนดาวเทียม ส่วน บมจ.ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น และบริษัท วีซายน์ เทเลคอม จำกัด กสท.ให้ทั้งคู่ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ปัจจุบันมีผู้ให้บริการโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก 11 ราย เช่น ซีทีเอช, ทรูวิชั่นส์, ดีทีวี, ไอพีเอ็ม, เจริญเคเบิลทีวี และพีเอสไอ เป็นต้น ส่วนผู้ให้บริการโครงข่ายที่ยังไม่มาขอใบอนุญาตแบบบอกรับสมาชิกเหลือราว 10 ราย ซึ่งคาดว่าจะทยอยขอใบอนุญาต และเพื่อตีกรอบให้ผู้ให้บริการโครงข่ายสรรหารายการที่ดีให้ผู้บริโภครับชม กสท.จึงกำหนดให้ได้รับการลงโทษเหมือนเจ้าของรายการที่ออกอากาศ หากนำเสนอเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น สำหรับช่องที่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศในระบบทีวีแบบบอกรับสมาชิก ปัจจุบันมี 387 ช่อง โดยที่ประชุม กสท.อนุมัติวันนี้ (2 มิ.ย.) 40 ช่อง จาก 90 ช่องที่เสนอมาพิจารณา ส่วนที่ไม่ได้เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องเนื้อหาผิดกฎหมาย เช่น ขายสินค้ามีคุณสมบัติเกินจริง จึงให้อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและเนื้อหาตรวจสอบอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังพิจารณาแผนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบกิจการโทรทัศน์ หลังสิ้นสุดการออกอากาศบนระบบแอนะล็อกของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก หรือช่อง 5 ซึ่งทำได้ตามแผน จึงจะมอบใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ประเภท 2 หรือทีวีสาธารณะที่มีเนื้อหาเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ โฆษณาได้ไม่เกิน 10 นาที/ชม. ระยะเวลาไม่เกิน 15 ปี ซึ่งแผนของช่อง 5 จะเป็นต้นแบบใช้กับช่อง 11 และไทยพีบีเอส โดยช่อง 5 มีการแยกบัญชีการเงินและงบดุลที่ได้จากค่าให้เช่าโครงข่าย, ค่าให้เช่าสิ่งอำนวยความสะดวกและค่าประกอบกิจการของสถานีจากกัน, ปรับรูปแบบเนื้อหารายการให้เป็นข่าวสารและสาระ รวมถึงตอบสนองต่อความมั่นคงของกองทัพและรัฐในทุกมิติ โดยในปี 2557 มีสัดส่วนรายการข่าวสารและเนื้อหาสาระ 40% เพิ่ม 10% ทุกปี และในปี 2560 อยู่ที่ 70% ส่วนช่อง 11 อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นประเภท 1 (การศึกษา) หรือ 3 (ข้อมูลข่าวสารเพื่อประชาชน) พ.อ.นที กล่าวว่า การฟ้องร้องเรื่องสิทธิ์ฟรีทีวี และเรื่องสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลโลกทั้งสองกรณี กสท.ยืนยันว่าถูกต้อง และพร้อมต่อสู้ในชั้นศาล โดยกรณีแรกยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ศาลพิจารณา ส่วนกรณีที่ 2 รอศาลพิจารณาวันที่ 10 มิ.ย.
05-06-2014
กสท.บีบโครงข่ายเซ็นเซอร์รายการผิดกม. (ไทยโพสต์) สายลม * กสท.เรียกโครงข่ายช่องรายการบอกรับสมาชิกรับฟังเงื่อนไขรับผิดชอบร่วมกัน โครงข่ายเซ็นเซอร์เอง หวังให้มีคอนเทนต์คุณภาพ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า ได้เรียกผู้ประกอบการ โครงข่ายและช่องรายการเพื่อทำความเข้าใจหลังได้รับอนุญาตให้ออกอากาศแบบบอกรับสมาชิก โดยถือเป็นการปรับเปลี่ยนอุตสาห กรรมทีวีและวิทยุชุมชนใหม่ทั้ง หมด จากที่ก่อนหน้านี้ช่องรายการที่ออกอากาศไม่มีคุณภาพ ทั้งนี้ ถือเป็นการกระทำได้แบบทันทีในช่วงนี้ ภายใต้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ซึ่งทำให้ กสท.สามารถจัดระเบียบช่องรายการทีวีดาวเทียมและวิทยุชุมชนได้ใหม่ทั้งหมด และการออกอากาศต่อจากนี้ จะมีเนื้อหารายการที่มีคุณภาพและเป็นประ โยชน์ต่อผู้ชมจริงๆ ทั้งนี้ มีโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิกที่ได้รับการอนุญาตแล้วรวม 11 ราย และช่องรายการที่เป็นแบบบอกรับสมาชิกทั้งสิ้น 387 ช่อง จากทั้งหมด 538 ช่อง ซึ่งหลังจากนี้หากมีช่องรายการใดออกอากาศเนื้อหาที่ผิด พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 กสท.จะถือว่าผู้ให้บริการโครงข่ายมีความผิดก่อนอันดับแรก เช่นเดียวกับที่ กสท.สั่งปรับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กรณีรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ในช่วงปีก่อน ซึ่งมีเนื้อหาไม่เหมาะสม เพราะโครงข่ายต้องทำหน้าที่คัดกรองช่องรายการก่อนจะนำมาออกอากาศ สำหรับวิทยุชุมชนที่ได้รับใบอนุญาตกว่า 5,000 สถานี แต่ยังไม่ได้ออกอากาศนั้น กสท.จะเข้าตรวจสอบระบบออกอากาศให้เป็นไปตามเงื่อนไข อาทิ กำลังส่ง ความสูงของเสาอากาศ รวมถึงการถือครองคลื่นความถี่ที่มากเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่าหลายรายยังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กสท.กำหนด.
04-06-2014
กสท.จัดระเบียบทีวีดาวเทียมใหม่ (โพสต์ทูเดย์) กสท.ลุยจัดระเบียบทีวีดาวเทียม-วิทยุชุมชนใหม่ทั้งหมด เน้นเนื้อหาคุณภาพ สร้างมาตรฐานเซ็นเซอร์ กันเอง   พ.อ. นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ได้เรียกผู้ประกอบการโครงข่ายและช่องทีวีดาวเทียมทำความเข้าใจหลังได้รับอนุญาตให้ออกอากาศ โดยถือเป็นการ "รีเซ็ท" อุตสาหกรรมทีวีและวิทยุชุมชนใหม่ทั้งหมด จากที่ก่อนหน้านี้ช่องรายการที่ออกอากาศไม่มีคุณภาพ "ถือเป็นการกระทำได้แบบทันทีในช่วงนี้ภายใต้ประกาศ คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ซึ่งทำให้ กสท. สามารถจัดระเบียบช่องรายการทีวีดาวเทียมและวิทยุชุนได้ ใหม่ทั้งหมด และการออกอากาศต่อจากนี้จะมีเนื้อหารายการที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้ชมจริงๆ" พ.อ.นทีกล่าว ทั้งนี้ มีโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิกที่ได้รับการอนุญาตรวม 11 ราย และทีวีดาวเทียม 387 ช่องจากทั้งหมด 538 ช่อง ซึ่งหลังจากนี้ หากมีช่องรายการใดออกอากาศเนื้อหาที่ผิด พ.ร.บ. ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 กสท. จะถือว่าผู้ให้บริการโครงข่ายมีความผิดก่อนอันดับแรก เช่นเดียวกับที่กสท. สั่งปรับช่อง 3 กรณีรายการไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ มีเนื้อหาไม่เหมาะสม เพราะโครงข่ายต้องทำหน้าที่คัดกรองช่องรายการที่จะนำมาออกอากาศก่อน สำหรับวิทยุชุมชนที่ได้รับใบอนุญาตกว่า 5,000 สถานีแต่ยังไม่ได้ออกอากาศนั้น กสท. จะเข้าตรวจสอบระบบออกอากาศให้เป็นไปตามเงื่อนไข เช่น กำลังส่ง ความสูงของเสาอากาศ รวมถีงการถือครองคลื่นมากเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่าหลายรายยังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กสท. กำหนด นายวรสิทธิ์ ลีลาบูรณาพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีเอสไอ บรอดคาสติ้ง กล่าวว่า ปัจจุบันพีเอสไอมีลูกค้า 16 ล้านรายที่เป็นสมาชิก และยังเหลืออีก 3 แสนรายที่ยังเป็นกล่องรับสัญญาณแบบไม่เข้ารหัส ซึ่งทางพีเอสไอได้เสนอโปรโมชั่นกล่องเก่าแลกกล่องใหม่เพื่อให้ทั้ง 3 แสนรายที่ค้างอยู่เข้าสู่ระบบถอดรหัส นายวิชิต เอื้ออารีย์วรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เจริญเคเบิลทีวี ผู้ให้บริการโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก กล่าวว่า การจัดระเบียบของกสท. ครั้งนี้ ทำให้เนื้อหารายการมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งช่องรายการต้องปรับตัวในเรื่องของเวลาโฆษณาที่ไม่เกิน 6นาที ต่อชม.
04-06-2014
คสช.ไฟเขียวดาวเทียม333ช่องออนแอร์  (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์) พ.อ.พิรัติ บรรจงเขียน ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีทางทหาร กองทัพบก เผยว่า ขณะนี้คณะรักษาควสามสงบแห่งชาติ(คสช.) อนุญาตให้ทีวีดาวเทียมจำนวน 333 ช่อง ออกอากาศได้ตามปกติแล้ว จากทั้งหมด 538 ช่องรายการ และช่องรายการโทรทัศน์ผ่านเคเบิ้ลแบบบอกรับสมาชิก 211 ช่องรายการ ส่วนช่องรายการที่เหลือและสถานีวิทยุชุมชนยังไม่ได้รับการอนุญาตให้ออกอากาศ ขณะที่ช่องวอยซ์ทีวี(Voice TV) หลังจากหารือร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อชี้แจงสถานะการออกอากาศทีวีดาวเทียม ว่าขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ช่องวอยซ์ทีวี สามารถกลับมาออกอากาศได้ปกติ หากผังรายการไม่มีรายการเกี่ยวกับการเมืองเลย ซึ่งทางวอยซ์ได้เสนอผังมาให้คสช.พิจารณาแล้ว ทั้งนี้ วอยซ์ทีวีเป็นทีวีดิจิตอลเพียงช่องเดียวจากทั้งหมด 24 ช่องที่ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ซึ่งถูกระงับการออกอากาศนับตั้งแต่มีการประกาศกฎอัยการศึก จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการพิจารณาให้ออกอากาศ
03-06-2014
กสท.วางเกณฑ์ใบอนุญาตจัดเรตติ้งทีวี-วิทยุ (เดลินิวส์) กสท.เล็งประชาพิจารณ์ผู้ขอใบอนุญาตจัดเรตติ้ง ทีวี-วิทยุ ระบุ ผู้ขอใบอนุญาตจะต้องตัดปัญหาหุ้นต่างด้าว ห้ามต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 25% ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 นายพสุ ศรีหิรัญ รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานวิชาการและจัดการทรัพยากรกระจายเสียงและ โทรทัศน์ ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระบวนการให้ใบอนุญาตแบบประยุกต์ ประเภทการสำรวจความนิยมในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (เรตติ้ง) คืบหน้ามากแล้ว โดย วันที่ 26 มิ.ย. 57 จะนำร่างประกาศดังกล่าวออกรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) และจะนำเสนอบอร์ด กสท. อนุมัติภายในเดือน ก.ค. 57 คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้นเดือน ส.ค. 57 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน การสำรวจเรตติ้งโทรทัศน์ในประเทศไทยมีเพียงรายเดียว คือ บริษัท เอซี เนลสัน ซึ่งการให้ใบอนุญาตของ กสท. เพื่อต้องการปลดล็อกการสำรวจเรตติ้งให้มีมากกว่า 1 ราย โดยสามารถสำรวจได้ทั้งโทรทัศน์และวิทยุ และต้องส่งรายชื่อผู้ที่มีความชำนาญในการตรวจสอบความถูกต้องอย่างน้อย 5 ราย ทั้งนี้ จากผลการศึกษาหลายประเทศพบว่า บริษัทสำรวจเรตติ้งในประเทศควรมีมากสุด 2-3 รายเท่านั้น เพื่อให้เรตติ้งที่ออกมามีคุณภาพและไม่สร้างความสับสนมากเกินไป นายพสุ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มีสิทธิขอใบอนุญาตเรตติ้งได้ จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 คือ ห้ามต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 25% ดังนั้น หากผู้ประกอบการรายเดิมต้องการเข้าสู่กระบวนการใบอนุญาต จะต้องปรับเงื่อนไขสถานะบริษัทให้มีคนไทยถือหุ้น 75% นอกจากนี้ ผู้ที่มีสิทธิได้รับใบอนุญาตจะต้องมีรายละเอียดของกลุ่มตัวอย่างชัดเจน เช่น จำนวนและการกระจายกลุ่มตัวอย่างให้หลากหลาย รูปแบบและประเภทของการวัดผล โดยเมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตรา 2% ต่อปี.
03-06-2014
CH5 allowed to be digital public TV broadcaster (The Nation) The Broadcasting Committee yesterday approved the plan of the Army, the owner of TV Channel 5, to become the operator of a digital public TV channel. Chairman Natee Sukolrat said the Army plans to migrate from analog TV to digital TV in four years under a 15-year digital public TV licence to be awarded it in 2017. The Army proposed the transition plan to the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) in March. Informative content will run at 40 per cent of programming this year, increasing to 50 per cent next year, 60 per cent in 2016 and 70 per cent in 2017. It will offer three separate services - digital TV infrastructure, a digital TV network and public digital TV broadcasting. The channel will be the model for the transformation of state run, analog TV stations - like NBT of the Public Relations Department and Thai PBS - to digital public TV stations. The Broadcasting Committee has already approved Thai PBS' plan to switch off its analog TV system in 1.8 years after the launch of its digital TV channel on May 25 or when its digital TV network covers 95 per cent of households nationwide. According to the NBTC, there will be 12 digital public TV channels and under its rules, they can seek revenue from only airing 8 minutes per hour of corporate social responsibility spots. But only Channel 5 will be allowed to show 12 minutes of commercials per hour, like digital commercial TV channels. The NBTC also plans to grant a digital public TV licence this year to the Parliament TV channel. Awarded payTV licence to PSI The Broadcasting Committee also approved the application of PSI Holdings, the biggest satellite TV network with some 10 million households, to change from a free-to-air satellite TV network provider to a pay-TV satellite network operator. There are now 21 free-to-air satellite TV network operators and 11 pay-TV satellite network operators, including PSI. The committee also awarded pay-TV licences to 40 free-to-air satellite TV channel operators. Supreme Administration Court to hear World Cup 2014 case Natee said the Supreme Administrative Court will begin hearing on June 10 the dispute between the NBTC and RS regarding the broadcasting rights to World Cup 2014, which kicks off on June 12. The NBTC appealed to the Supreme Administrative Court against the lower court's ruling suspending the NBTC's "must have" rule in the case of World Cup soccer matches. The Central Administrative Court did not shoot down the "must have" rule altogether, but said it could not be applied retroactively against RS's plan to allow the showing of only 22 of the 64 World Cup matches on free TV, as RS International Broadcasting and Sport Management had secured the sole broadcast rights before the rule took effect. The Broadcasting Committee wanted all Thais to be able to watch all 64 matches on free television. RS secured the World Cup broadcasting rights on September 12, 2005, and the "must have" rule took effect in January last year. Under the must-have rule, holders of broadcasting rights to seven sports spectaculars - the Southeast Asian Games, Asean Para Games, Asian Games, Asian Para Games, Olympic Games, Paralympics and the Fifa World Cup Final - must allow them to be aired on free-TV channels as well as on their own media platforms. Last April, RS petitioned the Central Administrative Court to issue an injunction against the rule on the grounds that RS International had secured the World Cup broadcasting rights for Thailand before the rule was enforced.
03-06-2014
"ทีวีดาวเทียม-เคเบิล" ยื่นเปลี่ยนสถานะขอ "ออนแอร์" (The Nation)
03-06-2014
บอร์ดกสท. ไฟเขียว'ช่อง 5'ปรับผัง สู่สถานีทีวีเพื่อความมั่นคง เริ่มปีนี้เสนอรายการข่าว 45% (คอหุ้นออนไลน์) แนว หน้า : พันเอกนที ศุกลรัตน์ รองประธาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (บอร์ด กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมาว่า ได้พิจารณาแผนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบกิจการโทรทัศน์สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เพื่อนำไปสู่การประกอบกิจการโทรทัศน์ บริการสาธารณะ ประเภทที่ 2 (ช่องเพื่อความมั่นคงของรัฐ หรือ ความปลอดภัยสาธรณะ) ขั้นตอนต่อไปจะเสนอบอร์ด กสทช.อนุมัติต่อไป     ทั้งนี้ ช่อง 5 จะ ต้องมีการนำเสนอแผนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบกิจการโทรทัศน์รายเดิม มาเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ประเภทกิจการบริการสาธารณะ ประเภทที่ 2  อายุใบอนุญาตไม่เกิน 15 ปี โดยการพิจารณาใบอนุญาตในรอบแรก เบื้องต้นจะมีระยะเวลาใบอนุญาต 4 ปี     โดยเงื่อนไข ช่อง 5 จะต้องปรับผังรายการประเภทข่าวสาระ ตั้งแต่ปีที่ได้เริ่มรับใบอนุญาตผู้ประกอบการรายเดิม คือในปี 2557 สัดส่วนรายการที่เป็นข่าวสาระ 45% ของผังรายการ ปี 2558 สัดส่วนข่าวสาระ 50% ของผังรายการ ปี 2559 สัดส่วนข่าวสาระ 60% ของผังรายการ ปี 2556 สัดส่วนข่าวสาระ 70% ของผังรายการ เพื่อเข้าสู่การเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ประเภทกิจการบริการสาธารณะ ประเภทที่ 2     พันเอกนที กล่าวว่า แผนการเข้าสู่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ประเภทกิจการ บริการสาธารณะ ประเภท ที่ 2 ของช่อง 5 ถือว่าจะเป็นต้นแบบ สำหรับ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.)  กรมประชาสัมพันธ์ หรือ ช่อง 11 และ สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส ที่จะต้องส่ง แผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การให้บริการโทรทัศน์ ประเภทกิจการ บริการสาธารณะ และแผนการยุติการออกอากาศในระบบอนาล็อก  ซึ่งช่อง 11 จะต้องขอเป็นผู้รับใบอนุญาตประเภทกิจการ บริการสาธารณะ ประเภทที่ 3 (ช่องข้อมูลข่าวสารเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชนและรัฐสภากับประชาชน
03-06-2014
อนุมัติ'PSI'เป็นทีวีบอกรับสมาชิก (ไทยโพสต์) กสท.ให้ใบอนุญาตพีเอสไอเป็นแบบบอกรับสมาชิก พร้อมอนุมัติช่องรายการออนแอร์ได้อีก 40 ช่อง     พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. และรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า บริษัท พีเอสไอ บรอดคาสติ้ง จำกัด หรือ พีเอสไอ ได้ยืนยันการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์แบบบอกรับ กระจายเสียงต่อ กสท.ในระบบการออกอากาศแบบเข้ารหัสสัญญาณและเครื่องรับดาวเทียมพีเอสไอเป็น ระบบแบบบอกรับสมาชิกที่ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือซีเอ     ทั้งนี้ มีเงื่อนไขให้ผู้ให้บริการโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิกจะต้องมีหน้าที่และความ รับผิดชอบต่อช่องรายการที่เลือกเข้ามาเผยแพร่ในโครงข่าย หากช่องรายการกระทำผิดกฎหมายและรวมไปถึงการออกอากาศที่ขัดต่อคำสั่งคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ด้วย ทำให้ปัจจุบันมีโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิกทั้งสิ้น 11 โครงข่าย     อีกทั้งที่ประชุม กสท.ได้อนุมัติช่องรายการแบบบอกรับสมาชิกเพิ่มเติมอีก 40 ช่อง ที่สามารถเผยแพร่ได้บนโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิกตามประกาศฉบับที่ 27 ของ คสช. ทำให้ปัจจุบันมีช่องรายการที่อนุมัติแบบบอกรับสมาชิกทั้งสิ้น 387 ช่อง อย่างไรก็ตาม ยังมีอีก 50 ช่องรายการ ที่มีคุณสมบัติไม่ผ่านการพิจารณา เนื่องจากมีเนื้อหารายการและโฆษณาสินค้า-บริการที่ผิดกฎหมาย โดยให้สำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสำนักกำกับผังและเนื้อหารายการ ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง.
03-06-2014
กสทช. เผยทีวีใกล้คืนจอตามปกติ (เดลินิวส์) วันนี้(3มิ.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า สำหรับการออกอากาศโทรทัศน์ในขณะนี้ถือว่าเกือบจะเข้าสู่สภาพที่ปกติไม่ว่าจะ เป็นฟรีทีวีระบบอะนาล็อก 6 ช่อง ทีวีดิจิตอล23 ช่อง ช่องรายการดาวเทียม จำนวน 333 ช่อง และช่องรายการเคเบิลทีวีแบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี)211 ช่อง โดยยังเหลือช่องรายการดาวเทียมที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมมีการโฆษณาชวนเชื่อ จำนวน 98 ช่อง ซึ่งทางที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)จะ พิจารณาการออกอากาศอีกครั้งในวันที่6 มิ.ย. นี้     ส่วน ช่องรายการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)สั่งระงับไม่ให้ออกอากาศตามคำ สั่งจำนวน13 ช่องดาวเทียม ช่องวอยซ์ ทีวี และวิทยุชุมชนประมาณ 7,000 สถานีแบ่งรับใบอนุญาตทดลองจำนวน 4,000 สถานีและวิทยุที่ไม่ได้รับอนุญาตออกอากาศ 3,000 สถานี ยังไม่อนุญาตให้ออกอากาศ นอกจากนี้กำลังพิจารณาทีวีอินเทอร์เน็ต 24 ช่องรายการว่าจะให้ออกอากาศได้หรือไม่     ด้านพ.อ.พิรัต ิบรรจงเขียน ผู้อำนวยการเทคโนโลยีทางทหาร สังกัดกองทัพบก กล่าวว่า ส่วนกรณีทีวีดิจิตอลอย่างช่อง วอยซ์ ทีวีได้ส่งแผนผังรายการมาใหม่ หากไม่มีรายการเกี่ยวกับเมือง ไม่ยั่วยุ ไม่ปลุกปั่น สร้างกระแส โดยคณะทำงานกำลังพิจารณาท่าทีซึ่งคาดว่าแนวโน้มที่ช่องวอยซ์ ทีวี จะกลับมาออกอากาศนั้นมีโอกาสเป็นไปได้สูง
02-06-2014
กสท. เตรียมตรวจสอบ สัดส่วนข่าวช่องไทยทีวี  (ไทยรัฐ) กสท. เตรียมตรวจสอบสัดส่วนข่าวช่องไทยทีวี ว่าผิดเงื่อนไขช่องข่าวหรือไม่ ย้ำการที่เนื้อหาเน้นไปที่ข่าวบันเทิงผิดเงื่อนไข กสท. ขณะที่ไฟเขียวช่องเคเบิลออกอากาศได้อีก 50 ช่อง และอนุมัติให้พีเอสไอเป็นเพย์ทีวีแล้ว... เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2557 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า ถ้าช่องไทยทีวี ของนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวี ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจากช่อง ทีเอชวี (ทีวีพูล) ทำรายการข่าวบันเทิงมากกว่ารายการข่าวและเนื้อหาสาระ จะถือว่าผิดเงื่อนไขการประมูลประเภทช่องข่าว ที่กำหนดว่าต้องมีรายการข่าวและเนื้อหาสาระเชิงเป็นประโยชน์ต่อสังคมในสัด ส่วน 50% อย่างไรก็ตาม การนำเสนอเนื้อหาของช่องไทยทีวีขณะนี้ เน้นไปที่รายการข่าวบันเทิงเกินสัดส่วนการเป็นช่องข่าว ซึ่งไม่สามารถทำได้ และถือว่าผิดเงื่อนไขของ กสท. ประธาน กสท. กล่าวต่อว่า บอร์ดยังได้อนุมัติให้พีเอสไอ เป็นโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก หรือเพย์ทีวี ซึ่งเป็นรายที่ 11 จากเดิมที่ได้อนุมัติบริษัท ไอพีเอ็ม ไปก่อนหน้านี้ รวมทั้งอนุมัติช่องรายการแบบบอกรับสมาชิกเพิ่มอีก 50 ช่อง รวมช่องรายการที่สามารถออกอากาศได้ในขณะนี้ 387 ช่องรายการ ส่วนกรณีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกที่ กสท. ได้ยื่นอุทธรณ์หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองอาร์เอส ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ ศาลปกครองสูงสุดได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 10 มิ.ย. ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นเพียง 2 วัน พ.อ.นที กล่าวด้วยว่า ความคืบหน้าที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ กสทช.กลับมายื่นเอกสารเพิ่มในวันที่ 6 มิ.ย. นี้อีกครั้ง เพื่อชี้แจงกรณีที่บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยื่นฟ้อง กสทช. เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศ หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือมัสต์แครี่ นั้น กสทช. ยังคงยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิตอลนั้นเป็นประโยชน์ของรัฐ และประกาศดังกล่าวก็เป็นไปตามประโยชน์ของส่วนร่วม ด้าน นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ได้กล่าวผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า วันนี้บอร์ด กสท. อนุญาตให้ทีวีดาวเทียมอีก40 ช่องคืนจอแบบมีเงื่อนไข คือ ต้องเข้ารหัสโดยโครงข่ายดาวเทียมที่ถูกกฏหมายและโฆษณา6นาที/ชม.บอร์ดหลาย ท่านรวมทั้งดิฉันตั้งข้อสังเกตเรื่องการให้โฆษณา 6 นาที ว่าจริงๆเราต้องมาตั้งหลักคิดยาวๆ แต่เวลานี้ใช้เฉพาะหน้าไปก่อนตามกฏ คสช.รอบนี้มีทีวีดาวเทียมขอคืนจอมา90ช่อง แต่ กสท.อนุญาตให้40ช่องที่ยังไม่มีปัญหาเรื่องร้องเรียนเช่นทำผิด กม.อย. ส่วนอีก50ช่องต้องรอคัดกรองก่อน รายชื่อ40ช่องทีวีดาวเทียมที่ได้สิทธิ์คืนจอเพิ่มเติม จะขึ้นหน้าเว็บ กสทช. http://broadcast.nbtc.go.th/home/  รวมช่องการ์ตูน หนัง เพลง วาไรตี้ทั้งหลาย เวลานี้คงเป็นยุคสายลมแสงแดดอีกครั้ง ช่องข่าวสารการเมืองจะหายไป ลดลงหรือเซ็นเซ่อร์ตัวเองมากขึ้น แต่ช่องบันเทิงเริงรื่นคงบูมๆเพื่อคืนความสุข ทีวีดาวเทียม40ช่องที่จะได้คืนจอจากมติ กสท.วันนี้อาทิ การ์ตูนคลับชาแนล จ๊ะทิงจา JimJam Animax GTHOnAir SyFyChanel M-Channel GrandPrix JKN รวมทั้ง ช่องการ์ตูน บูมเมอแรง (Boomerang) ของโครงข่าย PSI และ ช่อง Gang Cartoon ของโรสมีเดีย ส่วนช่องทีวีดาวเทียมที่เคยมีปัญหาร้องเรียนจากทาง อย. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยังถูก pending ไว้ก่อน รอการตรวจสอบค่ะ.  
02-06-2014
NBTC takes its cue from NCPO orders (The Nation) New junta measures give the watchdog much-needed bite to achieve its agenda Measures aimed at TV broadcasting by the National Council for Peace and Order has benefited the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) by helping it put the industry in order. One measure allows free-to-air satellite TV network providers to air only six analog channels and digital channels (except Voice TV's digital channel, which is still banned by the NCPO). If they want to air free satellite programmes, they have to apply for pay-TV licences from the NBTC. Vice versa, if free-to-air satellite channel operators want their programmes aired on satellite networks they are also required to apply for a pay-TV licence. The measures seem to fit well with the NBTC's intention to have only free digital content and pay-TV content in Thailand as that is easier to control than free-to-air satellite content, which is prone to offering inappropriate and politically provocative programmes. Since being established two years ago, the watchdog has tried to put free-to-air satellite content in order but hardly made a ripple due to operator protests. The NBTC broadcasting committee will take this opportunity to award pay-TV licences to operators for offering what is deemed to be appropriate content with no provocative programmes, said committee chairman Natee Sukonrat. The committee will also take into account the NCPO's opinions when awarding licences, Natee said, adding that it will be difficult to grant licences to operators if their content does not comply with the NCPO standards. The broadcasting committee granted pay-TV licences to 73 free-to-air satellite operators on Thursday, while another 90 applications will be considered today. There are around 400 free-to-air satellite operators in Thailand. Three out of the 22 satellite networks have applied for pay-TV licences, including PSI Holdings, the country's largest satellite network. Nirand Tangpiroontham, managing director of major free-to-air satellite network Infosat, said the company was still considering whether to apply for a pay-TV licence. Before the May 22 coup, the military invoked the martial law, which resulted in the operations of 14 satellite channels, plus Voice TV's digital channel, being temporarily suspended. The military cited the need to maintain law and order as the reason, with three channels still suspended. The NCPO pulled all TV channels off the air shortly after the coup before allowing them to resume operations. It also allowed 13 foreign news channels to resume airing on TrueVisions network. However, an NBTC source said that TrueVisions was keeping them off air out of concern the content might violate the NCPO's conditions.  
02-06-2014
จัดระเบียบสื่อวิทยุโทรทัศน์ 'โครงข่าย-ช่อง'ปรับเพย์ทีวี (กรุงเทพธุรกิจ) กสทช.อิงประกาศ คสช.เดินหน้าจัดระเบียบวิทยุทีวี ปรับโครงข่ายกล่อง-ช่องทีวีดาวเทียมให้บริการ"บอกรับสมาชิก"รับสิทธิออนแอร์อีกครั้ง   หลัง คสช.สั่งระงับ 200 ช่องทีวีดาวเทียม ด้าน"พีเอสไอ-บิ๊กโฟร์" ขานรับนโยบายยืนยันให้บริการบอกรับสมาชิก "แกรมมี่-อาร์เอส"พร้อมเปลี่ยนช่องเพย์ทีวี เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย คสช.ได้ออกประกาศฯ เกี่ยวข้องกับกิจการวิทยุและโทรทัศน์หลายฉบับ ซึ่งกำหนดประเภทวิทยุและโทรทัศน์ ทั้งที่ได้รับอนุญาตออกอากาศและ "ระงับ" ออกอากาศ โดยมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) องค์กรอิสระ ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการสื่อ ตามประกาศฯ คสช. ซึ่งถือเป็นประกาศฯ ที่มีอำนาจสูงสุดในขณะนี้ ปัจจุบัน ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 27 กิจการวิทยุและโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาตออกอากาศ ประกอบด้วย ทีวีอนาล็อก 6 ช่อง ทีวีดิจิทัล 23 ช่อง ยกเว้นวอยซ์ทีวี ช่องเพย์ทีวี 310 ช่อง และสถานีวิทยุเอฟเอ็ม-เอเอ็ม 525 สถานี ส่วนกลุ่มที่ยังถูก "ระงับ"ออกอากาศในขณะนี้ ประกอบด้วย ช่องทีวีดาวเทียมรวม 200 ช่อง วิทยุชุมชนทดลองประกอบกิจการ 4,671 สถานี และวิทยุชุมชนไม่ได้รับใบอนุญาต 2,899 สถานี รวมประมาณ 7,000 สถานี   กสทช.จัดระเบียบทีวี-โครงข่าย พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าจากประกาศฯ คสช. ฉบับที่27 ได้กำหนดกิจการทีวี ที่สามารถออกอากาศได้เป็น 2 กลุ่ม คือ"ฟรีทีวี" ประกอบด้วย ทีวีอนาล็อกและทีวีดิจิทัล และกลุ่มบอกรับสมาชิก ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นช่องเพย์ทีวี เพียงแต่เป็นรูปแบบการรับชมแบบมีเงื่อนไข ถือว่าเข้าข่าย "ช่องทีวีบอกรับสมาชิก" ดังนั้นสิ่งที่ กสทช. จะดำเนินการต่อจากนี้ เพื่อทำให้กิจการวิทยุทีวีกลับสู่ภาวะปกติตามลำดับขั้นตอน พร้อมปฏิบัติตามประกาศ คสช.คือ การกำหนดให้โครงข่ายและช่องทีวี ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.ไปแล้ว ต้องแสดงสถานะที่ชัดเจน โดยเริ่มจากโครงข่าย เป็นลำดับแรก "ที่ผ่านมา กสทช. ไม่ได้นิยามโครงข่ายว่าเป็นบอกรับสมาชิก หรือไม่บอกรับสมาชิก แต่วันนี้ จำเป็นต้องให้โครงข่ายแสดงสถานะอย่างชัดเจน" ปัจจุบันโครงข่ายบอกรับสมาชิก ระดับชาติ มีจำนวน 10 ราย และอีกประมาณ 10 โครงข่ายยังไม่แสดงสถานะ ทั้งนี้ โครงข่ายที่มีเงื่อนไขให้ผู้ชมปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ถือเป็นโครงข่ายที่เข้าหลักเกณฑ์บอกรับสมาชิกทั้งสิ้น แต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่มีการระบุว่าเป็นผู้ประกอบการบอกรับสมาชิก แต่วันนี้กิจการทีวี ภายใต้ประกาศ คสช. จะเดินต่อไปได้ จำเป็นต้องมีการจัดระเบียบใหม่ โดยทั้งช่องและโครงข่าย จะต้องแสดงสถานะ เพราะช่องทีวี ที่จะได้รับอนุญาตออกอากาศ ต้องเข้าเงื่อนไขการเป็นช่องบอกรับสมาชิก "เมื่อโครงข่ายแสดงสถานะเป็นโครงข่ายบอกรับสมาชิก จะต้องทำหน้าที่ออกอากาศช่องทีวีบอกรับสมาชิกเท่านั้น" เปิดทาง'ทีวีบอกรับสมาชิก'ออนแอร์ พ.อ.นที กล่าวอีกว่าสำหรับช่องทีวี ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. มี 3 ประเภท 1. บอกรับสมาชิก 2. ไม่บอกรับสมาชิก 3. คลุมเครือ แต่จากแนวทางตามประกาศ คสช. ที่กำหนด "ช่องทีวี" ที่ได้รับอนุญาตออกอากาศ คือช่องฟรีทีวี และช่องบอกรับสมาชิก กสท.จึงต้องจัดระเบียบ ทั้งโครงข่ายและช่องรายการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับ ประกาศ คสช. ปัจจุบันมีช่องทีวีดาวเทียมราว 200 ช่อง ซึ่งถูกระงับออกอากาศตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 27 ขณะที่มีช่องทีวีบอกรับสมาชิก ออกอากาศได้แล้ว 310 ช่อง หลังจากนี้ คณะอนุกรรมการกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ กสทช. จะเร่งชี้แจงแนวทางของกลุ่มช่องทีวี ตามประกาศ คสช. หากช่องทีวีดาวเทียม แสดงสถานะเป็นช่องบอกรับสมาชิก กสท.จะส่งข้อมูลรายชื่อ ให้ คสช. พิจารณาเพื่อกลับมาออกอากาศผ่านโครงข่ายบอกรับสมาชิกอีกครั้ง การทำงานในการกำกับและดูแลกิจการวิทยุและโทรทัศน์ของ กสทช. ขณะนี้ จะต้องดำเนินการไปพร้อมประกาศ คสช. และจะต้องมีการจัดระเบียบกิจการทีวีให้ชัดเจน โดยตามโรดแมพกิจการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล อุตสาหกรรมทีวีจะมีกิจการทีวี 2 ประเภท คือฟรีทีวีและทีวีบอกรับสมาชิก หรือเพย์ทีวี เช่นเดียวกับกิจการทีวีในต่างประเทศ ชงวางโรดแมพทีวีการเมือง-วิทยุ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า จากประกาศ คสช. ที่เกี่ยวข้องกับสื่อ ส่งผลต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมทีวีและสิทธิเสรีภาพต่อการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทำให้ช่องทีวีและวิทยุหลาย สถานีถูกระงับออกอาอากาศ ซึ่งมีทั้งช่องที่ถูกกฎหมาย และช่องที่ทำผิดกฎหมาย แม้ขณะนี้มีแนวทางการออกอากาศได้เฉพาะช่องฟรีทีวี อนาล็อก ทีวีดิจิทัล และช่องรายการ ประเภทบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) เท่านั้น ส่งผลให้ช่องทีวีดาวเทียมกว่า 200 ช่อง ไม่สามารถออกอากาศได้ ทั้งนี้ เห็นว่า กสทช. ควรเป็นตัวกลางเจรจาแนวทางการดูแลสื่อ เนื่องจากมีผลกระทบวงกว้าง โดยควรฟังเสียงเอกชนและผู้บริโภค ตลอดจนการจัดทำแผนเยียวยากลุ่มที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งแยกแยะช่องที่ทำถูกกฎหมาย เช่น ช่องการ์ตูน ช่องการศึกษา ช่องสารคดี ออกจากช่องที่ทำผิดกฎหมาย เช่น ช่องที่โฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง ช่องไสยศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีคำสั่งเตือน ปัจจุบันพบว่ามีจำนวน 30-40 ช่อง อาจเป็นช่องที่ยังไม่ได้รับอนุญาตออกอากาศในช่วงนี้ "เช่นเดียวกับสถานีวิทยุที่ถูกปิด มีทั้งสถานีวิทยุกลุ่มน้ำดีทำถูกกฎหมาย และสถานีวิทยุที่ทำผิดกฎหมาย เห็นว่าควรมีการทยอยอนุญาตให้สถานีกลุ่มที่ทำถูกกฎหมาย เช่น วิทยุชุมชนที่ไม่มีโฆษณา วิทยุธรรมะ วิทยุธุรกิจ ที่ทำตามกฎหมายควรมีแผนกลับมาออกอากาศด้วย เพราะการปิดยาวไป อาจส่งผลกระทบต่อเรื่องอื่นๆ ด้วย อย่างเช่นคนตกงานจำนวนมาก จึงควรมีการชี้แจงแนวทางให้ชัดเจน" นางสาวสุภิญญา กล่าว ในการประชุม บอร์ด กสท. วันนี้ (2มิ.ย.) จะหารือแนวทางหรือทางออกให้กับผู้ประกอบกิจการทีวีดาวเทียมและวิทยุ ที่อาจถูกปิดเป็นระยะเวลานานโดยไม่รู้อนาคต ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะในกลุ่มทีวีการเมือง ช่องทีวีดาวเทียมขายสินค้า และกลุ่มวิทยุชุมชน โดย กสท. ควรมีแนวทางและโรดแมพที่ชัดเจนให้ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวปรับตัว โดยในกลุ่มทีวีการเมือง อาจต้องปรับเนื้อหารายการ รวมทั้งกำหนดกติกาห้ามถ่ายทอดสดการชุมนุม เป็นต้น นอกจากนี้จะต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติ เรื่องการโฆษณาให้กับช่องทีวีดาวเทียม ซึ่งเดิมยังไม่มีการกำหนดเวลาโฆษณา ขณะที่การปรับตัวเป็นช่องเพย์ทีวี กำหนดเวลาโฆษณา 6 นาทีต่อชั่วโมง โครงข่ายปรับ'บอกรับสมาชิก' นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด เจ้าของแพลตฟอร์มกล่องและจานรับสัญญาณดาวเทียม "พีเอสไอ" เปิดเผยว่าปัจจุบันโครงข่ายดาวเทียม เป็นการรับสัญญาณแบบมีเงื่อนไขอยู่แล้ว เนื่องจากกล่องรับสัญญาณมีการเข้ารหัส (CA) ดังนั้นพีเอสไอ ได้ทำหนังสือ "ยืนยัน" ไปยังสำนักงาน กสทช.อีก ครั้ง เพื่อแสดงสถานะเป็นโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก แบบไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือให้บริการดูฟรี เพื่อให้ช่องทีวีดาวเทียมต่างๆ ที่ต้องการเปลี่ยนช่องจากรูปแบบฟรีทูแอร์ เป็นบริการบอกรับสมาชิก เพื่อได้รับอนุญาตออกอากาศอีกครั้งตามประกาศ คสช. ได้มีความมั่นใจว่าสามารถออกอากาศผ่านโครงข่ายพีเอสไอ ได้เช่นเดิม ขณะที่ผู้ชมที่รับชมผ่านกล่องพีเอสไอ รุ่นเข้ารหัส จำนวน 10 ล้านกล่องในตลาด สามารถรับชมช่องทีวีบอกรับสมาชิกได้ตามปกติเช่นกัน "วันนี้ผู้ประกอบการโครงข่ายและช่องทีวี จะต้องร่วมมือกับ กสทช. ในการจัดระเบียบกิจการวิทยุทีวี ตามประกาศ คสช." นายนิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟแซท อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียมและอุปกรณ์ทีวีดาวเทียม "อินโฟแซท กล่าวว่าผู้ผลิตกล่องและจานดาวเทียม ในนามกลุ่มบิ๊กโฟร์ (Big4) ที่ประกอบด้วย อินโฟแซท, ไอเดียแซท, ไทยแซท และ ลีโอเทค เตรียมส่งหนังสือ"ยืนยัน" สถานะโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก แบบไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ให้สำนักงาน กสทช.วันนี้ (2มิ.ย.) เพื่อรองรับช่องทีวีดาวเทียม ประเภทธุรกิจ ที่เตรียมจะปรับรูปแบบการให้บริการแบบบอกรับสมาชิก เพื่อกลับมาออกอากาศใหม่อีกครั้ง 'แกรมมี่-อาร์เอส'เปลี่ยนเพย์ทีวี นางสาวจิตรลดา เฮงยศมาก ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานกฎหมายและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าภายใต้หลักเกณฑ์ กสทช. ที่กำหนดให้ โครงข่ายบอกรับสมาชิก ต้องออกอากาศช่องรายการบอกรับสมาชิกเท่านั้น อีกทั้งประกาศ คสช. ที่ระงับการออกอากาศช่องทีวีดาวเทียม และอนุญาตให้ช่องทีวีบอกรับสมาชิกสามารถออกอากาศได้ ดังนั้นจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งเป็นเจ้าของช่องทีวีดาวเทียมกว่า 10 ช่อง มีแนวโน้มปรับรูปแบบการออกอากาศจากทีวีดาวเทียมเป็นช่องบอกรับสมาชิก ทั้งนี้ เนื่องจากช่องบอกรับสมาชิก หรือเพย์ทีวี มีกติกาเรื่องโฆษณา 6 นาทีต่อชั่วโมง ดังนั้นระยะแรกของการปรับบริการจากช่องฟรีทูแอร์ เป็นเพย์ทีวี ของทีวีดาวเทียม จึงต้องการให้ กสทช. กำหนดระยะเวลาผ่อนผันเรื่องโฆษณา 6 นาทีไว้ก่อน เพราะเป็นการปรับตัวอย่างกะทันหัน ขณะที่ช่องทีวีดาวเทียมมีการขายโฆษณาล่วงหน้าไปแล้ว นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจากนโยบายการจัดระเบียบสื่อวิทยุทีวีของ กสทช. ที่วางโรดแมพให้อุตสาหกรรมทีวี มี 2 แพลตฟอร์มหลัก คือฟรีทีวี และเพย์ทีวี ประกอบกับการปฏิบัติตาม ประกาศ คสช. ในขณะนี้ ดังนั้นอาร์เอส พร้อมที่จะเปลี่ยนช่องทีวีดาวเทียม ในเครือ คือช่อง 2 ช่องยู แชนแนล และสบายดีทีวี จากบริการฟรีทูแอร์ เป็นช่องบอกรับสมาชิกเช่นกัน โดยยังให้บริการผ่านโครงข่ายบอกรับสมาชิกหลักๆ เช่น พีเอสไอ กล่องซันบ็อกซ์ แบบดูฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน
01-06-2014
กสทช.โชว์สถิติอุปกรณ์ดิจิทัล (กรุงเทพธุรกิจ) กสทช.โชว์สถิติอุปกรณ์ดิจิทัล 'จอทีวี-กล่อง'พุ่ง1.7ล้านเครื่อง พบ5เดือนแรกปีนี้ ขอรับรองมาตรฐานรวม 176 รุ่น   กสทช. เผยตัวเลขการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน อุปกรณ์รับชม"ทีวีดิจิทัล" ปีนี้ รวม 176 รุ่น รวมกว่า 1.19 ล้านเครื่อง ขณะที่ยอดรวมสะสมตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 282 รุ่น จำนวน 1.7 ล้านเครื่อง พบ "กล่องดิจิทัล"สูงสุดเกือบ 8 แสนเครื่อง ตามด้วย"จอทีวีดิจิทัล" กว่า 7 แสนเครื่อง   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่าจากสถิติของสำนักงาน กสทช. ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงปัจจุบัน ข้อมูล ณ วันที่ 20 พ.ค. 2557 พบว่าสำนักงานได้ดำเนินการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำหรับเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล รวมจำนวน 176 รุ่น ทั้งนี้ ได้ออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ เครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์แบบมีจอภาพแสดงผล หรือ Integrated Digital Television (iDTV) จำนวน 104 แบบ/รุ่น เครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์แบบไม่มีจอภาพแสดงผล หรือกล่องรับสัญญาณระบบดิจิทัล (Set Top Box) จำนวน 62 แบบ/รุ่น และเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลแบบพกพา/เคลื่อนที่/ติด รถยนต์ (Portable) จำนวน 10 แบบ/รุ่น ขณะที่ "จำนวน"อุปกรณ์ มีการออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานอุปกรณ์ แบ่งเป็น จอโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (iDTV) จำนวน 516,216 เครื่อง กล่องรับสัญญาณระบบดิจิทัล จำนวน 462,650 เครื่อง และอุปกรณ์ Portable จำนวน 211,760 เครื่อง รวมจำนวน 1,190,626 เครื่อง "การขยายตัวของจำนวนผู้ยื่นขอรับรองมาตรฐานอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัลทุก ประเภทจำนวนมากในปีนี้ แสดงถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ไทย สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล ที่เริ่มออกอากาศทีวีดิจิทัล 24 ช่องใหม่ในเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา" นายฐากร กล่าวอีกว่าจากข้อมูลของสำนักงาน กสทช. พบว่ายอดสะสมตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ใน กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ไปแล้วรวม 282 แบบ/รุ่น แบ่งเป็น จอโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (iDTV) จำนวน 173 แบบ/รุ่น กล่องรับสัญญาณระบบดิจิทัล จำนวน 99 แบบ/รุ่น และอุปกรณ์ Portable จำนวน 10 แบบ/รุ่น ทางด้าน"จำนวน" การออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่อง รับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลทุกประเภทรวม 1,728,565 เครื่อง แบ่งเป็น จอโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (iDTV) ที่ผ่านการจดทะเบียนแล้วจากสำนักงาน กสทช. จำนวน 718,270 เครื่อง กล่องรับสัญญาณดิจิทัล จำนวน 798,535 เครื่อง และอุปกรณ์ Portable จำนวน 211,760 เครื่อง อย่างไรก็ตามสำนักงาน กสทช. แนะนำให้ประชาชนที่ต้องการซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล ทั้ง 3 ประเภท คือ จอไอดีทีวี กล่องทีวีดิจิทัล และอุปกรณ์เคลื่อนที่ จะต้องมีตรารับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. หรือ Hologram กสทช. Class A Broadcast และสติ๊กเกอร์ "น้องดูดี" ที่ผลิตภัณฑ์ สำหรับความคืบหน้าโครงการสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิทัล ด้วยการแจก "คูปองส่วนลด" ให้กับ 22 ล้านครัวเรือนไทยทั่วประเทศ คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จะมีการพิจารณามูลค่าคูปองทีวีดิจิทัล ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เห็นชอบเสนอคูปองที่มูลค่า 1,000 บาท ให้บอร์ด กทปส. พิจารณาก่อนจะนำเข้าบอร์ดใหญ่ กสทช. พิจารณาอีกครั้ง
31-05-2014
Hearing set on licence rules for rating agencies (The Nation) NBTC to ensure fairness to all broadcasters The National Broadcasting and Telecommunications Commission is planning a public hearing for June 26 on draft application-licence regulations for TV and radio programme-rating agencies. The regulations are expected to go into effect around August. According to the draft, all rating agencies will have to apply for a seven-year licence. They will be granted in accordance with the Broadcasting Law, which allows foreigners to hold stakes not exceeding 25 per cent. Currently, Nielsen is the favourite rating agency for the broadcasting industry. Pasu Srihiran, executive director of the NBTC's broadcasting policy bureau, said the commission would regulate the rating agencies for fairness in service to all broadcasters. Licensed agencies will have to send their rating standards, including sampling site methods and measurement procedures, to the NBTC for monitoring. Rating agencies will have to pay about 4 per cent of their annual revenue to the commission. This will consist of either 2 per cent of revenue or Bt50,000, whichever is greater, as the licence fee and the same amount as universal service obligation fee. The USO fee will be transferred to the NBTC's research and development fund for developing the telecom and broadcasting industries. The application regulations will cover three types of businesses: TV ratings, direct shopping businesses and SMS voting on TV, and multimedia businesses such as video-on-demand. Regulations for the latter two categories have not yet been drafted. Application regulations are one of the four key regulatory categories planned for the broadcasting industry. The other three deal with terrestrial digital television operations: broadcasting networks, TV channels, and TV facilities.
29-05-2014
Channel 3 can keep running on pay TV for 100 days ( The Nation) THE BROADCASTING regulator says it will allow pay-TV platforms to air Channel 3 analog programmes for another 100 days to ensure broad access to news while the country is in crisis. The broadcasting committee of the National Broadcasting and Telecommunications Commission held an urgent meeting yesterday, two days before the NBTC was due to testify at the Administrative Court after being sued by Bangkok Entertainment over its "must carry" rules. Committee chairman Natee Sukolrat said the analog channels were still important media during this period, so the NBTC board would allow them to be aired on pay TV for another 100 days from May 25. According to the must-carry rule, only digital free TV and analog channels that are simulcast on digital channels can air on pay-TV platforms. Bangkok Entertainment filed its complaint against the NBTC last Friday, and the court called Channel 3 to testify on Tuesday. Since Sunday, people have still been able to watch Channel 3 analog programmes via TrueVisions, CTH and GMM Grammy even though the NBTC said all pay-TV platforms should stop running them. Channel 3 also sent a written warning to TrueVisions last Thursday that it was taking legal action against the NBTC so TrueVisions should not remove the channel from its line-up. In another development, the broadcasting committee yesterday approved 73 new channels for pay-TV platforms to be added to the 274 existing channels. All 73 channels were earlier free-to-air channels without NBTC licences that were barred by the National Council for Peace and Order last week.
29-05-2014
ให้ช่อง3ออนแอร์100วัน (ข่าวสด) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดกสท. วันที่ 28 พ.ค. มีมติอนุมัติพิจารณาขยายเวลาการเป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการ เป็นการทั่วไปของช่องอนาล็อกเดิม อีก 100 วัน เนื่องจากเป็นห้วงเวลาที่ต้องให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารโดยครบถ้วน ซึ่งผลจากมติดังกล่าวทำให้ช่อง 3 ยังสามารถออกอากาศบนโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) ประกอบด้วย ทรูวิชั่นส์ ซีทีเอช และ เคเบิลท้องถิ่น ต่อไปได้อีก 100 วัน จากเดิมที่ช่อง 3 ไม่สามารถออกอากาศบนเพย์ทีวีได้ตั้งแต่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทางช่อง 3 ได้อ้างสิทธิ์ที่ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองและขอคุ้มครองฉุกเฉินตั้งแต่วัน ที่ 22 พ.ค. จึงยังคงออกอากาศ ต่อไปได้จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง อย่าง ไรก็ตาม การขยายเวลาช่องอนาล็อกครั้งนี้ เพราะฟรีทีวีเดิม ถือเป็นช่องทางสำคัญที่จะเข้าถึงการรับชมของประชาชน ดังนั้น กสท. ได้คำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่รวดเร็วมากขึ้น  
28-05-2014
กสท.ให้ช่อง3อนาล็อกออกอากาศได้อีก100วัน (กรุงเทพธุรกิจ) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท.วาระ พิเศษ ซึ่งเป็นมีวาระเร่งด่วน มีมติขยายเวลาการเป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ให้บริการเป็นการทั่วไปของ ช่องอนาล็อกเดิมหรือช่อง 3 ออกไปอีก 100 วัน นับจากวันที่ 25 พ.ค.57 เป็นต้นไป โดยการพิจารณาของ กสท.ได้ คำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วต่อประชาชนทุกคน ที่รวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ช่อง 3 อนาล็อกสามารถออกอากาศได้บนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลแบบบอกรับสมาชิกไปได้ อีก 100 วัน ทั้งนี้เนื่องจากช่อง 3 อนาล็อกเป็นช่องเดียวที่ไม่ยินยอมออกอากาศคู่ขนานกับทีวีดิจิตอล เช่นเดียวกับ ช่อง 5, 7, 9, 11 และไทยพีบีเอส ทั้ง ๆ ที่ช่อง 3 ประมูลทีวีดิจิตอลได้ 3 ช่องจาก 24 ช่อง ทำให้ไม่สามารถรับชมช่อง 3 บนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลแบบบอกรับสมาชิกได้ แต่เพื่อรักษาสิทธิ์ของประชาชน ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ที่อาจมีสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ประชาชนต้องได้รับฟังข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว จึงจำเป็นต้องขยายเวลาให้ช่อง 3 ดังกล่าว นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ผู้ประกอบการช่องรายการแลกโครงข่าย แบบบอกรับสมาชิก 73 รายจากก่อนหน้านี้เปิดไปแล้ว 274 ช่องรายการ สามารถออกอากาศได้ แต่ต้องปฏิบัติคำสั่งตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งขาติ (คสช.) ฉบับ 27/2557 ซึ่งอนุญาตให้ช่องรายการแบบบอกรับสมาชิกออกอากาศได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์ เทนเม้นท์ จำกัด เจ้าของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จะส่งหนังสือถึงบริษัททรูวิชั่น จำกัด ผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิกว่า ห้ามนำช่อง 3 ออกจากโครงข่ายทรูโดยเด็ดขาด เนื่องจากช่อง 3 อยู่ระหว่างการฟ้องร้อง กสทช.ซึ่งศาลปกครองได้นัดไต่สวนในวันที่ 30 พ.ค.57 นี้
27-05-2014
กสทช.จัดแถวทีวี-รายการ (บ้านเมือง) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า กสทช. ได้เชิญผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (เพย์ ทีวี) และแบบไม่บอกรับสมาชิก รวมถึงผู้รับใบอนุญาต 274 ช่องรายการ มารับทราบแนวทางการปฏิบัติตามประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับ 27/2557 และกฎกติกาของ กสทช.อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กสทช.ได้อธิบายและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศ คสช.ฉบับดังกล่าว รวมถึงแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎกติกาด้วย เบื้องต้นจะชี้แจงว่าผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายที่เป็นแบบบอกรับสมาชิกนั้น จะสามารถนำช่องรายการใดออกอากาศได้หรือไม่ โดยปัจจุบันไทยมีช่องรายการโทรทัศน์ 3 ระบบ คือ ฟรีทีวีอนาล็อกเดิม 6 ช่อง ฟรีทีวีดิจิตอล 24 ช่อง และช่องรายการที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.เป็นแบบบอกรับสมาชิก 274 ช่อง ยกเว้นช่องวอยซ์ ทีวี ที่ยังถูกระงับออกอากาศ ส่วนช่องรายการใดที่มีการออกอากาศคู่ขนานก็สามารถรับชมได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหากผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายรายใดไม่ปฏิบัติตามกฎกติกา กสทช. และไม่ปฏิบัติตามประกาศ คสช. นั้น กสทช.จะมีบทลงโทษ โดยเริ่มจากการตักเตือน ถัดมาเป็นสั่งปรับวันละ 500,000 บาท และหนักสุด คือ เพิกถอนใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม ช่องที่จะมีปัญหาเรื่องการออกอากาศ คือช่อง 3 ระบบอนาล็อก เนื่องจากไม่ได้ออกอากาศคู่ขนาน ซึ่งผู้ให้บริการโครงข่ายไม่สามารถนำมาออกอากาศได้ หากนำมาออกอากาศก็จะถูกลงโทษตามคำสั่งของ กสทช.
27-05-2014
ศาล ปค. เลื่อนไต่สวน ช่อง3 ฟ้อง กสทช. เหตุจอดำระบบซีทีเอช-ทรูวิชั่น (แนวหน้า)
27-05-2014
กสท.จัดระเบียบทีวีตามคำสั่งคสช. (ไทยโพสต์) กสทช.เรียกผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีที่ยังไม่แจ้งประเภทเข้าชี้แจง พร้อมให้โครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก 9 ราย มารับฟังคำอธิบายแนวปฏิบัติของโครงข่าย ตามประกาศที่ คสช.กำหนด พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. และรองประธาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า ได้เชิญผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกจำนวน 9 โครงข่าย ได้แก่ ทรูวิชั่นส์, ซีทีเอช, จีเอ็มเอ็ม แซด, ลีเนียร์, เค มาสเตอร์, ดีทีวี, เอ็มเอสเอส, เจริญเคเบิล และทีโอที เพื่อเข้ารับฟังคำอธิบายตามแนวปฏิบัติที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 27 เรื่อง การถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบดิจิตอล และสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาต สัญญา หรือสัมปทานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ ทั้งนี้ เบื้องต้นสามารถออกอากาศได้ คือ ฟรีทีวี 6 ช่องเดิม และ 23 ช่องทีวีดิจิตอล ส่วนช่องรายการประเภทบอกรับสมาชิกนั้น สามารถออกอากาศได้ เฉพาะที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 274 ช่องรายการ อย่างไรก็ตาม ได้เรียกผู้ให้บริการโครงข่ายที่ยังไม่ระบุประเภทชัดเจน ว่าเป็นบอกรับสมาชิก หรือไม่บอกรับสมาชิกอีก 22 โครงข่าย อาทิ พีเอสไอ เข้าชี้แจงและแจ้งว่าเป็นประเภทใด ในวันที่ 27 พ.ค.57 นี้ เนื่องจากผู้ให้บริการโครงข่ายจะต้องเป็นผู้เลือกและแจ้งประเภทของตนต่อ กสทช. เพื่อรายงานรายชื่อเพิ่มเติมต่อ คสช. หากมีโครงข่ายเลือกเป็นแบบบอกรับสมาชิก นอกจากนี้ ยังห้ามโครงข่ายทรูวิชั่นส์ และซีทีเอช ออกอากาศช่อง 3 หลังจากได้สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปตามประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือ มัสต์แครี่ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.57 ที่ผ่านมา ซึ่งหากยังออกอากาศอยู่จะถือว่ามีความผิด ขณะที่ช่อง 3 ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนั้น ก็เป็นสิทธิ์ที่ดำเนินการได้ เพราะ กสท. ก็ได้ดำเนินการตามประกาศที่กำหนดไว้เช่นกัน ด้านนายศึกษิฐ ชลศึกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัททรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทต้องการความชัดเจนจากคำสั่งศาลก่อนในการตัดสินใจออกอากาศ ซึ่งคาดว่าจะมีคำสั่งออกมาภายในวันนี้ (27 พ.ค.).
21-05-2014
NBTC shuts down 3,000 radio stations (The Nation) The National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) has shut down 3,000 unlicensed community radio stations in line with the martial law yesterday. Under the law, the Army ordered some TV and illegal radio stations to stop broadcasting out of a concern that they may spread false information. Takorn Tantasith, NBTC's secretary-general, said the commission and the Army have jointly shut down 2,000 stations that had not been granted a licence and 1,000 new ones. The Army yesterday also ordered at least 11 cable and satellite TV stations to stop broadcasting, pending further notice. The Army also said the networks had to cease work in order to maintain law and order. The channels include the anti-government BlueSky and pro-government Asia Update, while the networks shut down are ASTV, MV5, DNN, Asia Update, BlueSky, UDD, P&P, FourChannel, MFTV and Tnews. As some of these channels are still posting content on their websites, the NBTC will have licensed Internet service providers to take down these sites.
20-05-2014
Pay-TV operators may block Channel 3 to comply with NBTC rules (The Nation) Channel 3's analog broadcasts might be blacked out on pay TV starting on Sunday, the broadcasting regulator said yesterday. On February 3, the broadcasting committee of the National Broadcasting and Telecommunications Commission announced that Channel 3 would not be classified as free TV as defined by the commission after 30 days of digital television. That deadline is Sunday. This is also related to the "must carry" rules of the NBTC that require all TV networks to air the 24 commercial and 12 public-service digital channels. Bangkok Entertainment Co, the operator of Channel 3, immediately reacted yesterday, saying all viewers nationwide could still watch its programmes through a number of set-ups including pay TV after Sunday. It said in its statement that it would broadcast its analog free TV through satellite networks. All networks can relay its signal directly. All TV platforms carry Channel 3, since it is one of the most popular. As a free-TV channel, Channel 3 shows 12 minutes of commercials per hour. Natee Sukolrat, chairman of the broadcasting committee, said Channel 3 had to ask for a new licence for a pay TV service if it wanted to air on pay TV with not more than six minutes of commercials per hour. His comment is in line with the broadcasting committee's resolution yesterday approving a reply to K Master, a satellite TV subsidiary of RS, which had asked about issues regarding Channel 3. Without pay TV, mainly TrueVisions and CTH, about 80 per cent of the 25 million households nationwide can watch Channel 3 after Sunday. According to a media agency, advertising budget planning will not be affected much since most satellite viewers are customers of free-to-air platforms including PSI Holdings Co. All free-to-air platforms can continue broadcasting Channel 3 with 12 minutes of commercials. However, all free-to-air platforms are expected to ask to switch to a pay-TV licence soon in order to join the NBTC's voucher-giveaway campaign for buying digital TVs and set-top boxes. A TrueVisions source said it might drop Channel 3 analog programmes from its platform to respect the NBTC's regulation.
20-05-2014
ห้ามนําช่อง 3 แพร่ภาพผ่านระบบสมาชิก (บ้านเมือง) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. และรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.57 เป็นต้นไป ผู้ที่รับชมช่อง 3 ผ่านกล่องรับสันญาณและดาวเทียม แบบบอกรับสมาชิกทั้งกล่อง ทรู วิชั่นส์, ซีทีเอช และเคเบิลท้องถิ่น จะไม่สามารถรับชมได้ ทั้งนี้ เนื่องจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จะสิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปตาม ประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการทั่วไป หรือมัสต์แครี่ หลังจากวันที่ 25 พ.ค.57 เนื่องจากได้เริ่มต้นมัสต์แครี่มาครบตามกำหนด 30 วัน ที่เริ่มแพร่ภาพออกอากาศในระบบดิจิตอล โดย กสท.ได้ทำหนังสือตอบกลับไปยังบริษัท เค.มาสเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ระดับ ชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้สอบถามเข้ามาในประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะส่งผลให้ผู้ที่รับชมผ่านทรู วิชั่นส์ 2.4 ล้านราย ซีทีเอช 5 แสนราย และเคเบิลท้องถิ่นอีก 300-400 ราย รับชมช่อง 3 ในระบบอะนาล็อกไม่ได้ ส่วนผู้ให้บริการโครงข่ายระบบทีวีดิจิตอล จานดาวเทียม และกล่องทีวีแบบไม่บอกรับสมาชิก อาทิ กล่องซันบอกซ์, กล่องจีเอ็มเอ็ม แซด, ดาวเทียมพีเอสไอ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ให้บริการโครงข่ายเองว่าจะนำช่อง 3 ในระบบเดิมไปออกอากาศหรือไม่ ขณะที่ผู้ชมที่ต้องการชมช่อง 3 ในระบบเดิมยังสามารถรับชมได้ผ่านเสารับสัญญาณภาคพื้นดินประเภทหนวดกุ้ง ก้างปลา และรับชมช่อง 3 ในระบบทีวีดิจิตอลคือ ช่อง 3 แฟมิลี่, ช่อง 3 เอสดี และช่อง 3 เอชดี ผ่านกล่องแปลงสันญาณดิจิตอลในพื้นที่ที่โครงข่ายเข้าถึง ส่วนประเด็นที่หากช่อง 3 ไม่ต้องทำตามกฎมัสต์แครี่แล้ว จะนำสัญญาณจากช่อง 3 ที่เป็นฟรีทีวีเดิมมาออกอากาศและจัดเรียงหมวดหมู่ในกล่องรับสัญญาณของบริษัท เค.มาสเตอร์ ได้หรือไม่นั้น ช่อง 3 สามารถทำได้โดยการขอใบอนุญาตช่องรายการใหม่เพื่อออกอากาศผ่านทีวีบอกรับ สมาชิก ซึ่งมีกฎว่ามีโฆษณาได้สูงสุดไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง ขณะที่อะนาล็อกเดิมนั้นช่อง 3 สามารถมีโฆษณาได้สูงสุด 12 นาทีต่อชั่วโมง
20-05-2014
กล่องเคเบิลทีวีอดดู'ช่อง3' แกรมมี่โอดธุรกิจเพลงซบเซา (ไทยโพสต์) กสท.สั่งห้าม เค.มาสเตอร์ ผู้ให้บริการเครือข่าย เอาช่อง 3 ในระบบอะนาล็อกมาออกอากาศผ่านเคเบิล-ดาวเทียม แบบบอกรับสมาชิก แกรมมี่ดิ้นซบพันธมิตร หลังเจอธุรกิจเพลงขาลง     พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.57 เป็นต้นไป ผู้ที่รับชมช่อง 3 ผ่านกล่องรับสัญญาณและดาวเทียม แบบบอกรับสมาชิก ทั้งกล่อง ทรู วิชั่นส์, ซีทีเอช และเคเบิลท้องถิ่น จะไม่สามารถรับชมได้     ทั้งนี้ เนื่องจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จะสิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปตาม ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการทั่วไป หรือ มัสต์แครี่ หลังจากวันที่ 25 พ.ค.57 นี้ เนื่องจากได้เริ่มต้นมัสต์แครี่มาครบตามกำหนด 30 วัน ที่เริ่มแพร่ภาพออกอากาศในระบบดิจิตอล โดย กสท.ได้ทำหนังสือตอบกลับไปยัง บมจ.เค.มาสเตอร์ ผู้ให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ระดับ ชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้สอบถามเข้ามาในประเด็นดังกล่าว     อย่างไรก็ตาม จะส่งผลให้ผู้ชมที่รับชมผ่านทรู วิชั่นส์ 2.4 ล้านราย ซีทีเอช 5 แสนราย และเคเบิลท้องถิ่นอีก 300-400 ราย รับชมช่อง 3 ในระบบอะนาล็อกไม่ได้ ส่วนผู้ให้บริการโครงข่ายระบบทีวีดิจิตอล จานดาวเทียม และ กล่องทีวีแบบไม่บอกรับสมาชิก อาทิ กล่องซันบอกซ์, กล่องจีเอ็มเอ็ม แซด, ดาวเทียมพีเอสไอ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ให้บริการโครงข่ายเองว่าจะนำช่อง 3 ในระบบเดิมไปออกอากาศหรือไม่ ขณะที่ผู้ชมที่ต้องการชมช่อง 3 ในระบบเดิมยังสามารถรับชมได้ผ่านเสารับสัญญาณภาคพื้นดิน     ส่วนประเด็นที่ หากช่อง 3 ไม่ต้องทำตามกฎมัสต์แครี่แล้ว จะนำสัญญาณจากช่อง 3 ที่เป็นฟรีทีวีเดิมมาออกอากาศและจัดเรียงหมวดหมู่ในกล่องรับสัญญาณของ บริษัท เค. มาสเตอร์ ได้หรือไม่นั้น ช่อง 3 สามารถทำได้โดยการขอใบอนุญาตช่องรายการใหม่เพื่อออกอากาศผ่านทีวีบอกรับ สมาชิก ซึ่งมีกฎว่ามีโฆษณาได้สูงสุดไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง ขณะที่อะนาล็อกเดิมนั้น ช่อง 3 สามารถมีโฆษณาได้สูงสุด 12 นาทีต่อชั่วโมง     ด้านนายกริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจเพลงมีอัตราการเติบโตที่ลดลงหากเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าตลาดเพลงในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2555 ที่มีมูลค่าอยู่ 5,000 ล้านบาท โดยในปีนี้คาดการณ์ว่าภาพรวมของธุรกิจเพลงน่าจะมีมูลค่าเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาทางการเมืองและพฤติกรรม     “ในตอนนี้บริษัทพยายามหาโอกาสในธุรกิจเพลงให้มากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยไม่ได้มีการฟังเพลงกันน้อยลง โดยจะทำการเข้าไปหาผู้บริโภค ด้วยการทำสตรีมมิ่ง การเปิดตัวโมเดลพรีเมียม โดยในส่วนของโมเดลพรีเมียม จะเป็นการหาพันธมิตรมาซื้อพื้นที่สื่อโฆษณา เช่น ในยูทูบ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ดูฟรี ส่วนพรีเมียม  คือ การจ่ายเงินเพื่อรับชมความบันเทิง” นายกริชกล่าว     สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้  จะหันมาทำกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น.
20-05-2014
26พ.ค.ช่อง3จอมืด-งดออกผ่านทรู-ซีทีเอช-เคเบิล (ข่าวสด) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.เป็นต้นไป ผู้ชมที่รับชมช่อง 3 ผ่านทีวีแบบบอกรับสมาชิก คือ กล่องทรู วิชั่นส์, ซีทีเอช และเคเบิลท้องถิ่น จะไม่สามารถรับชมได้ เนื่องจากช่อง 3 สิ้นสุดการเป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์เป็นการทั่วไปตามประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่โทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสต์แครี่) ทั้ง นี้ ส่งผลให้ผู้ชมที่รับชมทรู วิชั่นส์ 2.4 ล้านราย ซีทีเอช 5 แสนราย และเคเบิลท้องถิ่น 300-400 ราย รับชมช่อง 3 ในระบบอนาล็อกไม่ได้ ส่วนผู้ให้บริการโครงข่ายระบบทีวีดิจิตอล จานดาวเทียม และกล่องทีวีแบบไม่บอกรับสมาชิก เช่น ซันบอกซ์ จีเอ็มเอ็มแซด ดาวเทียมพีเอสไอ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ให้บริการโครงข่ายว่าจะนำช่อง 3 ในระบบเดิมไปออกอากาศหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากช่อง 3 ในระบบเดิมต้องการออกอากาศผ่านทีวีแบบบอกรับสมาชิก สามารถทำได้โดยการขอใบอนุญาตช่องรายใหม่เพื่อออกอากาศผ่านทีวีบอกรับสมาชิก ซึ่งมีกฎว่ามีโฆษณาได้สูงสุดไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง (ช.ม.) ขณะที่อนาล็อกเดิมโฆษณาได้สูงสุด 12 นาทีต่อช.ม. ในขณะที่ผู้ชมที่ต้องการชมช่อง 3 ในระบบเดิมยังสามารถรับชมได้ผ่านเสาหนวดกุ้ง ก้างปลา และ 3 ช่องใหม่ในระบบทีวีดิจิตอล คือ ช่อง 3 แฟมิลี่ ช่อง 3 เอสดี และช่อง 3 เอชดี สำหรับมาตรฐานการออกอากาศช่อง 3 ครั้งนี้ เป็นไปตามมติบอร์ดหลังจากบริษัท เค มาสเตอร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายกล่องซันบอกซ์ เครืออาร์เอส สอบถามการให้บริการส่งสัญญาณช่องรายการกรณีีช่อง 3 หลังวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งกสท. จะใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับกล่องทีวีอื่นด้วย
19-05-2014
บอร์ด กสท. ย้ำชัดช่อง 3 ออริจินอล สิ้นสุดการเป็นช่องรายการที่ต้อง Must Carry (ประชาชาติธุรกิจ) พ.อ นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. วันนี้ (19 พ.ค.2557) มีมติให้ทำหนังสือตอบกลับบริษัท เค.มาสเตอร์ จำกัด ที่ได้ส่งมาสอบถามกรณีการให้บริการส่งสัญญาณช่องรายการโทรทัศน์ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ที่ออกอากาศในระบบแอนาล็อก ในฐานะที่บริษัทฯ เป็นผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ โดย กสท. ได้ทำหนังสือตอบกลับดังนี้ 1.ผู้ให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (Must Carry) ได้แก่ ผู้ให้บริการโทรทัศน์ประเภทบริการสาธารณะ ผู้ให้บริการโทรทัศน์ประเภทกิจการทางธุรกิจ และผู้ได้รับใบอนุญาตตามบทเฉพาะกาลแห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ใช้คลื่นความถี่ทุกรายที่ประกอบกิจการโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ในวันที่ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (ประกาศฯ) ใช้บังคับ โดยตามมติที่ประชุม กสท. ครั้งที่ 4/2557 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตตามบทเฉพาะกาลแห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 จะสิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปตามข้อ 8 ของประกาศฯ นับตั้งแต่วันที่เริ่มแพร่ภาพออกอากาศในระบบดิจิทัลแล้ว 30 วัน 2.กรณีที่บริษัทฯ สอบถามว่า หากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศฯ Must Carry แล้ว บริษัทสามารถนำสัญญาณจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในระบบแอนาล็อก มาเผยแพร่และจัดเรียงหมวดหมู่ในกล่องรับสัญญาณที่บริษัทเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายได้หรือไม่นั้น ที่ประชุมกสท. ให้แจ้งว่า การคัดเลือกบริการโทรทัศน์เพื่อเผยแพร่เป็นสิทธิของบริษัทฯที่จะดำเนินการได้ ทั้งนี้ การนำบริการโทรทัศน์ใด ๆ มาออกอากาศผ่านโครงข่ายที่มีเงื่อนไขในการเข้าถึง บริการเหล่านั้นต้องมีลักษณะหรือเงื่อนไขที่สอดคล้องกับการให้บริการโครงข่ายนั้นด้วย สำหรับการเป็นผู้ให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (Must Carry) หมายถึง เป็นช่องรายการพื้นฐานที่ผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีไม่ว่าจะเป็นเคเบิลทีวี หรือทีวีดาวเทียมจะต้องนำไปออกอากาศผ่านระบบของตน
15-05-2014
กทปส.ยืนยันแจกกค.นี้'คูปอง'ซื้อกล่องดูทีวี (แนวหน้า)  
14-05-2014
กสท. คงราคาคูปองทีวีดิจิตอลพันบาท-อ้างราคากล่องต่างประเทศสูงกว่า (RYT9) พ.อ.นที ยันคูปองส่วนลดทีวีดิจิทัล 1,000 บาท เหมาะสมแล้ว ระบุสำรวจราคาราคากล่องเฉลี่ยของไทยถูกที่สุด คาดแจกปลายเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เผยถึงราคาขายปลีกกล่องเซตท็อปบอกซ์ รวมเสารับสัญญาณที่จำหน่ายในประเทศไทยตามที่สำรวจเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พบว่า ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,670-1,680 บาท ขณะที่สิงคโปร์อยู่ที่ 3,400 บาท ด้านรัสเซีย อังกฤษ ยังมีราคาขายสูงกว่าไทย หากเทียบกับราคาในต่างประเทศ ที่ใช้มาตรฐานในระบบ DVB-T2 เหมือนกัน จึงไม่สามารถดำเนินการตามที่เครือข่ายผู้บริโภค เรียกร้องให้ลดราคาคูปองลงจากระดับ 1,000 บาทได้ และเห็นว่ามูลค่าดังกล่าวเหมาะสมแล้ว ส่วนวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ จะมีการประชุมพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจาย เสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) เรื่องงบประมาณ 900 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับดำเนินกระบวนการเรื่องของคูปองทั้งหมด แบ่งเป็นงบประมาณในการวางระบบการบริหารจัดการข้อมูล หรือ ซอฟต์แวร์ราว 300 ล้านบาท การจัดพิมพ์คูปองราว 300 ล้านบาท และการจัดส่งทางจดหมายลงทะเบียนถึงทุกครัวเรือนไทย 22 ล้านครัวเรือน ตามทะเบียนราษฎร โดยบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ราว 300 ล้านบาท เป็นงบประมาณจากการประมูลทีวีดิจิตอล ที่เป็นคนละส่วนกับเงินสนับสนุนการแจกคูปอง หากกระบวนการทั้งหมดทำได้เร็ว จะสามารถสรุปผลทั้งหมดในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ จากนั้นจะนำวาระเข้าสู่บอร์ดกสทช. เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป และคาดว่าการแจกคูปองให้แก่ประชาชน อย่างช้าที่สุด จะเริ่มไตรมาส 3 ปีนี้ หรือราวปลายเดือนกรกฎาคม ถึงต้นเดือนสิงหาคม
14-05-2014
ชี้เซ็ตท็อปบ็อกซ์ไทยถูก (ข่าวสด) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้นำเสนอรายละเอียดของราคาเครื่องรับชมสัญญาณ (เซ็ต ท็อป บ็อกซ์) และเสารับสัญญาณ ในท้องตลาดมายังคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท. และให้สำนักงาน กสทช.ร่างเป็นหนังสือนำเข้าที่ประชุมบอร์ดกสท. ในวันที่ 19 พ.ค. เพื่อให้ทาง กสท.เสนอต่อคณะกรรมการกลางศึกษาราคาเซ็ต ท็อป บ็อกซ์ ก่อนจะนำส่งให้ทางบอร์ดกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) พิจารณาในวันที่ 27 พ.ค.นี้ "สำนักงาน กสทช.นำเสนอราคาเซ็ต ท็อป บ็อกซ์ และเสาอยู่ที่ 1,670-1,680 บาท เป็นราคาขายปลีกในไทย เมื่อเทียบกับราคาขายปลีกที่ไปศึกษาในประเทศต่างๆ พบว่าราคาเซ็ต ท็อป บ็อกซ์ ในสิงคโปร์อยู่ที่ 3,400 บาท รัสเซีย 2,500 บาท และอังกฤษ 50-60 ยูโร หรือ 2,250-2,700 บาท ซึ่งในไทยถือว่าราคาต่ำที่สุด และไทยเป็นประเทศแรกที่ออกอากาศในระบบดีวีบี-ที 2 เชื่อว่าจะช่วยดึงราคาเซ็ต ท็อป บ็อกซ์ให้ถูกลงได้ ดังนั้น บอร์ด กสท.ไม่เห็นด้วยกับราคาคูปองที่องค์กรเครือข่ายผู้บริโภคต้องการให้ลดลง เหลือ 512 บาท โดยเปรียบเทียบราคากับประเทศอื่น เนื่องจากการออกอากาศของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ อังกฤษ และเกาหลีเป็นคนละระบบกับไทย" พ.อ.นทีกล่าว
14-05-2014
กสทช.ยันแจกคูปองแน่ (ข่าวสด) นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุน วิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เปิดเผยว่า ตอนนี้ประชาชนมีความกังวล และสับสนเกี่ยวกับเรื่องการแจกคูปอง เซ็ตท็อปบ็อกซ์ ตนขอยืนยันว่าจะมีการแจกคูปองให้เพื่อนำไปแลกซื้อเซ็ตท็อปบ็อกซ์และอุปกรณ์ ที่ช่วยในการรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลแน่นอน ทั้งนี้ กทปส. เตรียมเร่งพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินการจัดทำวางระบบ จัดทำฐานข้อมูลและบริการเพื่อการบริหารจัดการหน่วยตรวจสอบและขึ้นคูปองไป ก่อนระหว่างรอการพิจารณาเรื่องมูลค่าคูปอง ในวันที่ 20 พ.ค. 2557 นี้ และจะพิจารณาเรื่องมูลค่าคูปองในวันที่ 27 พ.ค. 2557 สำหรับ ประเด็นเรื่องการใช้คูปองว่าจะครอบคลุมกับการใช้แลกกล่องดาวเทียมได้หรือไม่ และประเด็นที่มีหลายฝ่ายเสนอให้นำโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไป สู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ "ขอยืนยันอีกครั้งว่าจะมีการแจกคูปองเพื่อนำไปแลก ซื้อเซ็ต ท็อปบ็อกซ์ให้กับประชาชน 22 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 1 ใบ แน่นอน และจะพยายามให้ทันตามกำหนดเดิมที่จะแจกคูปองในเดือนก.ค. 2557 หรือหากล่าช้าไปคงไม่เกินเดือนส.ค."นายฐากรกล่าว  
14-05-2014
กสทช.เร่งสรุปคูปองทีวีดิจิทัล แจก 25 ล้านใบขยับเวลาไป ส.ค. (ประชาชาติธุรกิจ) ลุ้นมูลค่าคูปองดิจิทัลต่ออีก 2 สัปดาห์ หลังองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคชี้เปิดช่องให้ผู้ผลิตหากำไรเกินไป เผย "กทปส." ตีกรอบคูปองไม่เกิน 1,000 บาท/ครัวเรือน ฟาก "กสทช." เตรียมร่าง TOR จัดซื้อจัดจ้างวางระบบซัพพอร์ตกระบวนการ ตั้งเป้าแจก 25 ล้านใบ "กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-สงขลา-โคราช" ได้ประเดิมก่อน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหาร กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กทปส. วาระพิเศษ (6 พ.ค. 2557) มีมติเห็นชอบให้นำเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่องบริการธุรกิจมาใช้ในโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับ ชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลโดยจัดพิมพ์เป็นคูปองส่วนลดแจกให้ประชาชน นำไปใช้ลดราคาอุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ แต่อีก 2 สัปดาห์จึงจะสรุปมูลค่าคูปอง หลังจากข้อเสนอ 1,000 บาทต่อครัวเรือนที่ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ยื่นเข้าที่ประชุมได้รับการท้วงติงจากคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน โดยระบุว่า กล่องแปลงสัญญาณ (Set-Top-Box) ทีวีดิจิทัลรวมกับเสาอากาศ ตั้งราคาที่ 512 บาทก็ยังมีกำไร ดังนั้นเพื่อความเท่าเทียมในการกำหนดราคาคูปอง คณะกรรมการ กทปส.จึงให้ทางฝั่งคุ้มครองผู้บริโภคส่งข้อมูลมาให้ใหม่ภายใน 2 สัปดาห์ เนื่องจากข้อมูลอ้างอิงเดิมเป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่า ไม่ใช่ DVB-T2 ที่ทันสมัยกว่าและใช้ในระบบทีวีดิจิทัลปัจจุบัน พร้อมกันนี้ กทปส.ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องราคาคูปองโดยเฉพาะ ประกอบด้วยนายพนา ทองมีอาคม เป็นประธาน นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ ผู้แทนจากสภาพัฒน์ และนายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการเนคเทค เป็นกรรมการ "วิธีการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน กทปส.ยังยืนยันว่า จะแจกเป็นคูปอง เพราะถ้าให้ กสทช.ไปจัดซื้อกล่องมาแจกตามที่ฝั่งองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคเสนอต้องใช้เวลานาน ที่สำคัญการแจกคูปองนั้นโปร่งใสที่สุดแล้ว ขอเวลาอีก 2 สัปดาห์ ราคาคูปองน่าจะออกมาได้แล้ว เบื้องต้นจะไม่เกินครัวเรือนละ 1,000 บาท หลังจากนั้นจะนำเข้าที่ประชุม กสทช. ซึ่งคงต้องจัดประชุมวาระพิเศษขึ้นเพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ" พร้อมส่งประเด็นที่มีการท้วงติงว่า การแจกคูปองมูลค่าสูงกว่า 690 บาทต่อครัวเรือน จะขัดต่อหลักเกณฑ์ในการประมูลทีวีดิจิทัล เพราะใช้เงินเกินกว่ามูลค่าคลื่นขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท และเงื่อนไขที่ให้ใช้ซื้อกล่องรับสัญญาณเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมได้ ทั้งที่ไม่สามารถดู 12 ช่องชุมชนได้ จะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ในระดับชาติและท้องถิ่น ให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายของ กสทช.พิจารณาและส่งข้อสรุปกลับมาภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนการจะให้เปิดประชาพิจารณ์มูลค่าคูปองที่เหมาะสมจะทำให้กระบวนการแจกคูปองล่าช้าไปอีก โดย กสทช.จะเริ่มให้ไปรษณีย์ไทยแจกคูปองตามทะเบียนราษฎรที่โครงข่ายทีวีดิจิทัลครอบคลุมไปถึงตั้งแต่ช่วงต้น ก.ค. เพื่อให้ทันงาน NBTC Expo ในวันที่ 17-20 ก.ค. ซึ่งภายในงานจะรวมเครื่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลทุกรูปแบบเอาไว้ เพื่อให้ผู้บริโภคที่มีคูปองนำไปแลกซื้อได้ทันที โดยกรุงเทพฯ, เชียงใหม่, สงขลา และนครราชสีมาจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับแจก ขณะที่อายุการใช้งานคูปองจะอยู่ที่ 6 เดือน หลังได้รับแจก สำหรับอุปกรณ์ที่จะใช้คูปองเป็นส่วนลดได้ คือ Set-Top-Box ทีวีดิจิทัล กับเสาอากาศภายในอาคารแบบมีภาคขยาย (Active Antenna), โทรทัศน์ที่มีเครื่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลในตัว และกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีแบบความละเอียดสูง (HD) ที่เป็นกล่องแบบบอกรับสมาชิก มี 36 ช่องแรกเป็นช่องดิจิทัลตามที่ กสทช.กำหนด และขายขาดให้ผู้บริโภค เพื่อให้ยังดู 36 ช่องทีวีดิจิทัลได้แม้ไม่จ่ายค่าบริการรายเดือนแล้ว ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้คูปองซื้อได้ต้องรับประกันเครื่อง 3 ปี (เครื่องเสียเปลี่ยนใหม่ทันที) "ผู้บริโภคจะนำคูปองพร้อมบัตรประชาชนตัวจริงไปซื้ออุปกรณ์ได้ที่ร้านค้าในเครือข่ายของกสทช.ทางร้านจะยิงบาร์โค้ดบนคูปอง เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ ฝั่งร้านค้าไม่ต้องลงทุนเซิร์ฟเวอร์ ทาง กสทช.จะลงทุนระบบทั้งหมด แค่มีคอมพิวเตอร์ไว้เชื่อมต่อกับระบบ แล้วมาลงทะเบียนกับ กสทช. แค่นี้ก็จะเป็นร้านค้าที่อยู่ในเครือข่ายที่ประชาชนจะนำคูปองไปใช้ได้" จากนี้ กสทช.จะเริ่มดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับกระบวนการแจกคูปอง ได้แก่ การจ้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการจัดพิมพ์คูปองทั้งหมด 25 ล้านใบ จากจำนวนครัวเรือน 21.8 ล้านครัวเรือน เนื่องจากเผื่อไว้ที่อาจเพิ่มขึ้นเร็ว และการจ้างบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อส่งคูปองถึงบ้านประชาชน การวางระบบฐานข้อมูลเชื่อมระหว่างร้านค้าเครือข่าย-กสทช.-กระทรวงมหาดไทย-ธนาคารกรุงไทย เพื่อป้องกันการทุจริตต่าง ๆ โดยงบประมาณทั้งหมดจะใช้เงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัลช่องธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการแจกคูปองอาจล่าช้าออกไปถึงเดือน ส.ค.ก็เป็นได้ เพราะต้องใช้เวลาจัดทำระบบ 2-3 เดือน  
13-05-2014
กสท.ชี้กล่องทีวีดิจิตอลในไทยถูกสุด (แนวหน้า) พันเอกนที  ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าที่ประชุมบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2557ที่ผ่านมา ที่ประชุมไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการแจกคูปองในโครงการสนับสนุนประชาชนใน การเปลี่ยนผ่าน ไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล  โดยล่าสุดอยู่ระหว่างกระบวนการการพิจารณาของ กองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)                   ทั้ง นี้สำนักงานกสทช.ยังได้นำเสนอราคาขายเฉลี่ยของกล่องรับสัญญาณในระบบดิจิตอล พร้อมเสาในปัจจุบันประเทศไทย แบบขายปลีก ซึ่งมีราคาประมาณ 1,670-1,680  ส่วนราคาในต่างประเทศ อาทิ ประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีราคาประมาณ 3,400 บาท  ประเทศรัสเซียราคาประมาณ 2,500 บาท และประเทศอังกฤษ ราคาประมาณ 50-60 ปอนด์หรือราว 2,700 บาท                     “ราคา เฉลี่ยในประเทศไทยสำหรับกล่องทีวีดิจิตอลถือว่าเป็นราคาถูกที่สุดแล้วหาก เปรียบเทียบกับราคาในต่างประเทศที่ใช้มาตรฐานในระบบ DVB T2อย่างเต็มรูปแบบ”                 ขณะเดียวกันนาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)กล่าวว่า  ได้ส่งหนังสือให้คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาค ประชาชนไปศึกษารายละเอียด ที่มาของราคากล่องที่เสนอว่า ราคาที่อยู่ที่เ 512 บาทอีกครั้งโดยทั้งหมดนี้ต้องได้ข้อสรุปทันประชุม กทปส.ในวันที่  27 พ.ค.2557 นี้ 
13-05-2014
คูปองทีวีดิจิตอลไม่จบ กสทช.เร่งเทียบราคา (ไทยโพสต์) สำนักงาน กสทช. เสนอราคาเฉลี่ยกล่องเซตท็อปบ็อกซ์พร้อมเสารับสัญญาณที่ 1,600 บาท ให้กองทุนฯ ประกอบการพิจารณามูลค่าคูปอง คู่ขนานกับข้อเสนอขององค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค     พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในส่วนสำนักงาน กสทช.นั้น หลังจากที่กองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ  กทปส.ให้สำนักงาน กสทช.ไปวิเคราะห์ราคากล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิตอลหรือเซตท็อปบ็อกซ์ เพื่อนำมาเปรียบเทียบพิจารณาในการคิดมูลค่าคูปองเงินสดส่วนลดเพื่อสนับสนุน อุปกรณ์ดิจิตอล คู่ขนานกับคณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน ที่เสนอเข้ามาก่อนหน้านี้     ทั้งนี้ สำนักงานฯ ได้เสนอราคาเฉลี่ยขายปลีกปัจจุบันตามตลาดของกล่องเซตท็อปบ็อกซ์พร้อมเสารับ สัญญาณที่ประมาณ 1,670-1,680 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ราคาประมาณ 3,400 บาท รัสเซีย  ราคาประมาณ 2,500 บาท และอังกฤษ ราคาประมาณ 2,700 บาท ส่วนที่ประชุม กสท.ไม่ได้มีวาระพิจารณาเรื่องคูปอง     สำหรับที่ประชุม กสท.ได้พิจารณาอนุญาตโครงข่ายที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ (ดาวเทียม เคเบิล) จำนวน 6 ราย แบ่งเป็นระดับชาติ 5 ราย ได้แก่ บริษัท ไทยแซทเทิลไลท์ จำกัด, บริษัท แชมป์ ไอที โมบาย จำกัด, บริษัท เซิรทซ์เอ็นเตอร์เทนเม็นต์ จำกัด, บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซด จำกัด และบริษัท ดราโก้ จำกัด ส่วนระดับท้องถิ่น 1 ราย คือ บริษัท เคเบิลเพชรบูรณ์ และได้อนุญาตช่องรายการเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม รายใหม่อายุใบอนุญาต 1 ปี จำนวน 3 ช่องรายการ พร้อมกับต่ออายุใบอนุญาต 2 ปี จำนวน 5 ช่องรายการ รวมทั้งให้คณะอนุกรรมคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณา 4 ช่องรายการ ที่มีการร้องเรียนเข้ามาภายใน 30 วัน เพื่อนำมาเสนอต่อ กสท.อีกครั้ง.
13-05-2014
กสท.ยืนราคาคูปอง1,000บาทชงกองทุนเคาะ (กรุงเทพธุรกิจ) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าที่ประชุมบอร์ดกสท.วานนี้(12 พ.ค.)ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องมูลค่า"คูปอง" ส่วนลดสำหรับซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล เนื่องจาก บอร์ด กสท. เห็นชอบเสนอราคาที่มูลค่าคูปองละ 1,000 บาท และส่งต่อขั้นตอนการพิจารณาไปยัง คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) และบอร์ดใหญ่ กสทช.แล้ว โดยบอร์ด กองทุน กทปส. มีกำหนดจะพิจารณาวาระมูลค่าคูปองทีวีดิจิทัลในวันที่ 27 พ.ค.นี้ นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช.ยัง ได้นำเสนอราคาเฉลี่ย กล่องรับสัญญาณ(set top box) ระบบดิจิทัล DVB-T2 พร้อมเสาอากาศที่จำหน่ายในไทย ณ วันที่ 7 พ.ค.2557 ราคาขายปลีกอยู่ที่ 1,670-1,680 บาท ส่วนราคาในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มีราคา 3,400 บาท,รัสเซีย ประมาณ 2,500 บาท และประเทศอังกฤษ ราคาประมาณ 2,700 บาท "ราคาเฉลี่ยกล่องทีวีดิจิทัล ในไทยถือว่าเป็นถูกที่สุด หากเทียบกับราคาในต่างประเทศ ที่ใช้มาตรฐานในระบบ DVB-T2 เหมือนกัน จึงไม่สามารถดำเนินการตามที่เครือข่ายผู้บริโภคฯ เรียกร้องให้ลดราคาคูปองลงได้ และเห็นว่ามูลค่า คูปอง 1,000 บาทเหมาะสมแล้ว" นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ด กสท.เห็น ชอบให้ใบอนุญาตโครงข่ายกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้ คลื่นความถี่ เพิ่มอีก 6 ใบอนุญาต สำหรับดำเนินโครงข่ายทีวีดาวเทียม อายุ 15 ปี แบ่งเป็นใบอนุญาตระดับชาติ 5 ราย ได้แก่ บริษัท ไทยแซทเทิลไลท์ทีวี จำกัด 2.บริษัท แชมป์ไอที โมบายล์ จำกัด 3.บริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด 4.บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด 5.บริษัท ดราโก้ 2009 จำกัด และระดับท้องถิ่นอีก 1 ราย คือบริษัท ดิจิตอล โกลบอล เพชรบูรณ์ จำกัด สำหรับดำเนินโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ใน ฐานะกรรมการและเลขานุการ กองทุน กทปส. กล่าวว่าในวันที่ 20 พ.ค.นี้ กองทุน กทปส. จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องงบประมาณ 900 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการดำเนินกระบวนการเรื่องของคูปองทั้งหมด ซึ่งแบ่งเป็นงบประมาณในการวางระบบการบริหารจัดการข้อมูล หรือซอฟต์แวร์ราว 300 ล้านบาท การจัดพิมพ์คูปองราว 300 ล้านบาท และการจัดส่งโดยจดหมายลงทะเบียนถึงทุกครัวเรือนไทย 22 ล้านครัวเรือน ตามทะเบียนราษฎร โดยบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด จำนวนราว 300 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณจากการประมูลทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินสนับสนุนการแจกคูปอง หากกระบวนการทั้งหมดทำได้เร็ว จะสามารถสรุปผลทั้งหมดในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ทั้งราคาคูปอง และข้อกฎหมาย ซึ่งมองว่าไม่น่าจะมีปัญหาด้านกฎหมาย หลังจากกองทุนฯ ได้ข้อสรุปและมีมติแล้ว จะนำวาระเข้าสู่บอร์ดกสทช.ทันที เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป "คาดว่าการแจกคูปองให้แก่ประชาชน อย่างช้าที่สุด จะเริ่มไตรมาสสามปีนี้ ราวปลายเดือน ก.ค. หรือต้นเดือน ส.ค. นี้" นายฐากร กล่าว
12-05-2014
ส่องแผนแจก'คูปอง'ทีวีดิจิทัล (กรุงเทพธุรกิจ)
12-05-2014
Fund to consider budget for vouchers for set-top boxes (The Nation) The Broadcasting and Telecommunications Research and Development Fund for the Public Interest will consider on May 20 whether to grant a Bt900-million budget to the Broadcasting Committee for giving away vouchers to households to buy a terrestrial digital TV set-top box. Secretary-general Takorn Tantasith said recently that the committee had requested Bt900 million, of which Bt300 million would be used to hire the Government Lottery Office to print about 25 million vouchers and Bt300 million to hire Thailand Post Co to mail the vouchers to households. The remaining Bt300 million would be used to develop IT systems to facilitate voucher distribution, including a system to register suppliers of the set-top boxes and retailers eligible to join the voucher scheme. The committee also needs to install an information-technology system to keep up to date on the voucher distribution and the redemption of the coupons by retailers. The fund wants to see the committee giving away the vouchers in July. Natee Sukonrat, chairman of the Broadcasting Committee, has said that after the end of this month the committee might take three more months to finish installing all the required IT systems. This means it might not be able to start the voucher distribution in July as intended by the committee. The Broadcasting Committee has proposed Bt1,000 as the value of the vouchers. Last week the fund considered this proposal but declined to give its approval after consumer groups questioned whether the value was too high. The fund then assigned a committee to study the values before submitting them for its consideration on May 27, when it will make a final decision on the value. The National Broadcasting and Telecommunications Commission plans to give vouchers to 11 million households this year, or about half of the households that own television sets. They have four purchase options - a digital set-top box plus compatible antenna, cable set-top box that can also receive terrestrial digital broadcasts, satellite TV set-top box with the same compatibility or a TV set with a built-in digital receiver.
12-05-2014
NBTC in defence of voucher plan (Bangkok Post)
08-05-2014
กสท.แจกคูปองทีวีดิจิทัลไม่ทันก.ค. (โพสต์ทูเดย์)  
08-05-2014
เลื่อนแจกคูปองทีวีดิจิตอลสามารถรุกธุรกิจขายกล่อง (ไทยโพสต์)   กสท.เผยแจกคูปองอาจล่าช้า จากกรอบเดิม 2-3 เดือน "สามารถ" รุกตลาดดิจิตอลทีวี     พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า กรอบเวลาที่จะแจกคูปองเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการรับชมสู่ทีวีดิจิตอล อาจไม่ทันเดือน ก.ค. ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากต้องรอให้คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ประชุมในวันที่ 27 พ.ค.57 นี้ ทั้งนี้ หลังจาก กทปส.ประชุมแล้ว ยังต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.เพื่ออนุมัติ หลังจากนั้นจึงจะเริ่มดำเนินการติดตั้งซอฟต์แวร์ ที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งทำให้การแจกคูปองไม่ทันเดือน ก.ค.     ด้านนายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บจม.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า การรุกตลาดอุปกรณ์ทีวีดิจิตอลจะสร้างรายได้กว่า 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นชุดเสาอากาศและ set top box ที่ 2,000 ล้านบาท และมาจากมือถือไอ-โมบาย ทีวีดิจิตอลซึ่งเป็นแบรนด์แรกของโลกอีก 6,000 ล้านบาท และจะสามารถพิชิตเป้ารายได้รวมของกลุ่มบริษัทสามารถในปี 2557 ได้ถึง 30% หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนของคูปองของ กสทช.สำหรับแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล กลุ่มบริษัทสามารถก็พร้อมเตรียมแลกคูปองดังกล่าวและทำตามข้อเงื่อนไขต่างๆ และในส่วนของกรมสรรพสามิต หากมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มจากกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลและทีวีดิจิตอลเอง กลุ่มบริษัทก็มองว่าอาจมีการปรับราคากล่องรับสัญญาณเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ภาระตกไปอยู่ที่ผู้บริโภคที่ต้องจ่ายในราคาที่สูงขึ้น.
07-05-2014
ยื้อเคาะราคาคูปองทีวีดิจิตอล (ไทยโพสต์) กทปส.ยื้อราคาคูปอง ตีกลับข้อสรุปราคาคูปองดิจิตอลมูลค่า 1,000 บาทมาใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้เครือข่ายองค์กรอิสระเพื่อผู้บริโภคส่งข้อมูลอ้างอิง พร้อมฟันธงได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์นี้     นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ยังไม่มีข้อสรุปมูลค่าคูปองส่วนลดสำหรับนำไปซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอล เนื่องจากยังมีความเห็นต่างกันในเรื่องราคา อีกทั้งคณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน ได้เสนอราคาเข้ามาก่อนหน้านี้ 512 บาท โดยแย้งว่าราคา 1,000 บาท ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เสนอเข้ามานั้นจะทำให้ราคากล่องเซตท็อปบ็อกซ์ในตลาดจะมีราคาสูงขึ้น     ทั้งนี้ ได้ให้ กสท.กลับไปทำรายละเอียดที่มาของมูลค่าคูปอง 1,000 บาท มาอีกครั้ง เพื่อนำมาพิจารณาคู่ขนานกับข้อมูลที่คณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้ บริโภคภาคประชาชนเสนอมา โดย กทปส.จะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์     นอกจากนี้ ที่ประชุม กทปส.ให้พิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งให้ฝ่ายกฎหมายของ กสทช.พิจารณาว่า การดำเนินการของคณะกรรมการ กสท. ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 47 หรือไม่ ตามที่คณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนได้เสนอแย้ง เข้ามาว่า มติของ กสท.ในการแจกคูปองสำหรับกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ซึ่งสามารถดูได้ 36 ช่องเท่านั้น จาก 48 ช่อง ทำให้เป็นภาระของประชาชน และขัดต่อกฎหมาย     ส่วนการแจกจ่ายคูปองให้ถึงมือประชาชนรอบแรกตามการขยายและการครอบคลุมของโครง ข่ายการรับชมทีวีดิจิตอลก่อนวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ และจะแจกจ่ายให้ครบประมาณ 11.4 ล้านครัวเรือน ภายในสิ้นปี 2557 นี้ ก่อนดำเนินการในระยะต่อไปให้ครบทั่วประเทศ 25 ครัวเรือน.
06-05-2014
เคาะแล้ว!ราคาตั้งต้นประมูล'ทีวีดิจิตอล' (คมชัดลึก) 7 พ.ค. 56  พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยผลประชุมบอร์ด กสท.ว่า มีมติเห็นชอบผลการศึกษาการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (ทีวีดิจิตอล)  ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าคลื่นฯ ภายใต้โมเดล Business Plan คือพิจารณาจากแผนธุรกิจทีวี และคาดการณ์จำนวนผู้เข้าประมูล มาคำนวณเป็นราคาประเมินมูลค่าคลื่น                          ทั้งนี้ เห็นชอบราคาประเมินคลื่นเป็นตัวเลขเดียวกับราคาตั้งต้นประมูลทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ประกอบด้วย ช่องรายการความคมชัดมาตรฐาน (standard definition :SD) และช่องรายการความคมชัดสูง (high definition :HD) แบ่งเป็น ช่องเด็กเอสดี 3 ช่อง, ข่าวเอสดี 7 ช่อง, วาไรตี้เอสดี 7 ช่อง และเอชดี 7 ช่อง ส่วนกำหนดราคาตั้งต้นประมูล ช่องเด็กเอสดี ราคา 140 ล้านบาท, ช่องข่าวเอสดี 220  ล้านบาท, ช่องวาไรตี้ เอสดี 380 ล้านบาท และช่องเอชดี 1,510 ล้านบาท โดยปรับเพิ่มตัวเลขเล็กน้อยจากราคาประเมินที่คณะที่ปรึกษาเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ เสนอมา โดยจะพิจารณาวิธีการประมูลในการประชุมบอร์ด กสท.วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคมนี้                           อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. ได้เสนอวิธีการเพิ่มเงินในการประมูล แบ่งรายประเภทช่อง ประกอบด้วย ช่องเด็ก เพิ่มครั้งละ 1ล้านบาท, ช่องข่าว ครั้งละ 2  ล้านบาท, ช่องวาไรตี้ ครั้งละ 5 ล้านบาท และช่องเอชดี ครั้งละ 10 ล้านบาท รวมทั้งวิธีการประมูลอื่นๆ ซึ่งการประมูลจะแบ่งออกเป็น 4 ครั้ง ตามประเภทช่องคือ ช่องเด็ก, ข่าว, วาไรตี้ และเอชดี โดยกำหนดเลขช่องทีวี ประเภทธุรกิจต่อจากทีวีดิจิตอลสาธารณะ จำนวน 12 ช่อง คือ ช่องเด็ก ลำดับที่ 13-15, ช่องข่าว ลำดับที่ 16-22, ช่องวาไรตี้ ลำดับที่ 23-29 และช่องเอชดี ลำดับที่ 30-36 ทั้งนี้ หากจำนวนผู้เข้าประมูลรายประเภท มีเท่ากับจำนวนช่องที่จะประมูล คณะกรรมการอาจจะพิจารณายกเลิกการประมูล โดยขยายเวลาให้ผู้สนใจมาเสนอตัวประมูลเพิ่ม ส่วนกรอบเวลาการประมูลคือเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้                          "ราคาตั้งต้นประมูลรวมเป็นรายได้ราคาประเมินคลื่น 15,190 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นมูลค่าที่นำไปสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ด้วยการสนับสนุน "คูปอง" ให้ 22 ล้านครัวเรือนไทยทั่วประเทศ เบื้องต้นเฉลี่ยได้รับครัวเรือนละ 690 บาท เพื่อนำไปเป็นส่วนลดซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ดิจิตอล หรือกล่องรับสัญญาณ (set top box) ติดตั้งกับจอทีวีเดิม เพื่อรับชมช่องทีวีดิจิตอล"  
05-05-2014
กะเทาะปมปัญหา"ทีวีดิจิตอล" "นที ศุกลรัตน์" มั่นใจ 3 เดือนทุกอย่างเข้าระบบ (ไทยรัฐ) เริ่มต้นนับ 1 ใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลกันไปเรียบร้อย เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2557 ที่ผ่านมา นับจากนี้ไปอีก 15 ปี ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทั้งหมดจะได้สิทธิในการใช้คลื่นความถี่ออกอากาศ ประกอบกิจการ จนกว่าใบอนุญาตจะหมดอายุในวันที่ 24 เม.ย.2572 โดยเท่าเทียมกัน ถึงขณะนี้ ช่องทีวีดิจิตอลธุรกิจ 24 ช่อง ส่วนใหญ่ออกอากาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บางรายออกอากาศครึ่งวัน บางรายออกเต็มผัง บางรายเอารายการเก่ามาเวียนเทียนใหม่ หลายรายออกอากาศซ้ำไปซ้ำมา แต่ไม่ว่าแต่ละช่องจะมีกลยุทธ์เช่นไร เวลา แห่งการหารายได้ของพวกเขาเหล่านั้น เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังจากที่ได้ทุ่มเทเงินลงทุนกันไปเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งจากการประมูลใบอนุญาต และการลงทุนด้านอุปกรณ์ บุคลากรต่างๆ ขณะที่การเปลี่ยนผ่านจากระบบทีวีอนาล็อกเข้าสู่ระบบดิจิตอล ก็ยังมีความขลุกขลัก สับสน ทั้งจากมุมของผู้บริโภค รวมทั้งผู้ประกอบการ วันนี้ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจาย-เสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จึงจะมาไขข้อข้องใจในประเด็นปัญหาสุดฮอตเหล่านี้...อีกครั้ง... ถาม : ประเมินผลทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอลอย่างไร ตอบ : การทดลองออกอากาศในระหว่างวันที่ 1-24 เม.ย.2557 ที่ผ่านมา ถือว่าน่าพอใจ แต่ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีขนาดใหญ่และมีผลกระทบต่อประชาชน จำนวนมากเช่นนี้ ย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอ เราได้รับการร้องเรียนพอสมควร ผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1200 รวมทั้งช่องทางออนไลน์ โซเชียลมีเดียอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความสับสนจากการเรียงช่องใหม่ ปัญหาการรับชมภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาทางเทคนิค เกิดขึ้นในช่วงการทดลองที่การออกอากาศยังไม่มีความเสถียร บางช่องมีเสียง ไม่มีเสียง ภาพไม่ชัดบ้างในบางช่อง เป็นต้น แต่ละปัญหาแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และแต่ละโครงข่าย ซึ่งผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน (MUX) และผ่านโครงข่ายดาวเทียม กำลังเร่งแก้ไขปัญหา ความจริงแล้ว ตามแผนเดิม กสท.ได้กำหนดเวลาทดลองออกอากาศไว้ 3 เดือน แต่มีเสียงท้วงติงว่า อาจเป็นการขยายเวลา ดึงรั้งการออกใบอนุญาตออกไป ทำให้บอร์ดต้องหารือเรื่องนี้กันหลายรอบ ที่สุดก็เห็นพ้องว่าควรกำหนดเวลาทดลองออกอากาศระหว่างวันที่ 1-24 เม.ย.2557 เท่านั้น วันที่ 25 เม.ย.2557 ที่ผ่านมา จึงนับเป็นวันเริ่มต้นนับหนึ่งการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลระยะ เวลา 15 ปี โดยผู้ประกอบการประเภทธุรกิจ 24 ช่อง จะได้สิทธิออกอากาศไปจนสิ้นสุดวันที่ 24 เม.ย.2572 โดยเท่าเทียมกัน “ในช่วงทดลองออกอากาศและช่วงเริ่มต้น เราไม่ได้ต้องการให้มีจำนวนผู้ชมมากนัก เพราะโครงข่ายยังไม่มีความพร้อม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการขออนุญาตนำเข้ากล่องรับสัญญาณ (เซ็ตท็อป บ๊อกซ์) หรือกล่องทีวีดิจิตอล มากกว่า 1 ล้านกล่อง แต่มีการใช้งานประมาณ 100,000 กล่อง ถือเป็นยอดผู้ชมที่พอเหมาะ” ถาม : มีแนวทางแก้ไขความสับสนในการเรียงเลขช่องใหม่อย่างไร ตอบ : ความสับสนเกิดขึ้นกับผู้ชมที่รับชมผ่านระบบดาวเทียมและเคเบิลเป็นหลัก ซึ่งเลขช่องทีวีดิจิตอลจะเริ่มจากช่อง 11-46 คือบวกเพิ่มไป 10 ช่อง แทนที่จะอยู่ระหว่างหมายเลข 1-36 (ช่อง 1-12 เป็นช่องสาธารณะ ส่วนช่อง 13-36 เป็นช่องธุรกิจ) ขณะที่ช่องเดิมระบบอนาล็อกขยับไปอยู่เลขช่องหลัก 100 ขึ้นไป ทำให้ผู้ชมหาไม่เจอ ขณะที่ผู้ชม ซึ่งรับชมทีวีดิจิตอลระบบภาคพื้นดิน (Territorial) ซึ่งรับชมผ่านกล่องดิจิตอล รวมทั้งทีวีที่รองรับระบบดิจิติอล DVB-T2 นั้น จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ เนื่องจากการจัดเรียงช่องเป็นไปตามมาตรฐานที่ กสทช.กำหนด เริ่มตั้งแต่ช่อง 1-12 เป็นช่องสาธารณะ โดยช่อง 1 เป็น ของช่อง 5, ช่อง 2 เป็นของช่อง 11 และช่อง 3 เป็นของช่องไทยพีบีเอสเดิม ช่องที่เหลือยังไม่ได้จัดสรร ส่วนช่องธุรกิจ ซึ่งมีการเปิดประมูลใบอนุญาตนั้น จะเริ่มจากเลขช่อง 13–36 ซึ่งผู้ประกอบการที่ประมูลได้ใบอนุญาตได้สิทธิในการเลือกเลขช่อง ทำการตลาดกันไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนอื่นต้องขออธิบายว่า การที่เราอนุญาตให้ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมรวมทั้งเคเบิล ไม่ว่าจะเป็นพีเอสไอ (ผู้ประกอบการเจ้าของจานดำโปร่ง) ทรูวิชั่นส์ รวมทั้งซีทีเอช สามารถจัดเรียงช่อง 1-10 ได้เองนั้น เนื่องมาจากในอดีตเราไม่เคยมีกฎเกณฑ์คุมการเรียงช่องบนทีวีดาวเทียมและ เคเบิลทีวีมาก่อน ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลสามารถจัดเรียงช่องได้เองด้วยเหตุผลทาง ธุรกิจ เมื่อมีการประมูลช่องทีวีดิจิตอล เราต้องการให้มีการออกอากาศช่องทีวีดิจิตอลอย่างแพร่หลาย ขณะที่ผู้ชมชาวไทยนั้นชมโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและเคเบิลเป็นจำนวนกว่า 66% ของครัวเรือนทั่วประเทศ 22.8 ล้านครัวเรือน ถือเป็นสัดส่วนที่สูง เราจึงได้ออกหลักเกณฑ์เรื่องการเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็น การทั่วไป (มัสต์ แครี่) ให้มีผลบังคับใช้ ทำให้ทีวีดาวเทียมและเคเบิลต้องออกอากาศช่องทีวีดิจิตอลใหม่ 36 ช่องด้วย เพราะถือเป็นฟรีทีวี อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก เราจำเป็นต้องสร้างสมดุลทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งต้องออกอากาศช่องฟรีทีวีเพิ่ม 36 ช่อง ด้วยการออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ 2556 ให้ผู้ให้บริการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิล มีสิทธิ์ในเลขช่อง 1-10 และสามารถนำไปสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจได้ แต่ กสท.ก็กำลังพยายามเจรจากับพีเอสไอและผู้ประกอบการรายอื่นๆ ให้จัดเรียงเลขช่องให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนั้นยังจะใช้กลไก เงื่อนไขในการแจกคูปองเงินสดเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวี ดิจิตอล เป็นตัวช่วยในการผลักดันให้เกิดการจัดเรียงช่องตามมาตรฐานดิจิตอล 1-36 ด้วย “ผมเชื่อว่าความสับสนจะค่อยๆคลี่คลายลง เมื่อผู้ชมเริ่มคุ้นเคย ขณะเดียวกัน ผมก็มั่นใจว่า ภายในเวลา 2–3 เดือนข้างหน้า ทุกอย่างจะเริ่มเข้าสู่ระบบ การแก้ไขปัญหาจะทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ถาม : การออกอากาศคู่ขนานเป็นไปด้วยดีหรือไม่ ตอบ : กุญแจสำคัญของการแจ้งเกิดทีวีดิจิตอลในเกือบทุกประเทศทั่วโลก ต้องอาศัยการสนับสนุนจากช่องทีวีอนาล็อกเดิม ซึ่งมีฐานผู้ชมอยู่แล้ว เราจึงต้องการให้ช่องเดิมมีการออกอากาศคู่ขนาน (Simulcast) ทั้งบนระบบดิจิตอลและอนาล็อก ขณะนี้มีเพียงช่อง 3 รายเดียวที่ยังไม่มีการออกอากาศคู่ขนาน ขณะที่ ช่องอนาล็อกเดิมที่เหลือ ทั้งช่อง 5, ช่อง 11, ไทยพีบีเอส, ช่อง 7 และช่อง 9 ยินยอมออกอากาศคู่ขนานทั้งหมด หากจะให้ผมประเมินเหตุผลทางธุรกิจ ผมเชื่อว่าช่อง 3 มองตลาดแตกต่างออกไป ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่ผมยอมรับและยินดีสนับสนุน แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎ กติกา เปรียบเทียบระหว่างช่อง 7 กับช่อง 3 กรณีช่อง 7 ของบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัดนั้น เข้าประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอลภายใต้บริษัทเดียว ขณะที่ช่อง 3 ภายใต้บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เข้าประมูลในนามบริษัทใหม่ นั่นแสดงให้เห็นว่าช่อง 7 แสดงจุดยืนในการออกอากาศคู่ขนานมาโดยตลอด เห็นได้จากใช้ชื่อบริษัทเดียวกันในการประมูลทีวีดิจิตอล มองทางธุรกิจถือว่าต้องการให้คนดูได้รับชมรายการเดิม ไม่ว่าจะรับชมผ่านระบบใด เพื่อรักษาฐานลูกค้าและรักษาส่วนแบ่งการตลาดให้คงอยู่เหมือนเดิม ขณะที่ช่อง 3 มองต่างออกไป อาจมองว่าช่องเดิมที่มีอยู่ ทำธุรกิจได้ดี เยี่ยมอยู่แล้ว ช่องใหม่ 3 ช่องดิจิตอลที่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการประมูลได้มา มีต้นทุนเพิ่มก็ควรได้ขายสินค้าใหม่ๆเพื่อเพิ่มรายได้ ไม่ใช่แบ่งรายได้ไปจากช่องเดิม ที่สำคัญช่องอนาล็อกก็ยังได้รับการคุ้มครองจากสัมปทานเดิมที่ยังไม่หมดอายุ ทำให้สามารถออกอากาศต่อไปได้ “กรณีช่อง 3 กับช่อง 7 ผมมองว่าไม่เกิน 3–4 เดือนข้างหน้า เราก็จะได้เห็นกันว่าใครตัดสินใจได้แม่นยำกว่ากัน” “ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนหน้านี้ช่อง 7 และช่อง 3 เปิดร้านขายข้าวขาหมู อยู่ในตรอก วันดีคืนดีมีห้างสรรพสินค้าใหญ่มาเปิด ช่อง 7 กับช่อง 3 ก็ตัดสินใจเปิดร้านใหม่บนห้าง ช่อง 7 ยกร้านเดิมขึ้นไปขาย เพื่อให้ลูกค้าได้กินอาหารรสชาติเดิม ขณะที่ช่อง 3 เลือกเปิดร้านใหม่ 3 ร้าน เป็นอาหารรสชาติใหม่ อาจใช้จุดขายเป็นร้าน “ลูกช่อง 3” “หลานช่อง 3” แต่เป็นรสชาติใหม่ ส่วนใครติดใจขาหมูช่อง 3 รสชาติเดิม ก็ต้องเดินไปกินในตรอกเก่า” ในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิตอลของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ก็เคยเกิดปัญหาเช่นนี้ อย่างที่อังกฤษต้องใช้เวลานานในการเปลี่ยนผ่าน เพราะขณะนั้นสถานีโทรทัศน์ข่าวบีบีซี เวิลด์นิวส์ (BBC) ซึ่งมีอิทธิพลและมีผู้ชมเป็นจำนวนมาก ไม่ยอมออกอากาศคู่ขนาน เพราะเชื่อว่าคนจะยังติดตามดูบีบีซี ไม่ว่าจะออกอากาศในระบบใด แต่สุดท้ายก็ต้านกระแสไม่ไหว ต้องเปลี่ยนเป็นทีวีดิจิตอลและปิดระบบอนาล็อกไปเมื่อปลายปี 2555 ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่น ก็ใช้เวลามากกว่า 8 ปี ในการเปลี่ยนผ่าน เพราะสถานีข่าวเอ็นเอชเค (NHK) ก็ไม่ยอมออกอากาศคู่ขนานเช่นกัน อีกทั้งถูกต่อต้านจากผู้ชม ทำให้ญี่ปุ่นต้องใช้ระบบคูปองสนับสนุนในช่วงหลังๆของการเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนผ่านสำเร็จในปี 2548 จากที่เริ่มต้นในปี 2541 “แต่สำหรับประเทศไทย ผมเชื่อว่าเราจะเปลี่ยนผ่านได้รวดเร็วกว่านั้น เนื่องจากเราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เรามีเกณฑ์ให้ทีวีดาวเทียมและเคเบิล ซึ่งมีฐานผู้ชมเป็นจำนวนมาก ต้องออกอากาศช่องดิจิตอลฟรีทีวีใหม่ทั้งหมด ทำให้ช่องดิจิตอลมีฐานคนดูเป็นจำนวนมากทันที เราเริ่มต้นด้วยฐานคนดูกว่า 60% ของครัวเรือนทั้งหมดแล้ว ช่องดิจิตอลจะตั้งตัวได้ไม่ยากอย่างในประเทศอื่นๆ” เขายังเชื่อด้วยว่า ที่สุดแล้วผู้ประกอบการไม่สามารถต้านทานต่อความกระหายในการเสพทีวีดิจิตอล ที่มีคุณภาพที่ดีกว่าของผู้ชม ไม่เช่นนั้นเราคงไม่เห็นยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจหลายราย ต้องล้มหายตายจากเนื่องด้วยพยายามทวนกระแสของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น บริษัท อีสต์แมนโกดัก เจ้าของผลิตภัณฑ์โกดัก ผู้ผลิตฟิล์มและอุปกรณ์ถ่ายภาพชื่อดังของสหรัฐฯซึ่งคิดค้นกล้องถ่ายรูป ดิจิตอลเป็นรายแรก แต่ไม่นำออกมาจำหน่าย เพราะเกรงว่าจะขายฟิล์มไม่ได้ ในที่สุดก็ต้องปิดกิจการล้มละลาย หรืออย่างโนเกีย อดีตผู้ผลิตมือถือยักษ์ใหญ่ ที่ต้องขายกิจการให้ไมโครซอฟท์ไปแล้วโนเกียนั้นคิดค้นแท็บเล็ตได้ก่อนราย อื่น แต่กลัวว่าจะขายโทรศัพท์มือถือไม่ได้ จึงไม่ผลิตแท็บเล็ตออกมาจำหน่าย ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โนเกียสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไป นอกจากนั้น ในระยะเวลาอันใกล้ไม่เกิน 1-2 เดือนจากนี้ ช่อง 3 เดิม ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิมนั้น จะเป็นฟรีทีวีได้เฉพาะการออกอากาศด้วยระบบอนาล็อกภาคพื้นดินเท่านั้น ซึ่งสามารถโฆษณาได้เฉลี่ยไม่เกิน 10-12 นาทีต่อชั่วโมง ส่วนหากจะออกอากาศบนทีวีดาวเทียมหรือเคเบิล ช่อง 3 อนาล็อกจะไม่ใช่ฟรีทีวีอีกต่อไป เนื่องจากตามประกาศของ กสทช. ฟรีทีวีคือช่องทีวีดิจิตอล 36 ช่องเท่านั้น ช่อง 3 จึงจะต้องขอใบอนุญาตเป็นเพย์ทีวี (ทีวีแบบบอกรับสมาชิก มีค่าใช้จ่ายรายเดือน) ซึ่งเวลาโฆษณาจะลดลงเหลือ 5-6 นาทีต่อชั่วโมง “อย่างไรก็ตาม ต้องขอยืนยันว่า กสทช.ไม่มีนโยบายที่จะปิดกั้น บีบคั้นเอกชน ในทางตรงกันข้าม กสทช.มีเป้าหมายให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านประสบความสำเร็จ ด้วยการประนีประนอม พูดคุยหาทางออกร่วมกันทุกฝ่าย แต่ต้องเป็นไปตามกฎ กติกาที่มีอยู่” ถาม : การแจกคูปองทีวีดิจิตอลมีความคืบหน้าอย่างไร ตอบ : หลักการของการแจกคูปองเงินสดส่วนลดสนับสนุนกระบวนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอล เพื่อให้ประชาชนได้รับชมทีวีดิจิตอลอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ปัจจุบันคนไทยรับชมทีวีผ่านระบบดาวเทียมและเคเบิล 66% ผ่านสายอากาศและเสาก้างปลา 34% เนื่องจากในอดีตการรับชมเสาก้างปลาไม่ชัด ทำให้ประชาชนหันไปติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อรับชมสัญญาณที่ชัดขึ้นแต่เมื่อ เปลี่ยนเทคโนโลยีเป็นดิจิตอลแล้ว จะมีความคมชัด และมีเสถียรภาพมากกว่าระบบจานดาวเทียม ที่สัญญาณอาจขาดช่วงในช่วงที่ฝนตกหนัก พายุลมแรง การแจกคูปองเงินสด จะแจกทุกครัวเรือน โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะจัดส่งถึงบ้านและระบุชื่อเจ้าบ้านตามทะเบียนราษฎรชัดเจน ลอตแรกจะแจกกลุ่มที่มีทะเบียนบ้านชัดเจนประมาณ 22.8 ล้านครัวเรือน ในปีแรก (ก.ค.–ธ.ค.2557) จะแจกคูปองครึ่งหนึ่งของจำนวนครัวเรือน หรือประมาณ 10 ล้านครัวเรือน แจกตามพื้นที่โครงข่ายทีวีดิจิตอลครอบคลุม ส่วนที่เหลือจะแจกในปี 2558 โดยมีเป้าหมายภายในเดือน มิ.ย.2557 โครงข่ายทีวีดิจิตอลจะครอบคลุม 50% ของครัวเรือน รวมจังหวัด กรุงเทพฯ, นครราชสีมา, เชียงใหม่, สงขลา, อุบลราชธานี, สุราษฎร์ธานี, ระยอง, สิงห์บุรี, สุโขทัย, ขอนแก่น, อุดรธานี และภายในเดือน มิ.ย.2558 จะครอบคลุม 85% ของครัวเรือน ส่วนคูปองลอตที่ 2 จะแจกให้กับกลุ่มพิเศษ ที่ไม่มีทะเบียนบ้านหรือด้อยโอกาส ซึ่งจะต้องได้การรับรองจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้น คูปองจะสามารถนำไปแลกซื้อ 1.เครื่องโทรทัศน์ที่มีอุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอล DVB–T2 ในตัว 2.กล่องดิจิตอลพร้อมสายอากาศ 3.กล่องรับสัญญาณดาวเทียม ที่สามารถรับชมภาพความ คมชัดมาตรฐานสูง หรือ HD : เอชดี 4.กล่องรับสัญญาณเคเบิล โดยสำหรับการแลกซื้อกล่องดาวเทียมและเคเบิลนั้น กล่องที่เข้าร่วมโครงการได้จะต้องเรียงช่องเหมือนกับกล่องดิจิตอล 1-36, เป็นสิทธิ์ขาดของประชาชน รับชมช่องทีวีดิจิตอล 36 ช่องได้แม้จะยกเลิกการเป็นสมาชิก รวมทั้งต้องออกอากาศความคมชัดของภาพตามมาตรฐานทีวีดิจิตอล เช่นช่องเอชดี ก็ต้องออกอากาศเป็นระบบเอชดี โดยมีเป้าหมายว่าจะเริ่มแจกคูปองได้ในเดือน ก.ค.2557 นี้เป็นต้นไป ส่วนในมุมของผู้ประกอบการนั้น กสท.กำลังเร่งการจัดระบบเรตติ้ง เพื่อเป็นมาตรฐานในการหาโฆษณา เพราะการวัดเรตติ้ง เป็นกุญแจสำคัญในการหารายได้.   ทีมเศรษฐกิจ  
05-05-2014
Regulations drawn up for ratings agencies  (The Nation) Draft rules done for firms rating TV, radio shows The broadcasting committee of the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) has approved the draft regulations for granting licences to TV and radio programme-rating agencies. Broadcasting committee chairman Natee Sukonrat said the NBTC would hold a public hearing on the draft soon. The regulations in this draft, known as application licence regulations, are expected to come into force in July. The regulations will oblige rating agencies to apply for a licence to do ratings. The annual licence fee is 2 per cent of their total revenue. They will also have to pay a universal service obligation fee totalling 2 per cent of their total revenue. The fee will be transferred to the NBTC's research and development fund for developing the telecom and broadcasting industries. An NBTC source said that the body would also examine rating methods and the sample of respondents being rated. Currently, Nielsen is the only TV ratings agency in Thailand. The application regulations cover three types of businesses: TV ratings, direct TV shopping businesses and SMS voting on TV, and multimedia businesses such as video on demand. The watchdog has yet to draw up regulations to govern the latter two categories. The NBTC source added that the watchdog had to focus on ratings regulations first, given that ratings are a key tool for the 24 commercial digital TV channel operators to seek advertising. Application regulations are one of four key regulations the committee has executed to regulate the industry. The other three are the terrestrial digital TV broadcasting network operation, the terrestrial digital TV channel operation, and the terrestrial digital TV facility operation. Most of the digital TV channel operators are confident that they will be able to become profitable in the near future, due to the huge sum spent on TV advertising each year - around Bt70 billion. The NBTC is expected to start giving away vouchers to some 11 million households in July for them to buy set-top boxes and antennas for viewing digital TV channels. The committee has approved Bt1,000 vouchers but is waiting for final approval from the board of the Broadcasting and Telecommuni-cations Research and Development Fund for the Public Interest, which meets on Tuesday, and the NBTC board, which meets on May 12.
05-05-2014
ปชช.แห่ร้องสายไหม้-กสทช.ยันไม่มีตัวแทน เตือนแก๊งตุ๋นคูปองทีวีดิจตอล (ข่าวสด) ปชช.แห่ร้องสายไหม้-กสทช.ยันไม่มีตัวแทน เตือนแก๊งตุ๋นคูปองทีวีดิจตอล นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้รับการสอบถามจากประชาชนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกสทช.ที่หมายเลข 1200 ถึงข้อเท็จจริงที่มีผู้แอบอ้างการเป็นบริษัทตัวแทนจาก กสทช. เข้าพบประชาชน ทำหน้าที่รับจัดหากล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี (เซ็ตท็อปบ็อกซ์) เพื่อการรับชมรายการระบบดิจิตอล ซึ่งบริษัทจะนำกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์มาแจกให้กับประชาชนยังที่พักอาศัยเอง และอ้างว่าประชาชนไม่ต้องนำคูปองจาก กสทช.ไปแลกซื้อกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ เพียงแต่มอบสำเนาบัตรประชาชนให้กับบริษัทไว้เป็นหลักฐานนั้น โดย กสทช. ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการแต่งตั้ง บริษัท หรือตัวแทนบุคคล เพื่อทำหน้าที่จัดหาหรือนำกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ไปแจกถึงที่พักอาศัยของ ประชาชนแต่ประการใด สำหรับความคืบหน้าขั้นตอนการแจกจ่าย คูปองส่วนลดซื้อเซ็ตท็อป บ็อกซ์หรือโทรทัศน์ระบบดิจิตอลหรือทีวีดิจิตอลยังอยู่ระหว่างพิจารณาของ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กสทช. กลางเดือนพ.ค.นี้ นาย ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานจัดทำเรตติ้งสถานีทีวีดิจิตอลในช่องบริการ ธุรกิจทั้ง 24 ช่อง โดยคณะทำงานจะมาจากผู้ประกอบการ ทีวีดิจิตอลช่องธุรกิจ 24 ช่อง ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และบริษัท นีลเส็น ผู้ดูแล วัดเรตติ้งทีวี เพื่อให้เรตติ้งช่องทีวีดิจิตอลออกมารวดเร็ว และแม่นยำที่สุดโดยคาดว่าจะสามารถจัดเรตติ้งที่แม่นยำ ได้ภายในสิ้นปี 2557 นี้ ทั้งนี้ เนื่องจากตั้งแต่สิ้นสุดการทดลองออกอากาศ ทีวีดิจิตอลในวันที่ 1-24 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เริ่มมีการวัดเรตติ้งตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. ปรากฏว่าบริษัท นีลเส็น ได้นำเรตติ้ง ทีวีระบบดาวเทียมมารวมกับทีวีดิจิตอลช่องธุรกิจ 24 ช่อง จึงทำให้เรตติ้งที่เกิดขึ้นมีความเบี่ยงเบนไม่สามารถวัดสภาวะตามจริงได้ กสท.จึงเสนอให้แยกการวัดเรตติ้งของทีวีดิจิตอลออกและไม่นำไปรวมกับทีวีดาว เทียม รวมทั้งฟรีทีวีในระบบอนาล็อก "แนวทางดังกล่าวเพื่อ ช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่องในการหารายได้จากการโฆษณา เพราะตามหลักการซื้อสื่อโฆษณาของบริษัทตัวแทน (เอเยนซี่) โฆษณา จะต้องใช้เรตติ้งเป็นหลัก ซึ่งการบริหารจัดการระบบจัดทำ ทีวีเรตติ้งจะเกี่ยวข้องกับรายได้หลักของทีวีดิจิตอลช่องธุรกิจ 24 ช่อง" นายธวัชชัยกล่าว
04-05-2014
แอบอ้างกสทช.ให้กล่องดิจิทัลไม่รอแจกคูปอง (โพสต์ทูเดย์)  
03-05-2014
Digital switch baffles buyers (Bangkok Post)  
03-05-2014
กสท.โต้ใช้ข้อมูลเก่า'อุปกรณ์ดิจิทัล' (กรุงเทพธุรกิจ) กสท.โต้เครือ ข่ายผู้บริโภค ยันไม่ทำรัฐเสียหายหมื่นล้าน กรณีกำหนดมูลค่าคูปองทีวีดิจิทัล ชี้ราคาอ้างอิงของเครือข่ายต่ำกว่าเพราะเทคโนโลยีล้าหลัง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า บอร์ด กสท.ได้จัดประชุมเพื่อหารือกรณีที่เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคออกมาแสดงความ คิดเห็นว่า การกำหนดมูลค่าคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัลของ กสทช.ทำให้รัฐเสียหาย 10,000 ล้านบาท วานนี้ (2 พ.ค.) ซึ่งที่ประชุมมีมติให้สำนักงาน กสทช.ชี้แจงต่อเครือข่ายผู้บริโภค ว่าข้อมูลราคากล่องรับสัญญาณที่เครือข่ายผู้บริโภคได้มานั้น เป็นกล่องรับสัญญาณคนละมาตรฐาน และมีความแตกต่างในด้านเทคโนโลยี โดยใช้เทคโนโลยี ATSCและ DVB T ที่ใช้มานานมากแล้ว เป็นกล่องรุ่นเก่า ทำให้มีราคาราคาต่ำกว่า คือ 519 บาท ส่วนกล่องรับสัญญาณที่ กสทช.กำหนดเป็นมาตรฐานนั้นใช้เทคโนโลยี DVB-T2 ซึ่งไทยจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้กล่องรับสัญญาณดังกล่าวเต็มรูปแบบ จึงทำให้ราคาสูงกว่าที่เครือข่ายผู้บริโภคไปหาข้อมูลมา ทั้งนี้ กสท.ยืนยันว่าดำเนินการในคูปองส่วน ลดดังกล่าวนั้น มีการปฏิบัติตามขั้นตอน และถูกต้องตามกฎหมายไม่ขัดกับหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่แต่อย่างใดและยืนยันว่าได้ดำเนินการ ทุกอย่างเพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล และเงินที่ได้จากการประมูลดังกล่าวจะกลับไปยังประชาชนผ่านการสนับสนุนการ เปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิทัล และไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหายแต่อย่างใด "บอร์ดกสท.ต้องการให้งาน Nbtc Expo 2014 ที่จะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 17-20 ก.ค.2557เป็นงานแรกที่ประชาชนจะสามารถนำคูปองไปแลกได้ ดังนั้นกสทช.ต้องดำเนินการเริ่มแจกคูปองให้เสร็จสิ้นภายในเดือนก.ค." พ.อ.นทีกล่าวว่าที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการร่างประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการแบบประยุกต์ ประเภทการสำรวจความนิยมในกิจการกระจายเสียงหรือ โทรทัศน์ พ.ศ. .... โดยขั้นตอนต่อไปจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด กสทช.เพื่อพิจารณา ก่อนนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะหรือประชาพิจารณ์ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน ก่อนประกาศในราชกิจา ส่วนวาระการพิจารณาเรื่องการขอเพิ่มสเปคเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิ จิทัลในกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกสำหรับการเชื่อมต่อไปยังระบบโทรทัศน์ ดาวเทียม และทางสาย (Cable and Optical Fiber) ให้มีความใกล้เคียงกับกล่องรับสัญญาณ DVB-T2 ในโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ในระบบดิจิทัลนั้น ที่ประชุมยังไม่ได้มีการพิจารณาแต่อย่างใด เนื่องจากบอร์ดกสท.ต้องการให้ส่งเรื่องไปยังคณะอนุกรรมการด้านเทคนิคเพื่อ พิจารณาอีกครั้ง
01-05-2014
บอร์ดกสท. เคาะคูปองทีวีดิจิทัลราคา 1,000 บาท (คมชัดลึก)
01-05-2014
กสท.หนุนออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล-อะนาล็อก (เดลินิวส์) กสท. อนุญาตช่อง 9  ออกอากาศคู่ขนานทีวีดิจิตอล-อะนาล็อก หนุนประชาชนไม่ได้รับผลกระทบการเปลี่ยนผ่าน จี้ผู้ให้บริการโครงข่ายห้ามดึงสัญญาณช่อง 3 อะนาล็อก แพร่ภาพผ่านกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ภาคพื้นดิน      พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า เพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านทีวีระบบอะนาล็อกไปสู่ ระบบดิจิตอล จึงได้พิจารณาเห็นชอบให้บริษัท อสมท จำกัด  (มหาชน) ที่ออกอากาศช่อง 9 ระบบอะนาล็อก ดำเนินการยกเอาเนื้อหา ผังรายการ ทั้งหมดไปออกอากาศในระบบดิจิตอลที่ได้รับใบอนุญาตในช่อง  MCOT HD หมายเลข 30 ระบบภาคพื้นดิน และหมายเลข 40 ระบบดาวเทียมและเคเบิล     นอกจากนี้ปัจจุบันยังได้มีช่องที่ออกอากาศคู่ขนานได้แก่ ช่อง 7 เดิม  นำเอามาออกอากาศระบบดิจิตอลช่อง BBTV CH 7  ช่อง 5  เดิมนำมาออกอากาศระบบดิจิตอลช่อง TV5 HD 1  ส่วนช่อง  NBT และช่องไทยพีบีเอส   นำไปออกอากาศคู่ขนานดิจิตอลบริการสาธารณะ  ซึ่งประชาชนสามารถรับชมได้ตามปกติและไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงการรับชม และผู้ที่รับชมสามารถรับชมได้ผ่านกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ระบบดิจิตอล หนวดกุ้ง ก้างปลา ระบบดาวเทียมและเคเบิลเช่นเดิม     ในขณะเดียวกันด้านช่อง 3 เดิมระบบอะนาล็อก ไม่ได้มีการขออนุญาตออกอากาศคู่ขนาน ดังนั้นจะสามารถรับชมช่อง 3 เดิมที่อยู่ในระบบอะนาล็อกได้ผ่านหนวดกุ้ง ก้างปลา และระบบดาวเทียมและเคเบิล เท่านั้น  ไม่สามารถรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณดิจิตอล หรือ กล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ภาคพื้นดินได้   กรณีที่โครงข่ายของ อสมท นำเอาช่อง 3 อะนาล็อกมาออกอากาศผ่านโครงข่ายทำให้ผู้รับชมผ่านกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ภาคพื้นดิน รับชมได้นั้น ถือว่าเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการโครงข่ายนำเอา ช่องรายการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตไปออกอากาศบนโครงข่ายดิจิตอลอีกด้วย.
01-05-2014
กสทช.ยันทั้ง 22 ล้านครัวได้คูปองทีวีดิจิตอลครบ (แนวหน้า) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจารโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ประชุมผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อทำความเข้าใจในทิศทางเดียวกันเรื่องกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันให้แก่ผู้ผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอล ก่อนประชาชนนำเอาคูปองเงินสนับสนุนค่าอุปกรณ์การรับชมทีวีดิจิตอลไปแลก โดย หลักเกณฑ์ของคูปองเงิน เบื้องต้นตามมติ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(กสท.) จะมีมูลค่า 1,000 บาท ทั้งนี้สำหรับราคาคูปองมูลค่า 1,000 บาท ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากต้องผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในวันที่ 6 เมษายน และ ประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 12 เมษายน2557 นี้ “สำหรับข้อกังวลของประชนทั่วไป จากการที่ กสทช. ต้องแจกคูปองทีวีดิจิตอลให้แก่คนไทยทั้ง 22 ล้านครัว มีมูลค่าราว22,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน กสทช. ได้รับเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลมาเพียงแค่ 12,000 ล้านบาท จะไม่เพียงพอ โดย กสทช. ยืนยันว่ามูลค่าเงินจะเพียงพอแน่นอน เนื่องจาก การแจกคูปองจะแจกตามพื้นที่ที่โครงข่ายการรับชมทีวีดิจิตอลไปถึง ซึ่งจะสอดคล้องกับเงินค้าประมูลทีวีดิจิตอลที่จะทยอยเข้ามาในปีถัดๆไป” นายฐากร กล่าว
01-05-2014
กสทช.กำชับร้านค้ารับคูปองอุปกรณ์ทีวีดิจิตอลต้องใชับัตรปชช. (ไทยรัฐ) กสทช. เรียกผู้ประกอบการ ร้านค้า ทำความเข้าใจ กรณีประชาชนนำคูปองส่วนลด แลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอล ย้ำต้องใช้คู่กับบัตรประชาชน ป้องกันสวมสิทธิ์ เบื้องต้นคูปองมีมูลค่า 1 พันบาท รอ 2 บอร์ดเคาะอีกครั้ง... เมื่อวันที่ 30 เม.ย. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยในการประชุมผู้ประกอบการร้านค้า ก่อนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลเรื่องกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล ว่า การประชุมครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันให้แก่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่าย อุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอล ก่อนประชาชนนำเอาคูปองเงินสนับสนุนค่าอุปกรณ์การรับชมทีวีดิจิตอลไปแลก โดยหลักเกณฑ์ของคูปอง เบื้องต้นตามมติกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะมีมูลค่า 1,000 บาท แต่ทั้งนี้ราคาคูปองดังกล่าว ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) ในวันที่ 6 พ.ค. และ ประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 12 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนการรับแลกเบื้องต้น จะต้องใช้คูปองควบคู่กับบัตรประชาชน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ โดยทางร้านค้าจะมีการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของกระทรวง มหาดไทย หากมีข้อมูลตรงกันจะสามารถรับแลกได้ทันที โดยการแลกอุปกรณ์จะสามารถแลกได้ 4 แนวทางด้วยกัน ได้แก่ 1.ใช้คูปองเป็นส่วนลดซื้อโทรทัศน์ที่รับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้โดยตรง 2.ใช้คูปองแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน(ดีวีบี-ที2) พร้อมเสาอากาศ 3.ใช้คูปองแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลผ่านดาวเทียม(ดีวีบี-เอส2) และ 4.ใช้คูปองแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลผ่านเคเบิล(ดีวีบี-ซี) สำหรับข้อกังวลของประชนทั่วไป จากการที่ กสทช. ต้องแจกคูปองทีวีดิจิตอลให้แก่คนไทยทั้ง 22 ล้านครัวเรือน มูลค่าราว 22,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน กสทช. ได้รับเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลมาเพียงแค่ 12,000 ล้านบาท จะไม่เพียงพอนั้น กสทช. ยืนยันว่ามูลค่าเงินจะเพียงพอแน่นอน เนื่องจากการแจกคูปองจะแจกตามพื้นที่ที่โครงข่ายการรับชมทีวีดิจิตอลที่ไป ถึง ซึ่งจะสอดคล้องกับเงินค้าประมูลทีวีดิจิตอลที่จะทยอยเข้ามาในปีถัดๆ ไป.  
01-05-2014
ลุ้นระทึกกทปส.ยื้อคูปองดิจิตอล (ข่าวสด) นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้นำรายละเอียดเรื่องคูปองสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิตอล ซึ่งได้ข้อสรุปราคาคูปองทีวีดิจิตอลมูลค่า 1,000 บาท เสนอคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) พิจารณาแล้ว โดยคณะกรรมการ (บอร์ด) กองทุน กทปส.ขอเวลาศึกษา 3 วัน และในวันที่ 6 พ.ค.นี้จะประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณา ซึ่งหากบอร์ดกทปส.เห็นด้วย จะเสนอเข้าบอร์ดกสทช. วันที่ 12 พ.ค.เพื่อเห็นชอบและแจกให้ประชาชนได้ปลายมิ.ย.-ต้นก.ค. ทั้ง นี้ มีความเป็นไปได้ว่ากทปส.จะไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะในเรื่องมูลค่าคูปอง และ 4 แนวทางที่ประชาชนจะนำคูปองที่แจกให้ไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อ หรือใช้เป็นส่วนลดอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลคือ ซื้อทีวีดิจิตอลรุ่นใหม่ที่มีจูนเนอร์ในตัว ซื้อกล่องรับสัญญาณ (เซ็ต ท็อป บ็อกซ์) แบบ ทีวีบี-ที 2 พร้อมหนวดกุ้งก้างปลาดิจิตอล และซื้อเซ็ต ท็อป บ็อกซ์ แบบดีวีบี-เอส 2 ที่รับสัญญาณจากทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีแบบขายขาดเพื่อดูแบบคมชัดสูง (เอชดี) ได้
01-05-2014
กสทช.เร่งหาข้อสรุปคูปองกล่องทีวีดิจิตอล (กรุงเทพธุรกิจ) กสทช.เร่งหาข้อ สรุปแจกคูปองเตรียมเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านจากทีวีอนาล็อกสู่ทีวีดิจิตอล คาดว่าจะเริ่มแจกคูปองเงินสดได้ในเดือนกรกฎาคมนี้นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยหลังหารือผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และนำเข้ากล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลและผู้ค้าปลีกกว่า 50 ราย เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านจากทีวีอนาล็อกไปสู่ทีวีดิจิตอล รวมถึงการแจกคูปองเงินสดให้ผู้บริโภค เพื่อเป็นส่วนลดแลกซื้อกล่องดิจิตอล เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าจะแจกคูปองมูลค่าไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดซื้อกล่องพร้อมเสาอากาศ แต่จะต้องหารืออย่างละเอียดอีกครั้งในบอร์ด กสทช. คาดว่าหากได้ข้อสรุปในวันที่ 12พฤษภาคมนี้ จะแจกคูปองเงินสดได้อย่างเร็วภายในเดือนกรกฎาคม ขณะที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้าโพล สำรวจความเห็น “คนไทยกับการเข้าถึงระบบทีวีดิจิทัล” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 61.99 รับชมทีวีผ่านระบบจานดาวเทียม และผู้บริโภคส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 46.27 ไม่มีความรู้ความเข้าใจหรือข้อแตกต่างระหว่างทีวีอนาล็อก กับทีวีดิจิทัล ร้อยละ 46.76 ไม่ทราบถึงวิธีการรับชมทีวีดิจิทัล
01-05-2014
กสทช.ยันทั้ง 22 ล้านครัวได้คูปองทีวีดิจิตอลครบ (แนวหน้า)
30-04-2014
กสทช.แจงเงื่อนไขผู้ประกอบการก่อนแจกคูปองกล่องทีวีดิจิตอล (เมเนเจอร์) กสทช.ติวผู้ประกอบการร้านค้า ผู้ผลิต นำเข้าอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอล ก่อนแจกคูปองให้ประชาชนไปแลกซื้อ 'ฐากร' ยืนยันมีเงินสนับสนุนเพียงพอแน่แม้แจกคูปอง 1,000 บาทต่อครัวเรือน                นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวภายในงานการประชุมผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อทำความเข้าใจในทิศทางเดียวกันก่อนประชาสัมพันธ์ข้อมูลเรื่องกล่องรับ สัญญาณทีวีดิจิตอลให้ประชาชนรับรู้ว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันให้แก่ผู้ผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอล ก่อนประชาชนนำเอาคูปองเงินสนับสนุนค่าอุปกรณ์การรับชมทีวีดิจิตอลไปแลก                ทั้งนี้หลักเกณฑ์คูปองสนับสนุน เบื้องต้นตามมติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(กสท.) จะมีมูลค่า 1,000 บาท แต่ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ในวันที่ 6 พ.ค. และที่ประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 12 พ.ค.ที่จะถึงนี้                ขณะที่การแลกซื้อเบื้องต้นนั้น จะต้องใช้คูปองควบคู่กับบัตรประชาชน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ โดยทางร้านค้าจะมีการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลสำมโนครัว ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งหากตรวจสอบว่ามีข้อมูลตรงกันจะสามารรับแลกได้ทันที โดยการแลกอุปกรณ์จะสามารถแลกได้ 4 แนวทางด้วยกัน ได้แก่ 1.ใช้คูปองเป็นส่วนลดซื้อโทรทัศน์ที่รับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้โดยตรง 2.ใช้คูปองแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน(DVB-T2)พร้อมเสาอากาศ 3.ใช้คูปองแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลผ่านดาวเทียม(DVB-S2) และ 4.ใช้คูปองแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลผ่านเคเบิล(DVB-C)                ส่วนการแจกคูปองนั้นคาดเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม เบื้องต้น กสทช. จะมีการขอความร่วมมือจากทางผู้ประกอบการให้อธิบายขั้นตอนต่างๆให้แก่ประชาชน หรือหากประชาชนมีข้อสงสัยให้สอบถามมายังคอลเซ็นเตอร์ กสทช. เบอร์ 1200                'อย่างไรก็ตามในข้อกังวลของประชนทั่ว ไป จากการที่ กสทช. ต้องแจกคูปองทีวีดิจิตอลให้แก่คนไทยทั้ง 22 ล้านครัวเรือน มีมูลค่าราว 22,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน กสทช. ได้รับเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลมาเพียงแค่ 12,000 ล้านบาท จะไม่เพียงพอนั้น กสทช.ขอยืนยันว่ามูลค่าเงินจะเพียงพอแน่นอน เนื่องจากการแจกคูปองจะแจกตามพื้นที่ที่โครงข่ายการรับชมทีวีดิจิตอลไปถึง ซึ่งจะสอดคล้องกับเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลที่จะทยอยเข้ามาในปีถัดๆไป'                ในการประชุมครั้งนี้มีผู้ประกอบการ ตัวแทนผู้ผลิต และจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลกว่า 30 ราย ,ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายโทรทัศน์ที่รับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้โดยตรง 7 ราย รวมไปถึงผู้ประกอบการค้าปลีกขนาดใหญ่อีกจำนวน 6 ราย อาทิ โลตัส ,พาวเวอร์บาย และ บิ๊กซี เป็นต้น โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้ตั้งคำถามไปยังกสทช.ถึงประเด็นหลักเกณฑ์การแจก คูปองเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การรับชมทีวีดิจิตอลของ กสทช.ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และคูปองสามารถนำไปแลกอะไรได้บ้าง
29-04-2014
Set-top box vouchers tool for reshaping industry (The Nation) In July the watchdog will start mailing the free vouchers to 11 million households to use in buying a set-up box for viewing terrestrial digital television. Households will have the choice of getting a DVB-T2 digital TV box, DVB-S2 satellite TV box or DVB-C cable TV box. Natee Sukonrat, chairman of the Broadcasting Committee, hopes that sales will be split evenly between T2 boxes and S2/C boxes so that all digital TV stations and cable/sat TV operators have a chance to survive. Currently 34 per cent of analog TV viewers use an antenna, while the rest use cable and satellite TV networks. By 2017, most households are expected to own a digital TV set, so most people will not have to rely on any box to view the new digital TV channels. The vouchers will also make the broadcasting TV industry more uniform in terms of channel numbering. Cable/sat operators that want to sell set-top boxes under the voucher scheme will have to use the numbering plan. They will have to reserve channels 1-36 for digital TV first on their networks. Currently their first 10 channels are arranged as they please, followed by 36 digital TV channels. The competition between cable/sat TV operators and digital TV operators to offer set-top boxes to customers under the voucher scheme will also drive down the market price of the boxes. The terrestrial digital TV network operators have targeted covering half of all households nationwide this year. One of major cable TV operators, CTH, expects to acquire over three million subscribers this year, up from the present 500,000, based on the plan to offer cable TV boxes under the NBTC's voucher scheme. Natee said his committee hopes that Thailand would completely enter the terrestrial digital TV broadcasting era within three years. The voucher scheme is also a way for the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) to encourage satellite TV operators, which broadcast free to air TV, to enter its pay TV licensing programme. Among these major satellite TV network operators providing free to air programmes is PSI Holdings. Satellite TV network operators, if they are not pay TV operators, will have to apply for a pay TV licence from the NBTC first to make them eligible to sell the satellite TV boxes under the voucher programme. PSI recently hinted that it plans to apply for a pay TV licence to join the voucher scheme. The company reportedly is concerned that by not joining the scheme, it might risk losing customers. Pay TV operators are competing to offer their satellite TV boxes under the voucher scheme, along with their own special contents, to lure PSI customers to convert to their service.
26-04-2014
กสทช.ฟัน2รายการผิดม.37 (ข่าวสด) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้มีหนังสือถึงบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด แจ้งให้ชำระค่าปรับทางปกครองเป็นเงิน 5 แสนบาท กรณีรายการไทยแลนด์ก็อตทาเล้นท์ ซีซั่น 3 ที่ออกอากาศทางช่อง 3 เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2556 นำเสนอเนื้อหาที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งฝ่าฝืนมาตรา 37 พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 นอกจากนี้ ยังสั่งปรับบริษัท เมเจอร์ กันตนา บรอดแคสติ้ง จำกัด จำนวน 5 หมื่นบาท สำหรับการกระทำความผิดครั้งแรก กรณีละเลยไม่ตรวจสอบและระงับการออกอากาศภาพยนตร์ วันนรกกัด ไม่เหลือซาก ทางช่องรายการเอ็ม ชาแนล ในส่วนที่มีเนื้อหาที่แสดงถึงความทารุณ โหดร้ายและเนื้อหาที่สยดสยอง สะอิดสะเอียน ซึ่งถือว่าผิดมาตรา 37 เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ กสทช.ได้กำหนดให้ทั้ง 2 รายชำระค่าปรับภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการพิจารณาโทษปรับทางปกครอง  
24-04-2014
Bt1,000 NBTC vouchers to be given away in July ( The Nation) THE Broadcasting Committee has set the face value of the vouchers for purchasing a digital TV set-top box at Bt1,000 and will start giving them away to households countrywide in early July. A source from the National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC) said yesterday that after deciding on the voucher's value on Tuesday, the committee will propose it to the Broadcasting and Telecommunications Resources Development Fund for Public Interest (BTFP) late this month and, if approved, submit it for the NBTC's final approval early next month. Natee Sukonrat, chairman of the Broadcasting Committee, said the final value could be either Bt1,000 or Bt1,200, depending on the BTFP and the NBTC. The committee reportedly had been planning to distribute a Bt1,200 voucher to each household. Takorn Tantasith, secretary-general of the NBTC, declined to specify the value but confirmed that the watchdog would start mailing out the vouchers in July and about 11 million households would receive them in the first year. The value is based on the market price of a DVD-T2 digital TV set-top box and an antenna of Bt1,200. The price of the set should go down once it becomes mass produced. The NBTC has received Bt12 billion as the first instalment of the licence fee from the winners of the auction for 24 commercial terrestrial digital TV licences last December. It will receive the second payment of Bt7 billion next year. The proceeds will be used to fund the voucher scheme. The NBTC will also incur operating costs of Bt300 million, including the cost for the Government Lottery Office to print the vouchers, the cost of Thailand Post Co to deliver |the vouchers to homes and the cost of Krungthai Bank to process the payments to set-top box suppliers that cash in the vouchers that they received from households. Households can use their vouchers to buy a DVD-T2 box, S2 satellite TV box or C2 cable TV box, or to get a discount when buying one of the 72 digital TV sets certified by the NBTC for the voucher programme.
24-04-2014
กสท.ตั้งเป้าเปลี่ยนสู่วิทยุดิจิทัลปี60 (กรุงเทพธูรกิจ)
24-04-2014
TV operators ink MoU to monitor ads (Bangkok Post)
23-04-2014
ลือแจกพันบาทซื้อกล่องดิจิทัล (ไทยโพสต์) อารีย์ * เคาะแล้วราคาคูปอง ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการพฤษาคมนี้ ขณะที่แหล่งข่าว กสทช. ชี้ราคาลดลงจาก 1,200 บาท พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ กสท วาระพิเศษ ยังไม่สามารถเปิดเผยราคาคูปองสนับ สนุนการรับชมทีวีดิจิทัลได้ ซึ่งที่ประชุมมีความคิดเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยประเด็นที่ใช้พิจารณามูลค่าคูปองนั้น ได้พิจารณาในแนวคิดที่ว่า การแจกราคาคูปองที่น้อยลงก็จะแจกได้จำนวนมากขึ้น ดีกว่าการแจกราคาคูปองสูงสุด แต่แจกได้จำนวนน้อยลง ซึ่งถ้าแจกราคาน้อยลงอาจแจกได้ถึง 12 ล้านครัวเรือน ด้วยงบประมาณที่วางไว้จากเงินสนับสนุนของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจาย เสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ที่มาจากการประมูลทีวีดิจิทัล ปีแรกจำนวน 12,000 ล้านบาท โดยมองว่าถ้ามีจำนวนคนได้รับคูปองมาก ก็มีคนดูทีวีดิจิทัลมากด้วย ซึ่งก็ทำให้ช่องรายการต่างๆ อยู่ได้ ขณะที่แหล่งข่าวจากคณะกรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า ราคาคูปองนั้นได้ลดลงจากเดิมที่ 1,200 บาท ลดลงมาอาจจะอยู่ที่ราวๆ 1,000 บาท ซึ่ง เหตุผลที่ลดลงก็เพื่อให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ ทั้งประ ชาชนและผู้ประกอบการ ทั้งนี้ บริษัทที่จะนำเข้ากล่องแปลงสัญญาณ หรือเซตท็อปบ็อกซ์ จะต้องมีหนังสือค้ำประกันธนาคาร ค้ำประกัน 5% ของมูลค่าคูปองต่อจำนวนกล่องที่นำเข้า เพื่อค้ำประกันว่ากล่องดังกล่าวได้มาตรฐานและมีคุณภาพในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ราคาเซตท็อปบ็อกซ์ในตลาดปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 800-1,000 บาท ส่วนเสาสัญญาณที่รับดิจิทัลอยู่ที่ประมาณ 500 บาท ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อราคาคูปองออกไปนั้น อาจจะไม่ได้ทำให้ราคากล่องเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมนัก หากเพิ่มขึ้นก็จะเป็นการเพิ่มเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกตามคุณภาพที่กล่อง นั้นมี.
23-04-2014
แจกคูปองทีวีดิจิตอลเหลือ1พันบ (ข่าวสด) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท.เมื่อวันที่ 22 เม.ย.นัดพิเศษพิจารณาเรื่องคูปองสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิตอลได้ข้อสรุปราคา คูปองทีวีดิจิตอลแล้ว แต่ยังไม่สามารถบอกมูลค่าของคูปองได้ เนื่องจากต้องรอเข้าที่ประชุมบอร์ดกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) และบอร์ดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้พิจารณาและรับทราบก่อน ซึ่งหากบอร์ดไม่เห็นด้วยก็ต้องนำมาทบทวนใหม่ อย่างไรก็ตาม ราคาคูปองที่สรุปแล้วครอบคลุมทั้งการไปใช้เพื่อซื้อหรือเป็นส่วนลดกล่องรับ สัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน (เซ็ต ท็อป บ็อกซ์) และหนวดกุ้งก้างปลาดิจิตอลที่ใช้คู่กัน เนื่องจากไม่ต้องการให้ประชาชนรับภาระเพิ่ม และประชาชนจะทราบราคาอย่างแท้จริงในต้นเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวรอช้าไม่ได้ จากนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการประชุมบอร์ดกทปส.และกสทช.ในวาระพิเศษ เพื่อลงมติในเรื่องราคา เพราะจำเป็นต้องเร่งให้เร็วขึ้น เพื่อแจกให้กับประชาชน รายงานข่าวจากกสทช. เปิดเผยว่า ราคาคูปองทีวีดิจิตอลสรุปแล้วในราคา 1,000 บาท ซึ่งถือว่าลดลงจากที่เคยพิจารณาไว้ 1,200 บาท เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพึงพอใจ ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการที่ประมูลทีวีดิจิตอลได้ทั้ง 24 ช่องบริการธุรกิจ เนื่องจากกสทช.ต้องการดูแลทุกฝ่ายให้ดีที่สุด โดยมติราคาคูปองในบอร์ดเป็นเอกฉันท์
22-04-2014
NBTC voucher: 4 choices for consumers (The Nation) Consumers will be given four choices to spend the vouchers they will receive from the regulator so that they can watch digital TV. "We would like to take a balance for all industry to have four options for all nationwide households to allow more choices for everyone to redeem the vouchers," said Natee Sukolrat, chairman of the Broadcasting Committee, which finalised the four options yesterday. Households will be able to use the vouchers to buy a digital TV set-top box, satellite TV set-top box or pay TV set-top box, or to get a discount on a purchase of a new digital TV set. The committee has still not fixed the value of the voucher, but it would not exceed Bt1,200. The main variable in calculating the voucher's value is the number of households that will get the free vouchers this year. "This year, we got a total of Bt12 billion from the auction so we are considering distributing to 10 million or 12 million households," he said. If the value is Bt1,200, the vouchers will be distribute to 10 million households . The committee will meet again tomorrow to decide the voucher's value and will try to propose it to the National Broadcasting and Telecommunications Commission as soon as possible, as the plan to distribute the vouchers to targeted households will end in June or July. There are 25 million households in Thailand that are targeted to get the vouchers by mail directly to their home. However, if cable and satellite TV operators want to sell their boxes under this voucher scheme, they would have to apply for an NBTC licence to offer such boxes, said a NBTC source. They also have to rearrange their channel numbers for terrestrial digital TV according to the committee's numbering plan, beginning with Channels 1-36. Their boxes must be able to provide both high definition and standard definition digital TV programmes. Pay TV boxes can also be used to view the digital TV channels, since pay TV operators are required to air analogue and digital TV channels at no charge over their networks under the watchdog's "must carry" rule.
22-04-2014
กสท.ให้สิทธิ์คูปองลดทีวี-เซตท็อป (บ้านเมือง) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปราคาคูปองเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิตอลได้ เนื่องจากยังมีการพิจารณาแย้งกันในเรื่องหลักเกณฑ์ 2 ประเด็น คือ มูลค่าของคูปอง และการทำทีวีชุมชน โดยประเด็นมูลค่าคูปองนั้น มองว่า การแจกราคาคูปองที่น้อยลงก็จะแจกได้จำนวนมากขึ้น ดีกว่าการแจกราคาคูปองสูงสุดแต่แจกได้จำนวนน้อยลง ซึ่งถ้าแจกราคาน้อยลงอาจแจกได้ถึง 12 ล้านครัวเรือน ด้วยงบประมาณที่วางไว้ในปีแรก 12,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าสามารถแจกคูปองได้ทัน กรอบเวลาที่วางไว้ คือ ปลายเดือน มิ.ย.ถึงต้นเดือน ก.ค.57 แน่นอน ประชาชนสามารถนำคูปองที่ กสทช.แจกให้เป็นส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์ ดังนี้ 1.เครื่องโทรทัศน์ที่มีตัวรับสัญญาณดิจิตอล (iDTV) 2. กล่องแปลงสัญญาณ หรือเซตท็อปบ็อกซ์ ที่เป็นรับสัญญาณภาคพื้นดิน แบบดีวีบี ทีทู (DVB T2) 3.เซตท็อปบ็อกซ์ที่รับสัญญาณเคเบิ้ลทีวี-ดาวเทียม (ยกเว้นประเภท free to air หรือประเภทขายขาด ไม่มีรายเดือน) สำหรับเซตท็อปบ็อกซ์นั้น จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้ 1.กล่องดังกล่าวจะต้องชมโทรทัศน์ระบบความคมชัดสูง (HD) 2.การจัดเรียงช่องจะต้องจัดเรียงช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ทั้งหมดตามที่ กสทช.กำหนด คือ 1-36 สำหรับบริการสาธารณะ 1-12 และบริการธุรกิจ 13-36 และ 3.กล่องจะต้องเป็นของประชาชน ส่วนประเด็นทีวีชุมชนนั้น จะสามารถเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อช่องไทยพีบีเอสยุติทีวีในระบบอนาล็อกเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว เพราะไทยพีบีเอสให้บริการในส่วนของทีวีชุมชนอยู่ ดังนั้นหากต้องการให้รับชมทีวีชุมชนเป็นดิจิตอลได้นั้น ต้องยุติอนาล็อกก่อน โดยทางไทยพีบีเอสได้เสนอเงื่อนไขก่อนเปลี่ยนเป็นทีวีดิจิตอล 2 แนวทาง คือ 1.จะต้องมีบริการระบบทีวีดิจิตอลแล้วในพื้นที่นั้นเกินระยะเวลา 1.6-2 ปี 2.ประชาชนสามารถรับทีวีดิจิตอลแล้วอย่างน้อย 95% ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าเงื่อนไขดังกล่าวจะทำให้ทีวีดิจิตอลในทีวีชุมชนเกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งทั่วประเทศมีจำนวน 39 พื้นที่ โดยแต่ละพื้นที่สามารถมีช่องทีวีชุมชนได้ไม่เกิน 12 ช่องรายการ
22-04-2014
กสทช.'ส่อเลื่อนแจกคูปองทีวีดิจิตอล 'นที'ยันช้าสุดประมาณกค.นี้  (แนวหน้า)
22-04-2014
"กสท." แจงคูปอง ซื้อ 4 อุปกรณ์ดูทีวีดิจิตอล (Nation Channel)
21-04-2014
TV viewers switching on to new digital channels (Bangkok Post)
21-04-2014
กสทช.จี้ระวังมิจฉาชีพหากินกล่องทีวี (ไทยโพสต์) กสทช.ย้ำแจกคูปองทีวีดิจิทัลส่งถึงบ้านเท่านั้น เตือนอย่าหลงเชื่อ แจงไม่มีตัวแทนจัดหาเซตท็อปบอกซ์ให้ประชาชน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ไม่เคยแต่งตั้งบริษัทใดขึ้นมาเป็นตัวแทนในการจัดหากล่องแปลงสัญญาณดิจิทัล หรือเซตท็อปบอกซ์ ให้กับประชาชน หลังจากที่พบว่ามีผู้แอบอ้างเป็นตัวแทน โดยให้ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนพร้อมรับรองสำเนาแล้วจะนำกล่องมาแจกให้ โดยที่ไม่ต้องนำคูปองจาก กสทช.ไปแลกซื้อกล่องเอง ส่วนเรื่องคูปองยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กสทช.อีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มแจกคูปองได้ในช่วงเดือน ก.ค.57 ในพื้นที่ที่พร้อมรับชมระบบดิจิทัล โดยจะทำการประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการแจกจ่ายและใช้คูปองให้รับรู้ทันทีที่สิ้นสุดการพิจารณา สำหรับการซื้ออุปกรณ์ระบบดิจิทัลให้สังเกตตรารับรองมาตรฐานจาก กสทช. และสติกเกอร์น้องดูดี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2634-6000 หรือ 1200 กด 1 (โทร.ฟรี) ด้าน พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กทปส. กล่าวว่า ล่าสุดยังไม่สามารถสรุปราคาคูปองสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิทัลได้ว่าจะอยู่เท่าไร เพราะต้องรอคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ส่งรายละเอียดเข้ามาก่อน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อน วันที่ 23 เม.ย.นี้.
21-04-2014
กสท.นัดเคาะราคาคูปองทีวีดิจิทัล ลุ้นพ่วงซื้อกล่องรับสัญญาณดาวเทียมสรุป21เม.ย. (ประชาชาติธุรกิจ) ราคา คูปองส่วนลด "ทีวีดิจิทัล" ยังจบไม่ลง "กสท." นัดหารืออีกรอบวันนี้ คาดไม่เกิน 1,200 บาท/ครัวเรือน ทั้งรอลุ้นเงื่อนไขคูปองพ่วงแลกซื้อกล่องรับสัญญาณดาวเทียมได้-ไม่ได้ ขณะที่รายละเอียดตั้งแต่การจัดพิมพ์ไปจนถึงขึ้นเงินเสร็จแล้ว ชง "กทปส." อนุมัติหลักการ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสท.นัดพิเศษ (18 เม.ย. 2557) ยังไม่สามารถหาข้อยุติเรื่องมูลค่าคูปองส่วนลดสำหรับซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณที วีดิจิทัล แต่ได้นำเสนอกรอบวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการแจกคูปองส่วนลดสำหรับสนับสนุน การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิทัลให้ที่ประชุมคณะกรรมการวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) พิจารณาอนุมัติหลักการในการประชุมในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ไปก่อนที่จะนัด ประชุมบอร์ด กสท.เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับคูปองดิจิทัลให้ได้อีกครั้งวันที่ 21 เม.ย.นี้ ด้านนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท.เปิดเผยว่า กรอบวิธีการที่เสนอให้ กทปส.พิจารณามีความสมบูรณ์เกือบ 80% แล้ว ทั้งในส่วนของรูปแบบและเนื้อหาที่ต้องระบุในคูปอง ผู้จัดพิมพ์ วิธีการแจกที่ให้ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ รวมถึงวิธีการลงทะเบียนของทั้งผู้ผลิตอุปกรณ์, ตัวแทนทางการตลาด และธนาคารที่จะนำคูปองไปขึ้นเงินสดได้ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง หาก ข้อมูลไม่ถูกต้องตรงกันทั้งหมดจะไม่สามารถขึ้นเงินได้ เหลือเพียงมูลค่าคูปองและฟังก์ชั่นในการนำคูปองไปใช้งานเท่านั้นที่ต้องหา ข้อสรุปให้ได้ก่อนประชุมบอร์ด กสทช.วันที่ 23 เม.ย.นี้ "มูลค่า คูปอง 690 บาท/ครัวเรือนที่เคยอนุมัติไปก่อนหน้านี้ไม่จูงใจที่จะให้ประชาชนเปลี่ยนจึง ต้องหาราคากลางที่เหมาะสม ขณะที่ฟังก์ชั่นการใช้งานอยากให้มีทางเลือกที่หลากหลายให้ประชาชน ทั้งการซื้อทีวีเครื่องใหม่ หรือการใช้เป็นส่วนลดซื้อกล่องแปลงสัญญาณกับเสาอากาศ รวมถึงต้องมาพิจารณาว่าจะครอบคลุมไปถึงกล่องทีวีดาวเทียมด้วยหรือไม่ เพราะต้องมีการออกแบบการใช้คูปองให้เหมาะสม ไม่กระทบกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ กสทช.อุตส่าห์ลงทุนเพื่อส่งเสริมทีวีภาคพื้นดิน ไปแล้วจึงยังไม่ สามารถคำนวณราคากลางที่เหมาะสมได้ ถ้าคำนึงถึงข้อท้วงติงของ กทปส. เกี่ยวกับเงินรายได้จากการประมูลที่เข้ามาในปีแรกซึ่งต้องนำไปใช้สนับสนุน การแจกคูปองแล้วมูลค่าคูปองไม่น่าเกิน 1,200 บาท" ส่วนกรอบเบื้องต้น ในการใช้คูปองคือต้องนำไปใช้กับกล่องแปลงสัญญาณที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก สำนักงาน กสทช.และมีสัญลักษณ์ "น้องดูดี" เท่านั้น และการแจกคูปองจะเริ่มทยอยแจกในเดือน มิ.ย. ตามพื้นที่ที่มีโครงข่ายทีวีดิจิทัล โดยปีแรกนี้จะแจก 50% ของ 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ขณะที่เงินประมูลทีวีดิจิทัลช่องบริการธุรกิจ 24 ช่อง งวดแรกที่ผู้ชนะประมูลจ่ายมาแล้วมีจำนวน 11,943 ล้านบาท "ขณะ นี้โครงข่ายทีวีดิจิทัลยังไม่ครอบคลุม เพราะยังอยู่ในช่วงทดลองออกอากาศจึงอยากให้ประชาชนรอคูปองของ กสทช.ก่อน เพราะหากซื้อไปตอนนี้ก็ไม่สามารถเบิกเงินคืนย้อนหลังได้ และอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างว่า มีคูปองส่วนลดของ กสทช.ให้แลกซื้อได้ เพราะยังไม่ได้แจก และต่อให้มีการแจกจริงก็ไม่สามารถใช้แทนกันได้ ต้องเป็นของเฉพาะบ้านนั้น ๆ เท่านั้น"  
21-04-2014
กสท.เตรียมออกวิธีใช้คูปอง ซื้อกล่องรับทีวีดิจิตอล (แนวหน้า)  
21-04-2014
กสท.ยังไม่สรุปมูลค่าคูปองทีวีดิจิตอล (ผู้จัดการออนไลน์) ถกกันไม่จบเรื่องมูลค่าคูปองทีวีดิจิตอล ได้แค่ 4 แนวทางเบื้องต้นนำคูปองไปใช้ โดย กสท.นัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 22 เม.ย.นี้ คาดทำให้การแจกคูปองเลื่อนไปเป็นต้นเดือน ก.ค. 57 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ด กสท.เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ประชุมยังคงไม่สามารถได้ข้อสรุปเรื่องหลักเกณฑ์ และรายละเอียดการแจกคูปองเงินเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การรับชมทีวีดิจิตอลให้แก่คนไทยทั้ง 22 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นนโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของ กสทช.เนื่องจากยังมีความเห็นแตกต่างใน 2 ประเด็น คือ 1. มูลค่าของคูปอง และ 2. การรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลจะต้องสามารถรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลสำหรับบริการประเภทชุมชมได้ ส่งผลทำให้ต้องมีการประชุมบอร์ด กสท.นัดพิเศษในช่วงเย็นวันที่ 22 เม.ย.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะไม่สามารถนำวาระเรื่องคูปองเข้าที่ประชุมบอร์ด กสทช.ในวันที่ 23 เม.ย.ได้ทัน ซึ่งจะส่งผลให้กรอบระยะเวลาในการแจกคูปองเดิมที่กำหนดไว้ล่าช้าออกไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ คือราวปลายเดือน มิ.ย.หรือต้นเดือน ก.ค. 2557 เนื่องจากใน 2 ประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปจะต้องทำให้ทุกอย่างเคลียร์ให้เรียบร้อยหมดอย่างรอบคอบ เพราะเป็นประเด็นที่อ่อนไหวได้ง่าย โดยเฉพาะเรื่องของมูลค่าคูปอง “ยอมรับว่าการแจกคูปองสนับสนุนของ กสทช.ในครั้งนี้ก็เป็นเสมือนการกำหนดอนาคตของตลาดไปด้วย ดังนั้น กสทช.จะต้องออกแบบตลาดในวันนี้ให้ดี และรอบคอบที่สุด” อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นที่ประชุมได้สรุปเงื่อนไขกำหนดแนวทางการนำคูปองไปแลกซื้อ 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1. ทีวีเครื่องใหม่ที่สามารถรองรับระบบดิจิตอลในเครื่อง 2. กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน (DVB-T2) หรือเซตท็อปบ็อกซ์ทีวีดิจิตอล 3. กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลที่รับสัญญาณผ่านระบบดาวเทียม และ 4. กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลที่ผ่านสาย และระบบเคเบิล โดยแนวทางที่ 3 และ 4 หากผู้ประกอบการสนใจอยากจะเข้าร่วมให้ได้รับการสนับสนุนจาก กสทช.จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข 3 ข้อ คือ 1. กล่องรับสัญญาณดังกล่าวจะต้องสามารถรับชมในระบบความคมชัดสูง (HD) ได้ 2. จะต้องมีการจัดเรียงช่องรายการโทรทัศน์ตามที่ กสทช.กำหนดทั้ง 36 ช่องรายการ คือช่อง 1- 12 สำหรับบริการสาธารณะ และบริการธุรกิจตั้งแต่ช่อง 13-36 และ 3. กล่องรับสัญญาณจะต้องเป็นของประชาชนไม่ใช่กล่องของผู้ประกอบการ คือต้องเป็นกล่องรับสัญญาณที่ขายขาดโดยไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนนั่นเอง “จุดยืนของ กสทช.คือต้องการให้ประชาชนสามารถรับบริการทีวีดิจิตอลได้ทั้งหมดทุกช่องทาง ไม่ใช่เฉพาะอาศัยประกาศการเผยแพร่กิจการโทรทัศน์เป็นการทั่วไป หรือ Must Carry เท่านั้น แต่ก็ไม่ต้องการเข้าไปทำลายอุตสาหกรรมดาวเทียม และเคเบิลทีวีด้วย” ส่วนกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียมจานดำแบบ Fee-to-air นั้น กสทช.จะไม่ได้ครอบคลุมรวมไปถึงด้วยเนื่องจากเป็นการแข่งขันในตลาดเดียวกับโทรทัศน์ภาคพื้นดิน พ.อ.นทีกล่าวว่า ส่วนประเด็นเรื่องทีวีชุมชนที่ยังไม่ได้ข้อสรุปนั้นตนมองว่าทีวีชุมชนจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อไทยพีบีเอสยุติการออกอากาศในระบบแอนะล็อก ซึ่งล่าสุดไทยพีบีเอสก็ออกมาเปิดเผยว่าจะยุติออกอากาศได้ต้องอยู่ภายใต้ 2 เงื่อนไข คือ 1. หลังจากที่มีการให้บริการทีวีดิจิตอลในพื้นที่แล้วราว 1-2 ปี และ 2. ประชาชนในพื้นที่จะต้องรับชมทีวีดิจิตอลได้อย่างน้อย 95% ของจำนวนประชากรในพื้นที่ อนึ่ง ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากรับชมโทรทัศน์ผ่านทางจานดาวเทียม และเคเบิลทีวี ดังนั้นการแลกคูปองจะต้องครอบคลุมไปถึงกล่องรับสัญญาณดังกล่าวด้วย เช่น กล่องรับสัญญาณพีเอสไอ และกล่องจีเอ็มเอ็มที่ไม่ต้องเสียค่าบริการแบบรายเดือน แต่ที่สำคัญกล่องรับสัญญาณดังกล่าวต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนดด้วยทั้ง 3 ข้อ ส่วนกล่องรับสัญญาณที่ต้องเสียค่าบริการรายเดือน อาทิ กล่องทรูวิชั่นส์ถือว่าไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการแลกคูปองแต่อย่างใด ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ขอโทษผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวหลังการประชุมบอร์ด กสท.วันนี้ (21 เม.ย.) หลังไม่ได้ข้อสรุปรูปแบบกล่องรับสัญญาณ เนื่องจากข้อกังวลของตนเองที่อยากให้กล่องรับสัญญาณสามารถรับสัญญาณได้ทั้ง 48 ช่อง เปิดทางทีวีดิจิตอลชุมชนเกิดอย่างเป็นรูปธรรมก่อนหมดวาระ “ความคิดเห็นของทุกฝ่ายได้มีการถกเถียงในที่ประชุมบอร์ด กสท.เช้าวันนี้ (21 เม.ย.) แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ เลยยังไม่ได้ข้อสรุป ไว้รอท่านประธานแถลง เรื่องนี้เรื่องใหญ่เราไม่อยากจบลงด้วยการโหวต แต่เนื่องจากยังหามติเอกฉันท์ไม่ได้ เลยขอเลื่อนไปพิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) และอาจจะส่งผลให้ไม่ทันส่งเรื่องเข้าบอร์ด กสทช.ที่จะประชุมในวันพุธที่ 23 เม.ย. สุดท้ายถ้าต้องลงมติจริงๆ แล้วดิฉันยังมีความเห็นต่างอยู่ ก็จะทำบันทึกสงวนความเห็นไว้เพื่อให้เรื่องเดินหน้าไปได้ รอฟังพรุ่งนี้อีกครั้ง” “ไม่ได้ตั้งใจทำให้กระบวนการล่าช้าแต่มีบางประเด็นที่ยังไม่เคลียร์ก็ลำบากใจ โดยจุดยืนดิฉันคือทุกกล่องต้องรับได้ 48 ช่องรวมทีวีชุมชน หากแต่ข้อจำกัดของกล่องทีวีดาวเทียม S2 คือไม่สามารถรับทีวีดิจิตอลชุมชนได้ สำหรับดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ จึงยังลงมติไม่ได้ เงื่อนไขเรื่องอื่นๆ ยอมรับได้แล้ว แต่ส่วนตัวคาใจเรื่อง S2 รับทีวีชุมชนไม่ได้ ขออภัยที่ทำให้กระบวนการล่าช้า” “คนที่จะได้ประโยชน์จากกล่อง pay TV คือคนชั้นกลาง ส่วนทีวีชุมชนภาคพื้นคือโอกาสของคนท้องถิ่น กสทช.มีหน้าที่ต้องส่งเสริมด้วยเช่นกัน และถ้าครัวเรือนรับทีวีชุมชนไม่ได้ โอกาสในการเกิดขึ้นของทีวีชุมชนของภาคประชาชนที่จะคานดุลกับทีวีสาธารณะและทีวีธุรกิจก็จะล่าช้าออกไป ในวาระที่เหลือของการเป็น กสทช. ดิฉันอยากเห็นการจัดสรรคลื่นทีวีชุมชนเกิดขึ้น เรื่องนี้จึงผูกพันเรื่องคูปอง เป็น critical point ในการตัดสินใจ”  
20-04-2014
กสท.เลื่อนเคาะคูปองTVดิจิตอลหวั่นหวั่นเอื้อดาวเทียม (โพสต์ทูเดย์)  
19-04-2014
กสทช.เตือนระวังแอบอ้างติดทีวีดิจิตอล(ผู้จัดการออนไลน์) เลขาธิการ กสทช. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างว่าเป็นตัวแทน กสทช. มาอำนวยความสะดวกในการจัดหากล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ให้ ย้ำคูปองจะส่งถึงทุกครัวเรือนทางไปรษณีย์ 1 ครัวเรือนต่อคูปอง 1 ใบ                นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบว่ามีผู้แอบอ้างกับประชาชนว่าเป็นตัวแทนจาก กสทช. มาอำนวยความสะดวกในการจัดหากล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ (Set Top Box) ให้                โดยให้ประชาชนถ่ายสำเนาบัตรประชาชนพร้อมรับรองสำเนาให้ทางบริษัทแล้ว ทางบริษัทจะนำกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ (Set Top Box) มาแจกให้เลย โดยที่ประชาชนไม่ต้องนำคูปองจาก กสทช. ไปแลกซื้อกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ (Set Top Box)                เรื่องนี้สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันว่า กสทช. ไม่เคยแต่งตั้งบริษัทใดขึ้นมาเป็นตัวแทนเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเลย คูปองเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลของ กสทช. ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนากิจการกระจาย เสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กสทช. อีกครั้ง                หลังจากนั้นก็จะสามารถแจ้งประชาชนได้อย่างชัดเจนในรายละเอียดการแจก จ่ายคูปองทั้งมูลค่าและขั้นตอนการแจกจ่ายให้กับประชาชน ทั้งนี้ในเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มแจกคูปองสู่ครัวเรือนประชาชนได้ในช่วงเดือน กรกฎาคม 2557 ในพื้นที่ที่พร้อมรับชม                “ผมขอย้ำเตือนประชาชนว่า อย่าเชื่อผู้ที่มาแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนของ กสทช. มาอำนวยความสะดวกในการจัดหากล่องเซ็ตทอปบอกซ์ให้ คูปองแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลที่ กสทช. จะแจก ท่านจะได้รับทุกครัวเรือน ครัวเรือนละ 1 ใบแน่นอน เพื่อให้ท่านนำไปแลกซื้ออุปกรณ์ที่ช่วยให้ท่านสามารถรับชมโทรทัศน์ในระบบ ดิจิตอลได้”                นายฐากร กล่าวต่อว่า สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันว่าการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลของ กสทช. โดยวิธีการแจกคูปองให้กับประชาชนเพื่อนำไปแลกซื้ออุปกรณ์ที่ช่วยในการรับชม โทรทัศน์ในระบบดิจิตอล สามารถแลกซื้อได้ทั้งอุปกรณ์แปลงสัญญาณในระบบดิจิตอล หรือ เซ็ตท็อปบ็อกซ์ (Set Top Box) พร้อมสายอากาศ (Antenna) หรือใช้เป็นส่วนลดในการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอลได้ มีเจตนารมณ์เพื่อลดภาระและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกครัวเรือนในประเทศ ไทย ให้สามารถรับชมรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลได้ในส่วนของกระบวนการแจกคูปอง ให้กับครัวเรือน การใช้คูปอง ตลอดจนการที่บริษัทนำคูปองที่ประชาชนมาแลกซื้ออุปกรณ์ฯ ไปรับเงินสนับสนุน ต้องเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน สะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยสำนักงานฯ จะทำการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ขั้นตอนการแจกจ่ายและใช้คูปองให้ประชาชนรับรู้ อย่างกว้างขวางทันทีที่สิ้นสุดการพิจารณาเพื่อประโยชน์ของประชาชน                ปัจจุบันประเทศไทย ขณะนี้จนถึงวันที่ 24 เม.ย. 2557 อยู่ในช่วงของการนำเนื้อหารายการไปออกอากาศเพื่อทดสอบบนโครงข่ายโทรทัศน์ ระบบดิจิตอล คู่ขนานไปกับโทรทัศน์ระบบแอนาลอกเดิม หรือช่องฟรีทีวีเดิม ช่อง 3/ 5/ 7/ 9/ 11/ และ ไทยพีบีเอส ซึ่งการทดลองออกอากาศดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบกับการรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินของประชาชนแต่อย่างใด ประชาชนยังสามารถรับชมโทรทัศน์ช่องฟรีทีวีเดิม 3/5/7/9/11 และ ไทยพีบีเอส ได้ในรูปแบบเดิมทุกประการ สำหรับประชาชนที่มีความพร้อมในการรับชมระบบโทรทัศน์ระบบดิจิตอล คือ กล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ (Set Top Box) หรือมีเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอลแล้ว ก็สามารถทดลองรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลได้                ส่วนประชาชนที่ต้องการซื้อเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่มี ภาครับสัญญาณดิจิตอล หรือIntegrated Digital Television (iDTV) และ เซ็ตท็อปบ็อกซ์ (SET TOP BOX) เพื่อทดลองรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลที่มีการทดลองออกอากาศคู่ขนานไปกับ โทรทัศน์ระบบแอนาล็อกในขณะนี้ ให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีตรารับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. (Hologram กสทช. Class A Broadcast) และให้สังเกตสติกเกอร์น้องดูดีที่ผลิตภัณฑ์ได้ เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้มาตรฐานและสามารถรับชมโทรทัศน์ในระบบ ดิจิตอลได้จริง  
19-04-2014
Digital set-top box vouchers expanded to include cable and satellite receivers (Bangkok Post)
19-04-2014
Coupon 'won't distort pricing' (Bangkok Post) An NBTC source said satellite and pay-TV operators wishing to get subsidy coupons must have the channel line-up for their boxes similar to the digital TV set-top box. The
18-04-2014
กสทช.สู้เร่งอุทธรณ์ดูบอลโลกฟรี (ไทยโพสต์) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประ ธานคณะกรรมการกิจการกระ จายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรม การ กสท. มีมติเห็นชอบให้ใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด ช่องหมายเลข 27 หลังจากที่อาร์เอสส่ง ผังรายการกลับมาใหม่ โดยก่อนหน้านี้ กสท. ได้อนุมัติให้ผู้ที่ชนะการประมูล 23 ช่อง ให้ได้รับใบอนุญาต และมีผลตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.2557 ไปแล้ว โดยผู้ประกอบการต้องออกอากาศภายใน 30 วัน นอกจากนี้ ที่ประชุม กสท.ยังมีมติให้เร่งอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูง สุดโดยเร็ว ในประเด็นยืนยันสิทธิของประ ชาชนที่จะต้องได้รับชมฟุตบอลโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกฟรีมาโดยตลอด ทั้งนี้ สืบเนื่องจากตามที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาตัดสิน คดีที่บริษัท อาร์เอส อิน เตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ฟ้อง กสทช. โดยขอให้ศาลปกครองสั่ง ยกเลิกประกาศ กสทช.เกี่ยวกับหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการ โทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (Must Have) และไม่ให้นำประกาศดังกล่าวมาใช้กับการเผยแพร่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เนื่องจากประกาศของ กสทช.ดังกล่าวได้กำหนดให้การถ่ายทอดฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ถือเป็น 1 ใน 7 รายการที่ประชาชนต้องรับชมได้ผ่านฟรีทีวี โดยศาลปกครองกลางโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองกลาง เห็นว่า การระบุให้การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (FIFA World Cup Final) ตามประกาศดังกล่าว เป็นกฎที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเฉพาะในส่วนที่มีผล กระทบต่อสิทธิของบริษัท อาร์เอสฯ ที่ได้มีไว้ก่อนมีการออกประกาศของ กสทช. จึงให้เพิกถอนเฉพาะในส่วนดังกล่าว โดยให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.ยัง คงยืนยันว่า ประกาศมัสต์แฮฟ ดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับได้อยู่ เนื่องจากคำสั่งของศาลปก ครองกลางยังถือว่าไม่ใช่การตัดสินที่สิ้นสุด เนื่องจาก กสทช.จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูง สุด ภายใน 30 วัน ซึ่งถือว่าภายใน 31 มี.ค.-30 เม.ย.2557 ซึ่งระหว่างนี้ ผู้ประกอบการยังต้องเคารพกฎ ตามประกาศมัสต์แฮฟต่อไป จน กว่าจะมีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด โดยสำนักงาน กสทช.จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดในประเด็นเรื่องการคุ้ม ครองสิทธิทางประโยชน์ของประชาชน สำหรับประเด็นการแจก คูปองทีวีดิจิตอล พ.อ.นที กล่าว ว่า ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปในเรื่อง ของราคาคูปองแต่อย่างใด เนื่องจากที่ประชุมยังตกลงในบางประเด็นไม่ได้ ยังต้องพิจารณาเพิ่มเติมในรายละ เอียดอีก 2-3 ประเด็น ทั้งนี้จะต้องนำเสนอรายละเอียดขั้นตอนการจัดส่งคูปองเพิ่มเติมกับทางกองทุน วิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจ การโทรทัศน์ และกิจการโทร คมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) พร้อมกับหารือต่อไป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะ สามารถแจกคูปองทันตามกรอบที่วางไว้ คือ ปลายเดือน มิ.ย.57 นี้แน่นอน.
18-04-2014
กสทช.หารือข้อสรุปราคาคูปองส่วนลดอุปกรณ์ทีวีดิจิตอล (ไทยพีบีเอส)
18-04-2014
กสท.ยังไร้ข้อสรุปราคาคูปองทีวีดิจิตอลเตรียมถกต่อจันทร์นี้ (เดลินิวส์) วันนี้ (18เม.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่าการประชุม กสท.ช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่สามารถสรุปมูลค่าราคาคูปองส่วนลดเพื่อนำไปใช้ ซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลว่าราคาจะอยู่ที่ต่ำกว่าหลักพันหรือมากกว่าหลัก พัน รวมถึงเงื่อนไขการใช้คูปองในการนำไปซื้ออุปกรณ์อะไรได้บ้าง ซึ่งคาดว่าจะมีการสรุปอีกครั้งในวันจันทร์ 21 เม.ย. นี้ เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กทปส.) อนุมัติ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. ในวันที่ 23 เม.ย. นี้ ในขณะเดียวกันรายละเอียดอื่นๆอาทิ การแจกจ่ายให้ประชากร 22 ล้านครัวเรือน ตามทะเบียนราษฎร์ผ่านไปรษณีย์ มีข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว     นอกจากนี้คูปองส่วนลด ที่ประชาชนนำไปซื้อกล่องเซตทอป บ็อกซ์ หรือ ทีวีดิจิตอลที่รับสัญญาณทีวีดิจิตอลในตัวเครื่อง ต้องจัดเรียงช่องทีวีดิจิตอลหมายเลขช่อง 1- 36 และคูปองก็ไม่สามารถที่จะแลกคืนย้อนหลังได้ ทั้งนี้อยากให้ประชาชนจำนวน 22 ล้านครัวเรือน รอการใช้สิทธิ์คูปองของตัวเอง ซึ่งหากในช่วงนี้ประชาชนที่รับชมทีวีภาคพื้นดินผ่านหนวดกุ้งก้างปลาและยัง อยู่ในพื้นที่ที่โครงข่ายยังไม่ครอบคลุมก็ขอให้ชะลอการซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว     “ราคา คูปอง และเงื่อนไขการนำไปใช้ซื้ออุปกรณ์นั้นต้องหารือเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งในวัน จันทร์นี้เพื่อให้ทันเสนอต่อ กทปส. และบอร์ด กสทช.ให้ทันในวันที่ 23 เม.ย. นี้ และเพื่อเปิดเผยแก่สาธารณะชนทราบ ซึ่งหากไม่ทันก็จะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปแต่ทั้งนี้ยังอยากให้กระบวนการ แจกจ่ายคูปองได้ประมาณช่วงเดือนมิ.ย. นี้ ” น.ส.สุภิญญา กล่าว
17-04-2014
 กสทช. ไม่เคาะคูปองทีวีดิจิตอล ยื้อคุยต่ออีกครั้ง (เดลินิวส์) ความคืบหน้าล่าสุด 17.05 น. (17 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ไม่ได้ข้อสรุปราคาคูปองส่วนลดเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อกไปสู่ ทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ โดยขอประชุมต่ออีกวัน คาดว่าจะเป็นช่วงเช้าพรุ่งนี้ (18 เม.ย.)     ลุ้น! ราคาคูปอง “ทีวีดิจิตอล” วันนี้ 16.30น. รู้กัน   บ่าย วันนี้ (17 เม.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) จะพิจารณาเคาะราคาคูปองส่วนลดเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อกไปสู่ ทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ “เดลินิวส์ออนไลน์” ร่วมเกาะติดและสรุปข้อมูลมาให้อ่านกันก่อนดังนี้   การเปลี่ยน ผ่านทีวีจากระบบอะนาล็อกไปสู่ทีวีระบบดิจิตอลที่ดำเนินการโดย กสท. ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เริ่มมีการพูดถึงภายหลังจากที่ กสท. เปิดให้มีการประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง เมื่อวันที่ 26 -27ธ.ค.56   คล้อย หลังการประมูลไม่นาน กสท.ได้พิจารณาราคาคูปองเพื่อนำไปแลกซื้ออุปกรณ์ อาทิ ส่วนลดการซื้อทีวีดิจิตอลที่มีภาครับสัญญาณในเครื่อง ส่วนลดการซื้อกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ อุปกรณ์เสริมหนวดกุ้งดิจิตอล หรือก้างปลา รวมถึงการรับประกันคุณภาพกล่อง การกำหนดวันหมดอายุของคูปอง และคูปองดังกล่าวนี้จะสามารถใช้แลกกล่องดิจิตอลทีวีที่สามารถใช้กับทีวี บอกรับสมาชิกในกล่องเดียวได้ด้วยหรือไม่ รวมทั้งรูปแบบคูปองที่ป้องกันการเลียนแบบ กระบวนการแจกผ่านร้านค้าย่อย และธนาคารที่ป้องกันการทุจริต   นอกจากนี้ กสท. ได้วางแผนการกระจายคูปองส่วนลดโดยจะเดินตามการวางโครงข่ายสัญญาณในระยะ3ปี ซึ่งเฟสแรก จะแจกคูปองให้กับ22ล้านครัวเรือนตามทะเบียนราษฎร์ก่อน จากนั้นเฟสที่ 2จะครอบคลุมกลุ่มที่ขาดโอกาสต่างๆ อาทิ แรงงานอพยพ ครัวเรือนนอกเขต ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่ไม่มีชื่อตามทะเบียนราษฎรได้รับสิทธิ์เช่นกัน   น.ส.สุ ภิญญา กลางณรงค์ กสท. และกสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ความเห็นของตนมองว่าราคาคูปองส่วนลดจะอยู่ประมาณไม่เกิน1,200บาท ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผล เนื่องจากต้องสร้างทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคในการนำคูปองไปใช้เป็นส่วนลดซื้อ ทีวีที่มีภาครับสัญญาณดิจิตอลในเครื่อง หรือกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ที่มีเสารับสัญญาณดิจิตอลพ่วงมา จึงจำเป็นต้องปรับราคาคูปองเพิ่มขึ้น และเป็นทางเลือกให้ตามความต้องการของประชาชนที่แตกต่างกัน เนื่องจากบางครัวเรือนมีทีวีรุ่นเก่าแบบจอตู้ และต้องการเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่ ซึ่งราคาคูปองจะเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าถึงการเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อรับชม ทีวีดิจิตอล   ขณะที่สมาคมสื่อดิจิตอลเพื่อผู้บริโภค ได้จัดงานสัมมนาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวพร้อมทั้งเสนอราคาคูปองทีวีดิจิตอล เพิ่มเป็น2,000บาท เนื่องจากเป็นราคาที่เหมาะสมและครอบคลุมกับอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอล เพราะราคาอุปกรณ์รับชม แบ่งเป็นกล่องรับสัญญาณ หรือ เซต ทอป บ็อกซ์ ซึ่งปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ1,000-1,500บาท และเสาอากาศ ราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ300-500บาท   ก่อนหน้านี้ราคาคูปองส่วนลด ดังกล่าว กสท. เคยเปิดเผยว่าอยู่ที่ประมาณ690บาท โดยคำนวณจากราคาตั้งต้นการประมูลทีวีดิจิตอล24ใบอนุญาต จำนวน15,190ล้านบาท นำไปหารจำนวน22ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ จึงได้ราคาคูปองเบื้องต้น690บาท ทว่าภายหลัง กสท. ได้ออกหลักการเสนอให้มีการเพิ่มราคาคูปองเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องควักเงินเพิ่มในการซื้ออุปกรณ์ แต่หลักการดังกล่าวต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม(กทปส.) และที่ประชุมกสทช.เนื่องจากภารกิจการสนับสนุนคูปองส่วนลดดังกล่าวถือเป็น โครงการที่สำคัญของกสทช.   สุรัสวดี สิทธิยศ
16-04-2014
NBTC to air coupon plan (Bangkok Post)  
15-04-2014
กสทช.ตอบปัญหา ดู"ทีวีดิจิตอล" (ข่าวสด) การเตรียมรับชมทีวีระบบดิจิตอล 1. ถ้าท่านใช้โทรทัศน์ระบบอนาล็อก หรือโทรทัศน์ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์สมาร์ตทีวี หรือโทรทัศน์จอแบนต่างๆ ล้วนเป็นโทรทัศน์รุ่นเก่าระบบอนาล็อก จึงไม่ต้องเปลี่ยนโทรทัศน์ใหม่ โดยสามารถรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลได้ง่ายๆ เพียงนำโทรทัศน์เครื่องเดิมที่ใช้อยู่เชื่อมต่อกับ "เซ็ต ท็อป บ็อกซ์" หรือกล่องแปลงสัญญาณ กล่องตัวนี้จะช่วยเปลี่ยนสัญญาณจากอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอล โดยท่านไม่ต้องซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ โดยมีหนวดกุ้งหรือเสาก้างปลาเป็นตัวรับสัญญาณ 2. ถ้าท่านต้องการซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ เป็นโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล ซึ่งเป็นโทรทัศน์ที่มีดิจิตอลจูนเนอร์ในตัวรับสัญญาณ (integrated Digital Television หรือ iDTV) ซึ่งสามารถรับสัญญาณดิจิตอลได้โดยไม่ต้องใช้กล่องแปลงสัญญาณหรือ "เซ็ต ท็อป บ็อกซ์" เพียงต่อโทรทัศน์ iDTV กับเสาก้างปลาหรือหนวดกุ้ง ท่านสามารถรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลได้แล้ว ซึ่งวิธีนี้ผู้รับชมจะสามารถรับชมจำนวนช่องได้ทั้งหมด 48 ช่องพร้อมกับคุณภาพความคมชัดปกติ (เอสดี) และความคมชัดสูง (เอชดี) 3. ถ้าท่านรับชมโทรทัศน์ด้วยจานดาวเทียม หรือผ่านเคเบิล ท่านสามารถรับชมรายการได้ทั้งหมด 36 ช่อง ซึ่งไม่รวมช่องบริการชุมชนทั้ง 12 ช่อง เนื่องจากช่องบริการชุมชนจะให้บริการแปรผันไปตามภูมิภาคที่รับชม ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งระบบจานดาวเทียมและเคเบิลทีวีไม่สามารถดึงสัญญาณภาพไปให้บริการได้ แต่คุณภาพความคมชัดอาจจะไม่เท่ากับการ ต่อสัญญาณผ่านเครื่องแปลงสัญญาณหรือ "เซ็ต ท็อป บ็อกซ์" 4. ราคาเซ็ต ท็อป บ็อกซ์ จะ อยู่ที่ราวๆ 1,000 ถึง 2,000 บาท ขึ้นกับสเป๊กและลูกเล่นต่างๆ ตอนนี้ราคาในต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 45 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,350 บาท 5. ถ้าไม่มีทีวีที่มี Built-in Digital Tuner แบบ DVB-T2 หรือเซ็ต ท็อป บ็อกซ์ เราจะสามารถรับชมฟรีทีวีช่อง 3, 5, 7, 9, NBT และสทท. (เอ็นบีที) ได้อยู่หรือไม่ ยังสามารถรับชมได้อยู่เพราะรัฐบาลจะยังส่ง สัญญาณการแพร่ภาพแบบอนาล็อก ไปจนถึงปี 2563 ตามข้อตกลงของอาเซียน โดยระหว่างนี้ก็จะแพร่ภาพสัญญาณแบบดิจิตอลคู่ไปกับอนาล็อกด้วย จนหลังจากปี 2563 จะตัดสัญญาณแบบอนาล็อก ซึ่งถ้าผู้ใช้งานไม่มีทีวีที่มี Built-in Digital Tuner แบบ DVB-T2 หรือ STB ก็จะไม่สามารถรับสัญญาณได้อีกต่อไป 6. ทีวีระบบอนาล็อก กับดิจิตอล แตกต่างกันอย่างไร ทีวี ดิจิตอลมีคุณภาพสัญญาณภาพและเสียงที่ดีกว่าระบบอนาล็อก และเป็นการนำทรัพยากรคลื่นความถี่วิทยุมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยออกอากาศได้หลายช่องเมื่อเทียบกับแบบอนาล็อกที่ใช้ออกอากาศ ได้เพียงช่องเดียว ซึ่งนำเสนอได้คมชัดขึ้นด้วยมาตรฐานความคมชัดสูง (เอชดี) หรืออาจจะแบ่งได้เป็นหลายช่องรายการมาตรฐานความคมชัดปกติ (เอสดี) ด้วยกระบวนการ ที่เรียกว่า Multicasting นอกจากนี้ ยังรองรับบริการมัลติมีเดียใหม่ๆ และประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าระบบอนาล็อกหลายเท่าตัว รวมถึงใช้ทรัพยากรโครงข่ายพื้นฐานและโครงข่ายการส่งสัญญาณร่วมกันอย่างมี ประสิทธิภาพ  
14-04-2014
เปลี่ยนผ่านทีวีอนาล็อกสู่ดิจิตอลก้าวย่างที่ท้าทาย (ประชาชาติธุรกิจ) โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ   นับจากต้นปีมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่คนจะพูดถึงกันมากไม่แพ้กระแสการเมืองอันร้อนแรง หรือข่าวฉาวของดารา ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการเปลี่ยนผ่านทีวีอนาล็อก ไปสู่ทีวีดิจิตอล เพราะ หากย้อนกลับไปดูก้าวแรกของการเปิดประมูลให้บริการทีวีดิจิตอลในกลุ่มช่อง ธุรกิจ จำนวน 24 ใบอนุญาต แบ่งเป็นช่องรายการวาไรตี้ความคมชัดสูง (เอชดี) จำนวน 7 ใบอนุญาต ช่องรายการวาไรตี้ทั่วไปความคมชัดมาตรฐาน (เอสดี) จำนวน 7 ใบอนุญาต ช่องรายการข่าวสารและสาระ จำนวน 7 ใบอนุญาต และช่องรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัว จำนวน 3 ใบอนุญาต ประเทศไทยเป็นประเทศแรกและ ประเทศเดียวที่จัดการประมูลทีวีดิจิตอล โดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นแม่งานนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ชนิดที่ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการ กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้ถูกเชิญไปเป็นวิทยากรบรรยายการจัดประมูลทีวีดิจิตอลในต่างประเทศไม่เว้น แต่ละสัปดาห์หลังประกาศรับรองผลการประมูล ความสำเร็จนี้เกิดจากการ ที่ผู้ประกอบการที่เข้าประมูลแต่ละรายแย่งกันเสนอราคาที่สูงลิ่ว โดยเมื่อรวมราคาทั้ง 4 หมวด 24 ใบอนุญาตแล้วมีมูลค่าถึง 50,862 ล้านบาท สูงกว่าราคาตั้งต้นประมูลรวม 4 หมวด 24 ใบอนุญาตที่อยู่ที่ 15,190 ล้านบาท ไร้ข้อครหาเรื่องฮั้วประมูลโดยสิ้นเชิง ซึ่งแตกต่างจากการประมูล 3 จี เมื่อครั้งกระโน้น เพราะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากพบว่าผู้เข้าประมูล 3 จี จำนวน 2 ราย จาก 3 ราย ไม่เสนอเงินเพิ่มเติมจากราคาตั้งต้นการประมูล แม้ว่าจะผ่านก้าวแรกไป อย่างงดงาม แต่ดูเหมือนว่าย่างก้าวต่อมาของทีวีดิจิตอล หนทางกลับไม่ได้ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบซะแล้ว เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ และหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กสทช.!! โดยใน มุมของผู้ประกอบการที่ฉากหลังต้องวิ่งกันขาขวิดเพื่อหาบุคลากรเก่งๆ มีความรู้ความสามารถมาทำงานในช่องของตัวเอง บางรายถึงขั้นแย่งกันทำสัญญา หรือซื้อลิขสิทธิ์รายการต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อหวังครองใจคนดูตั้งแต่เริ่มสตาร์ต แต่เบื้องหน้ากลับพบว่ามีผู้ ประกอบการบางราย เช่น บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด หนึ่งในผู้ชนะการประมูลลำดับที่ 4 ในช่องรายการข่าว ด้วยเงินประมูล 1,318 ล้านบาท ได้ประกาศขายหุ้นให้แก่บริษัท ตงฮั้ว คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 25% พร้อมเปิดกว้างว่าภายใน 2 ปีสามารถซื้อหุ้นได้ถึง 60% ของทุนจดทะเบียน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อระดมทุน เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน ซึ่งการเปลี่ยนเจ้าของด้วยวิธีการนี้ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย กสทช.ตราบที่อำนาจการบริหารยังอยู่ในมือของเจ้าของเดิมที่ชนะการประมูล เป็น การส่งสัญญาณที่อาจจะบอกอะไรบางอย่างให้คนภายนอกได้เห็นได้คิดกันไป หรือแม้แต่กรณีที่เกิดขึ้นกับบริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด ในเครือบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ซึ่งคว้าสิทธิการประมูลได้อีกรายหนึ่งนั้นก็ยังลุ่มๆ ดอนๆ ผลจากการไปงัดข้อกับ กสทช.กรณีการถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2014 ผ่านฟรีทีวีจำนวน 22 คู่ ซึ่งสวนทางกับคำสั่ง กสทช.ที่ยึดประกาศเรื่องรายการโทรทัศน์สำคัญ ที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (มัสต์แฮฟ) บังคับให้อาร์เอสต้องถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครบทั้ง 64 คู่ จนถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล ผลปรากฏว่าศาลปกครองกลางพิพากษาให้อาร์เอสเป็นฝ่ายชนะ เพราะได้ซื้อลิขสิทธิ์มาก่อน กสทช.ออกประกาศมัสต์แฮฟ ทำให้ กสทช.ฟิวส์ขาดเตรียมอุทธรณ์ต่อ แถมยังออกอาการพาลด้วยการไม่ยอมอนุมัติมอบใบอนุญาตช่องรายการทีวีให้กับอาร์ เอสอีกต่างหาก ทั้งที่ได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการอีก 23 รายไปเรียบร้อยแล้ว โดยอ้างว่าผังรายการของอาร์เอสยังไม่นิ่ง เพราะไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านทีวีดิจิตอลได้ 22 คู่ หรือ 64 คู่ ฟาก กสทช. ก็ดูเหมือนมีปัญหาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นต้องนั่งปาดเหงื่อ เพราะเจอตอใหญ่จาก พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ระบุว่าในช่วงทดลองออกอากาศห้ามให้มีการดำเนินการเชิงพาณิชย์ ความหมายก็คือห้ามโฆษณาบนหน้าจอโทรทัศน์ในช่วงทดลองออกอากาศ จน กสท.ต้องหาทางออกด้วยการเปลี่ยนผู้ทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอลจากช่องรายการ เป็นผู้ให้บริการโครงข่าย เพื่อดึงสัญญาณจากช่องต่างๆ มาออกโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ทำให้การทดลองออกอากาศสามารถโฆษณาได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ในส่วนของ ประชาชนแม้จะพูดถึงกันมาก แต่ในข้อเท็จจริงแล้วพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักทีวีดิจิตอลดีพอ เพราะมีคำถามมากมาย ว่าสามารถรับชมได้อย่างไร, บ้านอยู่พื้นที่นี้สามารถรับชมได้หรือไม่, จะต้องซื้อทีวีใหม่หรือเปล่า, หรือถ้าไม่มีทะเบียนบ้าน อยู่คอนโดฯ หอพัก อพาร์ตเมนต์ จะมีสิทธิได้คูปองเงินจาก กสทช.หรือไม่ สอดคล้องกับรายงานผลการ ศึกษาเรื่องทีวีดิจิตอลของนายพรเทพ เบญญาอภิกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ระบุว่าประชาชนส่วนมากยังไม่รับรู้ถึงการเปลี่ยนผ่าน และยังสับสนถึงวิธีการรับสัญญาณ เพราะ กสทช.ยังไม่มีการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นรูปธรรมและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ นัก ทั้งที่การประชาสัมพันธ์เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้รับชมนั้น ถือเป็นปัจจัยกำหนดความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านของหลายประเทศ ขณะที่ คูปองเงินสนับสนุนค่าอุปกรณ์การรับชมทีวีดิจิตอลให้ประชาชนนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนเลยว่าจะช่วยที่ 690 บาท หรือ 1,200 บาท และจะส่งคูปองถึงมือประชาชนได้อย่างไร เมื่อไหร่ แถมการทดลองออก อากาศทีวีดิจิตอลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนถึงปัจจุบัน ไม่สามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมกลุ่มแรกที่มีการเปลี่ยนผ่านจากทีวี อนาล็อกมารับชมทีวีดิจิตอลได้เท่าที่ควร เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่การจัดเรียงช่อง ที่ไม่ตรงกับที่ประกาศ หรือการรับชมผ่านช่องทางอื่นเช่นกล่องทีวีดาวเทียมต่างๆ หรือเคเบิลทีวี หลายช่องพบเป็นจอดำ เลขช่องดีดไปอยู่หมายเลข 300-400 หรือบางกล่องเห็นแต่ภาพ ไม่ได้ยินเสียง!! ซึ่ง พ.อ.นทีได้ออกมาแสดงความคิดเห็นแบบเอาสีข้างเข้าถูว่าค่อนข้างพอใจกับการ ทดลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องคุณภาพการให้บริการและความร่วมมือของผู้ประกอบการ ส่วนการจัดเรียงช่องไม่ตรงเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจเกิดการผิดพลาดขึ้นมาได้ ก็อยากให้เข้าใจว่าเป็นช่วงทดลอง กสทช.คงไม่เร่งรัดให้แก้ไข แต่อยากให้การออกอากาศจริงในวันที่ 25 เมษายน ต้องพร้อม 100% ส่วน การประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่เข้มข้นและยังไม่แจกคูปองนั้น พ.อ.นทีระบุว่า ต้องการให้มั่นใจว่ามีบริการทีวีดิจิตอลเกิดขึ้นแล้วจริงๆ และประชาชนก็ไม่ได้เสียประโยชน์ เพราะทีวีดิจิตอลเป็นบริการใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ในขณะที่ทีวีอนาล็อกเดิม ประชาชนก็ยังรับชมได้เช่นเดิม และวิธีการแจกก็จะตามลำดับพื้นที่ที่ให้บริการ โดยช่วงแรกจะแจกกลุ่มคนที่มีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านก่อน ส่วนที่ไม่มีทะเบียนบ้านก็ต้องรอทีหลัง เพราะต้องมีการรับรองสถานะที่อยู่จริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น ผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอ เป็นต้น และเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านจะเร็วกว่าที่ทุกฝ่ายคาดแน่นอน นายสุภาพ คลี่ขจาย ประธานชมรมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ "ทีเอชวี" บริษัท ไทยทีวี จำกัด หรือทีวีพูล ระบุว่าไม่อยากให้มีการคาดหวังกับการเปลี่ยนผ่านมากนัก ช่วงแรกจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง เพราะคนส่วนใหญ่ดูทีวีดาวเทียมที่มีช่องมากกว่า 100 ช่องอยู่แล้ว ซึ่งการมีช่องฟรีทีวีอีก 24 ช่อง หรือ 48 ช่องในอนาคตจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หลายช่องบนทีวีดิจิตอลอาจย้ายมาจากทีวีดาวเทียม จึงต้องใช้เวลาอีกระยะในการปรับเปลี่ยนให้มีคุณภาพมากขึ้น พร้อมเข้าสู่การแข่งขันเพื่อแย่งชิงเรตติ้งและฐานคนดู จากปัญหาทั้งหมดจึงถือได้ว่าเป็นงานหนักที่ กสทช.และผู้ประกอบการจะต้องประคับประคองเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่าง สมบูรณ์และรวดเร็วตามที่คาดหวัง ทุกย่างก้าวจะเป็นการชี้ชะตาการเปลี่ยนผ่านทีวีอนาล็อกไปสู่ทีวีดิจิตอลของประเทศไทย!!     ที่มา : นสพ.มติชน
13-04-2014
คูปองทีวีดิจิตอล ปัญหาไม่เล็ก (ไทยโพสต์) ผ่านมาร่วม 2 สัปดาห์แล้ว ที่มีการทดลองทดสอบโครงข่ายภาคพื้นดินในการออกอากาศระบบดิจิตอลทีวี ใน 4 จังหวัดนำร่อง คือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล,  นครราชสีมา, เชียงใหม่และสงขลา ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.57 มีเสียงตอบรับกลับมาที่ต่างกันออกไป คนที่ดูโทรทัศน์ผ่านเคเบิลและทีวีดาวเทียม ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า หาช่องรายการเดิมที่เคยดูไม่เจอ เพราะช่องถูกเรียงใหม่     ส่วนคนที่ใช้หนวดกุ้ง เสาก้างปลา รับสัญญาณนั้น ก็เกิดปัญหาในการซื้อกล่องแปลงสัญญาณ หรือ เซ็ตท็อปบ็อกซ์ (Set Top Box) เพราะในตลาดเริ่มมีกล่องดังกล่าวออกมาวางขายบ้างแล้ว หลายคนยังลังเลว่าจะซื้อโดยจ่ายเงินไปก่อนดี หรือจะรอคูปองสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพราะถ้าเวลาผ่านไป เชื่อว่าราคาของกล่องที่วางขายในตลาดจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน จากตอนนี้กล่องแปลงสัญญาณมีช่วงราคาอยู่ที่ 1,200-1,500 บาท ซึ่งยังไม่รวมราคาเสาอากาศ     ทั้งนี้ การรายงานล่าสุดจากสถิติของสำนักงาน กสทช. พบว่า ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2557 (ม.ค.-มี.ค.) มีการออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานโทรทัศน์ระบบ ดิจิตอล ที่ผ่านการจดทะเบียนถูกต้องมีจำนวน  879,000 เครื่อง ซึ่งเฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้ มีการติดสติกเกอร์สำหรับให้ทีวีรองรับระบบดิจิตอล 186,700 เครื่อง และเซ็ตท็อปบ็อกซ์ จำนวน 154,365 เครื่อง     ส่วนกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก หรือเคเบิลและทีวีดาวเทียม พบว่า ไตรมาสแรกของปีนี้มีการผลิตเครื่องรับ/เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้รับหรือแปลงสัญญาณ จำนวน 935,646 เครื่อง และมีการนำเข้าเครื่องรับ/เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ดังกล่าวถึงจำนวน 408,203 เครื่อง     การแจกคูปองทีวีดิจิตอลจึงต้องมีความชัดเจน และมีการแจกทันช่วงเวลาที่มีการออกอากาศจริง หลัง กสทช.ให้ใบอนุญาตในวันที่ 25 เม.ย.57 นี้ แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่า ยังไม่สามารถสรุปราคาของคูปองได้ จากเดิมที่มีการตั้งไว้ที่ 690 บาท ต่อครัวเรือน ได้มีการประชุมหาข้อยุติกันหลายครั้ง ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) หรือ กองทุนยูโซ ตีกลับให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. จัดทำรายละเอียดและขั้นตอนการแจกคูปองอย่างละเอียดส่งมาใหม่     โดยล่าสุด มีข่าวออกมาว่า ทาง กสท.ได้ทำเรื่องส่งเข้าไปขอปรับเพิ่มราคาคูปองที่ 1,200 บาทต่อครัวเรือน แต่ก็ยังคงต้องรอการพิจารณาราคาดังกล่าวว่าเหมาะสมหรือไม่ หากสรุปราคาที่ 1,200 บาท นำมาคำนวณตามจำนวน 22 ครัวเรือนทั่วประเทศ จะอยู่ที่ 27,480 ล้านบาท ซึ่งหักมาจากเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิตอลที่มีจำนวน 50,862 ล้านบาท ซึ่งสามารถสรุปราคาที่แท้จริงได้ในช่วงเดือน พ.ค. และเริ่มแจกคูปองให้ประชาชนได้ในปลายเดือน มิ.ย.     ทั้งนี้ กรอบการแจกคูปองดังกล่าว กสทช. มองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มแจกคูปอง และเป็นช่วงที่โครงข่ายภาคพื้นดินมีความพร้อมในการส่งสัญญาณครอบคลุมได้ 11 จังหวัด คิดเป็น 50% ของจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ และปริมณฑล, นครราชสีมา, เชียงใหม่, สงขลา, อุบลราชธานี, สุราษฎร์ธานี, ระยอง, สิงห์บุรี, สุโขทัย, ขอนแก่น และอุดรธานี     ส่วนในเฟสที่ 2 จะมีการขยายเพิ่มอีก 28 จังหวัด ซึ่งหากนับรวมกับเฟสแรกอีก 11 จังหวัด จะทำให้ภายในเดือน มิ.ย.2558 ประเทศไทยจะสามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ทั้งหมด 39 จังหวัด หรือสามารถครอบคลุมการเข้าถึงการรับชมของคนไทย 80%     แต่ด้านตัวแทนผู้บริโภคกลับมองว่า ควรเพิ่มราคาคูปองสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิตอล เป็น 2,000 บาทต่อครัวเรือน โดยนายวิศรุต ปิยกุลวัฒน์ อุปนายกสมาคมสื่อดิจิตอลเพื่อผู้บริโภค มองว่า ราคาดังกล่าวเหมาะสม เพราะใกล้เคียงกับราคาเซ็ตท็อปบ็อกซ์ที่วางขายในตลาดประมาณ 1,000-1,500 บาท รวมกับเสาอากาศอีกประมาณ 300-500 บาท     ส่วน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. เล่าว่า เบื้องต้นสำนักงาน กสทช. ได้เสนอราคาคูปองที่ 1,200 บาทต่อครัวเรือน จากเดิม 690 บาทต่อครัวเรือน ให้คณะกรรมการกองทุนยูโซพิจารณา โดยราคานี้จะครอบคลุมทั้งเซ็ตท็อปบ็อกซ์ และเสาอากาศแบบที่รับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในการประชุม กสทช. วันที่ 23 เม.ย.นี้ ส่วนกรณีที่การแจกคูปองมาหลังวันที่ 25 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงออกอากาศจริงนั้น ยอมรับว่าช้า แต่ก็เป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการ ทั่วไป หรือ มัสต์แครี่ ที่จะทำให้บางครัวเรือนดูทีวีดิจิตอลได้ก่อน-หลังไม่เท่ากัน     กรรมการ กสท.เล่าต่อว่า ได้เร่งออกแบบคูปองเพื่อสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิตอล ซึ่งเบื้องต้นคูปองจะแสดงรายละเอียดและเงื่อนไขการใช้งานในคูปอง อาทิ มูลค่าคูปอง สัญลักษณ์ทีวีดิจิตอล หลักฐานยืนยันทะเบียนบ้าน กำหนดวันหมดอายุ รวมทั้งการป้องกันการสวมสิทธิ์ หรือขายต่อ ซึ่งคูปองอาจมีขนาดเท่ากับธนบัตร     สำหรับขั้นตอนในการส่งคูปองถึงมือประชาชนนั้น จะร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย นำส่งทุกครัวเรือนตามสำมะโนครัวประชากร ในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ โดยเริ่มเฟสแรกใน 11 จังหวัด โดยประชาชนแค่เตรียมรอรับอยู่ที่บ้าน โดยการแจกคูปองที่นำมาใช้กับประเทศไทย อ้างอิงมาจากหลายประเทศ ทั้งสหรัฐและแถบยุโรป โดยมีจุดประสงค์เพื่อเยียวยาให้ประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบอะนาล็อกสู่ ดิจิตอล ซึ่ง กสทช.เลือกใช้วิธีแจกคูปองให้ตามครัวเรือนทั้งประเทศ     ทั้งนี้ ช่วงแรกจะพิจารณาจากผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในสำมะโนประชากร กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตอนนี้มีราว 22 ล้านครัวเรือน ส่วนกลุ่มคนที่พักอาศัยตามอาคารที่พัก ห้องเช่า คอนโดฯ หรืออยู่นอกสำมะโนประชากร กสทช.จะหาแนวทางในการดูแลต่อไป     ณ ตอนนี้สิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดในการทำงานของ กสทช. คือการประชาสัมพันธ์วิธีการรับชมให้ผู้บริโภคเท่านั้น โดยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์เป็นหลัก ซึ่งอธิบายลักษณะการติดตั้งและเชื่อมต่อการรับสัญญาณ วิธีการเรียงเลขช่อง และตอบปัญหาเมื่อมีคนร้องเรียนเข้ามา โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังคงซักถามการเรียงเลขช่อง และวิธีหาซื้อกล่องแปลงสัญญาณที่ใช้งานได้จริง     ทั้งนี้ จึงต้องมีการย้ำกันหลายๆ ครั้งว่า วิธีการติดตั้งสำหรับบ้านที่ใช้หนวดกุ้งหรือเสาก้างปลาเป็นตัวรับสัญญาณ เมื่อติดกล่องรับสัญญาณแล้วให้เสียบปลั๊กเปิดกล่อง เปิดโทรทัศน์ จากนั้นกล่องและโทรทัศน์จะปรับเรียงเลขช่องให้ใหม่ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1-48 ช่อง โดยช่องที่ 1-12 จะเป็นช่องรายการทีวีสาธารณะ อาทิ เริ่มจากช่อง 1 คือ ช่อง 5 เดิม ช่อง 2 คือช่อง 11 เดิม และช่อง 3 คือไทยพีบีเอส เป็นต้น ส่วนช่องรายการธุรกิจจะเริ่มตั้งแต่ช่อง 13-36     สำหรับผู้ที่ชมผ่านทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีอยู่เดิม ให้ดึงปลั๊กกล่องรับสัญญาณเดิมที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบันออก และดึงปลั๊กโทรทัศน์ออก 1-2 นาที หลังจากนั้นเสียบปลั๊กกล่องสัญญาณและโทรทัศน์อีกครั้ง โดยกล่องรับสัญญาณจะทำการปรับปรุงอัพเดตช่องรายการให้ใหม่โดยอัตโนมัติ  ซึ่งจะเริ่มจากช่อง 11–46 เนื่องจากจะไม่นำช่องทีวีบริการชุมชน อีก 12 ช่องมาจัดเรียงในทีวีดาวเทียมและเคเบิล ซึ่งหมายเลขช่องจะบวก 10     ส่วนช่อง 1-10 กสทช.ได้กำหนดไว้ให้ผู้ให้บริการดาวเทียมและเคเบิลสามารถนำช่องรายการใดก็ ได้มาไว้ในช่อง 1-10 ซึ่งช่องรายการอาจซ้ำกับที่มีอยู่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการเจรจากันระหว่างผู้รับใบอนุญาตช่องรายการกับผู้ให้บริการดาว เทียมและเคเบิล     อย่างไรก็ตาม ถ้าใครจะซื้อทีวีรุ่นใหม่ ตอนนี้ส่วนใหญ่จะรองรับการค้นหา หรือจูนเนอร์ รับสัญญาณแบบดิจิตอลแล้ว ส่วนกล่องแปลงสัญญาณก็ต้องรองรับการแปลงสัญญาณดีวีบี ทีทู (DVB T2) ซึ่งทั้งทีวีและกล่องแปลงสัญญาณสามารถสังเกตได้จาก สติกเกอร์โลโก้ "น้องดูดี" และสติกเกอร์ "กสทช." เพื่อการันตีคุณภาพความถูกต้องว่าเครื่องดังกล่าวสามารถดูทีวีดิจิตอลได้แน่ นอน     หลังจากนี้สิ่งที่ประชาชนทำได้คือ จับตาและเฝ้ารอว่า มูลค่าของคูปองสนับสนุนทีวีดิจิตอลจะสรุปออกมาเช่นไร แล้วรูปแบบการจัดส่งทางไปรษณีย์นั้น จะสามารถครอบคลุมและเข้าถึงมือผู้บริโภคแต่ละครัวเรือนตามที่ กสทช.วางกรอบหรือไม่ อีกทั้งช่วงนี้เป็นเพียงการทดลองออกอากาศ ปัญหาการรับชมยังคงมีให้กวนใจ ซึ่ง กสทช.มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการทดลอง เพราะจะได้นำปัญหาไปสู่ทางแก้ไข ทั้งนี้ หลังจากมอบใบอนุญาตแล้ว 25 เม.ย.57 นี้ เชื่อว่าทุกคำถามที่ประชาชนคาใจ กสทช.จะสามารถตอบได้ชัดเจน.
12-04-2014
กสทช. เผยช่องเอชพลัส ยอมถอด ."พลังปาฏิหาริย์" (เดลินิวส์) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคครั้งล่าสุด พบว่ารายการ “พลังปาฏิหารย์” ในช่องรายการ H Plus Channel มีการแสดงออกถึงพิธีกรรมแนวเหนือธรรมชาติ โดยส่งพลังผ่านทางจอโทรทัศน์จาก “เทพเพอร์ซิอุส” และสามารถรักษาโรคหรือปัญหาต่างๆ ให้กับผู้ชมได้ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อออนไลน์อย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา     ที่ ประชุมพิจารณาแล้วว่ ารายการดังกล่าวมีข้อความที่อาจเข้าข่ายการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้ บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2555 ซึ่งมีการออกอากาศรายการหรือการโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นการจูงใจ ให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้า โดยหลอกลวงหรือกระทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบริการหรือสินค้านั้น จึงมีมติให้เชิญช่องรายการดังกล่าวมาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาได้เชิญผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เข้าร่วมประชุมด้วย โดยผู้บริหารของช่องดังกล่าวยินดีถอดรายการออกจากผังแล้ว และจะเข้มงวดดูแลรายการไม่ให้เกิดข้อความหรือเนื้อหาที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้ บริโภค รวมทั้งการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ที่ผิดกฏหมายด้วย     ทั้ง นี้ พบว่ามีช่องดาวเทียมหลายช่องที่นำเสนอรายการเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์ เหนือธรรมชาติหลายช่องที่อาจต้องหารือเพื่อหาหลักเกณฑ์ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวงจากการขายสินค้าที่โอ้อวด เกินจริง     อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ช่องรายการ H Plus Channel ได้รับหนังสือเตือนให้ระงับโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายจากสำนักงานคณะ กรรมการอาหารและยา ดังนั้น กสท. จึงมีมติให้ใบอนุญาตประกอบกิจการ 2 ปี นับแต่วันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดลง วันที่ 24 มี.ค.57 แต่หากพบภายหลังมีการโฆษณาที่ผิดกฎหมายว่าด้วยอาหารและยา ประกาศ กฎ ระเบียบหรือข้อบังคับใดๆ ที่เกี่ยวข้องจะให้อายุใบอนุญาตเหลือ 1 ปี
11-04-2014
ธุรกิจทีวีไทยเฟื่องนำเข้าทีวีดิจิตอล (เดลินิวส์) กสทช.เผย อุตสาหกรรมทีวีไทย ปรับตัวรับทีวีดิจิตอล ผู้ผลิตขออนุญาตนำเข้าทีวีดิจิตอลและเซต ทอป บ็อกซ์ เป็นจำนวนมาก นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จากสถิติของสำนักงาน กสทช. พบว่า ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงเดือนมี.ค. 2557 สำนักงาน กสทช. ได้ออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล แบบที่มีจอภาพแสดงผล หรือ Integrated Digital Television (iDTV) ที่ผ่านการจดทะเบียนแล้วจากสำนักงาน กสทช. แล้วรวมทั้งสิ้น 123 รุ่น จำนวน 388,754 เครื่อง และได้ออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์แบบไม่มีจอภาพแสดงผล หรือ เซต ทอปบ็อกซ์ แล้วรวมทั้งสิ้น 73 รุ่น จำนวน 490,250 เครื่อง ในขณะที่กิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก พบว่า ไตรมาสแรกของปี 2557 ช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. ประเทศไทยมีการผลิตเครื่องรับ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทั